เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

บางจากจับมือ 9 มหา’ลัยปั้นนักรบความยั่งยืน Gen Z

25 มิ.ย. 2569 | 12:40น.

ประเทศไทยปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศกว่า 500 ล้านตัน ติดอันดับ 20 ของโลก และเฉลี่ยแล้วคนไทยแต่ละคนปล่อยคาร์บอนสูงถึง 7 ตันต่อปี

บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และองค์กรผู้ร่วมก่อตั้งเครือข่ายรักษ์โลกลดก๊าซเรือนกระจกแห่งแรกของประเทศไทย Carbon Markets Club (CMC) จัดงานฉลองครบรอบ 5 ปี ประกาศความร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำ 9 แห่งทั่วประเทศ และสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ภายใต้โครงการ “Bangchak Group x University Gen Z-ESG” พัฒนากำลังคนรุ่นใหม่รับมือเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นความท้าทายที่ส่งผลกระทบต่อทั้งการดำเนินชีวิตและการดำเนินธุรกิจ และหากเราไม่ร่วมกันแก้ไข ปัญหานี้จะส่งผลต่อคนรุ่นต่อไปในอนาคต

CMC ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2564 เพื่อเป็นพื้นที่สร้างความรู้ ความเข้าใจ และการมีส่วนร่วมด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และหวังให้ CMC เป็นเสาหลักในการส่งเสริมความร่วมมือรับมือกับความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะกับคนรุ่นใหม่ที่จะมีบทบาทสำคัญในการสานต่อการดูแลโลกในอนาคต

กลอยตา ณ ถลาง
กลอยตา ณ ถลาง

ดึงนักศึกษาเข้าระบบยั่งยืน

กลอยตา ณ ถลาง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่งานบริหารความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บางจาก และประธาน CMC เปิดเผยว่า โครงการนี้มุ่งให้นักศึกษา Gen Z เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศด้านนวัตกรรมและสังคมที่ยั่งยืน ผ่านกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ ได้แก่ CMC ESG Ecosystem and Knowledge Hub เปิดโอกาสให้เข้าถึงองค์ความรู้ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มาตรฐานคาร์บอน การบริหารจัดการคาร์บอน และเทคโนโลยีลดก๊าซเรือนกระจก

CMC Brand Ambassador สร้างผู้นำด้านการสื่อสารความยั่งยืนในมหาวิทยาลัย และ Young Entrepreneurs Program with Inthanin ส่งเสริมการเรียนรู้ด้านการเป็นผู้ประกอบการจากประสบการณ์จริง ควบคู่กับการพัฒนาแนวคิดธุรกิจและกลยุทธ์การตลาด

เธอมองว่าความยั่งยืนในวันนี้ครอบคลุมทั้งมิติสังคมและธรรมาภิบาล และสิ่งที่น่าดีใจคือนักศึกษา Gen Z เองก็เข้าใจเรื่องนี้ดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง Cyber Security ความหลากหลายทางชีวภาพ หรือสิทธิมนุษยชน

“พวกเขากำลังเป็นคนกำหนดอนาคตของตัวเอง วันนี้เราจึงอยากให้น้อง ๆ มีโครงการฝึกงาน ดูงาน และแลกเปลี่ยนกับภาคเอกชน เพื่อให้เห็นว่าโลกที่ยั่งยืนสำหรับคนรุ่นใหม่หน้าตาเป็นอย่างไร”

ซึ่งโครงการนี้จะไม่ได้จบภายในปีเดียว โดยเป็นโครงการระยะยาวที่จะเชิญชวนสมาชิกก่อตั้ง CMC เข้ามาร่วมเป็นพี่เลี้ยง แลกเปลี่ยนงาน หรือทำกิจกรรมร่วมกับนักศึกษา และหากขยายไปยังบริษัทสมาชิกอื่น ๆ ใน CMC ได้ ซึ่งทุกคนจะเป็นผู้ชนะร่วมกัน ทั้งภาคอุตสาหกรรมและภาคการศึกษา

ด้านบทบาทของ AI และเทคโนโลยี กลอยตามองว่าสิ่งเหล่านี้จะเข้ามาช่วยการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนได้อย่างมีนัยสำคัญ

