เหล่าทัพยืนยันผู้เสียชีวิต พลเรือน 3 ราย ทหาร 9 นาย บาดเจ็บ 120 นาย
เหล่าทัพ ยืนยันผู้เสียชีวิต พลเรือน 3 ราย ทหาร 9 นาย บาดเจ็บ 120 นาย
โฆษกกลาโหมแถลงยืนยันตัวเลขพลเรือนเสียชีวิต 3 ราย ทหารเสียชีวิต 9 นาย บาดเจ็บ 120 นาย พบประชาชนอพยพร่วม 2 แสนคน
พล.ร.ต.สุรศักดิ์ คงศิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาว่า ในส่วนของกองทัพบก ทางกัมพูชายังคงโจมตีอย่างต่อเนื่องด้วยอาวุธหนัก เช่น บีเอ็ม-21 โดรน Kamikaze ปืนครก โดยเฉพาะบริเวณช่วงอานม้าและเนิน 667
ในขณะที่กองทัพเรือได้ดำเนินกลยุทธ์ตามยุทธการปราบปรปักษ์ในพื้นที่ จ.ตราดอย่างต่อเนื่อง และได้รับการโจมตีโดยโดรนของฝั่งกัมพูชาอย่างต่อเนื่องเช่นกัน โดยทั้ง 2 เหล่าทัพดำเนินการไปตามแผนและมีความคืบหน้าในการปฏิบัติการอย่างต่อเนื่องอย่างมีนัย
อย่างไรก็ตาม ได้มีการพบทหารกัมพูชา ที่ใช้บ้านประชาชนเป็นป้อมปราการทางทหาร ตรวจพบการติดตั้งปืนกลในบ้านพัก ถือเป็นการละเมิดอนุสัญญาต่าง ๆ ในการใช้มนุษย์เป็นโล่กำบัง ส่วนกองทัพอากาศยังคงปฏิบัติการสนับสนุนกำลังภาคพื้นดินในการรุกคืบอย่างมีประสิทธิภาพ
“แต่เป็นที่น่าเสียใจที่กำลังพลของเราสูญเสียอีก 2 รายในพื้นที่ของกองทัพภาคที่ 1 จำนวน 1 นาย และสูญเสียชีวิตอีก 1 รายในพื้นที่ของกองทัพภาคที่ 2 โดยปัจจุบันมีกำลังพลสูญเสียไปแล้ว 9 นาย และบาดเจ็บประมาณ 120 นาย”
พล.ร.ต.สุรศักดิ์ยังได้เปิดเผยภาพความเสียหายของบ้านเรือนประชาชนที่ถูกโจมตีด้วยบีเอ็ม-21 รวมถึงถนนในพื้นที่จังหวัดตราด รวมสถิติผลกระทบต่อพลเรือน เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม ณ เวลา 16.00 น. โดยพบประชาชนที่พลัดถิ่นและพักอาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงทั้งหมด 199,618 คน ในศูนย์พักพิง 849 แห่ง
และมีผู้เสียชีวิต 3 ราย โรงพยาบาลที่ได้รับผลกระทบ 19 แห่ง รวมถึง รพ.สต. 180 แห่ง ทำให้ต้องอพยพผู้ป่วยจากพื้นที่ ซึ่งขอประณามการใช้อาวุธหนักโดยไม่เลือกเป้าหมายของกัมพูชา ที่สร้างผลกระทบดังกล่าว