ปลดล็อกคาร์บอนเครดิตรากหญ้า

กลอยตากล่าวถึงแผนการต่อยอดเชิงกลยุทธ์อีกด้านหนึ่ง คือการจับคู่บริษัทขนาดใหญ่กับชุมชนที่มีศักยภาพพัฒนาคาร์บอนเครดิต แต่ยังติดขัดเรื่องค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบและรับรอง

เนื่องจากประเทศไทยยังมีคาร์บอนเครดิตที่พัฒนาได้อีกเยอะมาก แต่ชุมชนไม่สามารถพัฒนาได้เพราะติดเรื่องต้นทุนการประเมิน ถ้าบริษัทใหญ่เข้าไปเป็นพี่เลี้ยงหรือสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการประเมินร่วมกับมหาวิทยาลัย เริ่มจากสมาชิกก่อตั้ง 11 องค์กรจับคู่กับ 11 ชุมชน แล้วค่อยขยาย ในที่สุดจะช่วยชุมชนพัฒนาคาร์บอนเครดิตได้

กลอยตาทิ้งท้ายว่า ความท้าทายที่ยากที่สุดในการขับเคลื่อนงานด้านสิ่งแวดล้อมไม่ใช่เรื่องเทคโนโลยีหรือกฎระเบียบ หากแต่คือการเปลี่ยนพฤติกรรมของคนรุ่นกลางและรุ่นอาวุโสที่อยู่จนชินกับการใช้ชีวิตที่ปล่อยคาร์บอนโดยไม่รู้ตัว

“คนรุ่นใหม่คือความหวัง เพราะเขาจะเป็นคนไปบอกพ่อแม่ว่าต้องใช้ถุงผ้า ห้ามใช้พลาสติกครั้งเดียวทิ้ง น้อง ๆ Gen Z จะเป็นคนกำหนดอนาคต”

โดยในฐานะที่ทำงานด้านความยั่งยืนมากกว่า 20 ปี กลอยตายืนยันว่ายังคงมีความหวัง เพราะเห็นพัฒนาการที่ดีขึ้นในสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง และเชื่อว่าความท้าทายทุกอย่างสามารถก้าวข้ามไปได้ด้วยกัน

MOU 9 มหา’ลัย

ภายในงานมีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระยะ 3 ปี ภายใต้โครงการ “Bangchak Group x University Gen Z-ESG” ระหว่างกลุ่มบริษัทบางจาก สอวช. และมหาวิทยาลัยชั้นนำ 9 แห่ง ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, มหาวิทยาลัยขอนแก่น, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์, มหาวิทยาลัยมหิดล, มหาวิทยาลัยบูรพา และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ซึ่งครอบคลุมทุกภูมิภาคของประเทศ

นอกจากนี้ ยังมีแผนต่อยอดผ่านกิจกรรม ESG Master Class การจัด Hackathon ด้านพลังงานและความยั่งยืน โครงการฝึกงาน และการเรียนรู้จากการดำเนินธุรกิจจริงของกลุ่มบริษัทบางจาก โดยผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญของกลุ่มบริษัทบางจากจะร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้าน ESG การบริหารจัดการข้อมูลคาร์บอน การประเมินวัฏจักรชีวิตผลิตภัณฑ์ (Life Cycle Assessment : LCA) และเศรษฐกิจหมุนเวียน

โดยมีกองทุนสนับสนุนด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี และการพัฒนากำลังคนที่พร้อมให้ภาคเอกชนและนักศึกษาเข้าถึง ทั้งในรูปแบบเงินทุนสนับสนุนและสิทธิประโยชน์ทางภาษี สำหรับโครงการที่สอดคล้องกับเป้าหมายด้านนวัตกรรมและการพัฒนาที่ยั่งยืนที่ สอวช. กำหนด

ด้านแผนระยะยาว กลุ่มบางจากได้มีการหารือถึงความเป็นไปได้ในการผลักดันให้วิชาด้านความยั่งยืนและการจัดการคาร์บอนกลายเป็นวิชาพื้นฐานที่นักศึกษาทุกสาขาต้องเรียน โดยเน้นให้นักศึกษาเข้าใจว่าธุรกิจและความยั่งยืนสามารถเดินไปด้วยกันได้

เพื่อพัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่ที่มีทั้งความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ พร้อมนำความรู้และประสบการณ์ไปต่อยอดในอนาคตอย่างยั่งยืน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

บางจาก (BCP)