Skip to content

รู้จัก ‘Ahmed al Ahmed’ วีรบุรุษตลบหลังมือปืน หยุดเหตุกราดยิงออสเตรเลีย

15 ธ.ค. 2568 | 14:27น.
รู้จัก ‘Ahmed al Ahmed’ วีรบุรุษตลบหลังมือปืน หยุดเหตุกราดยิงออสเตรเลีย

สังคมออสเตรเลียยกย่อง “Ahmed al Ahmed” (อาเหม็ด อัล อาเหม็ด) ชายผู้ถูกขนานนามว่าเป็นวีรบุรุษ หลังแสดงความกล้าหาญเข้าขัดขวางคนร้ายด้วยการย่องตลบหลังระหว่างเหตุกราดยิงครั้งร้ายแรงในรอบ 30 ของออสเตรเลีย ที่หาดบอนได นครซิดนีย์

เหตุโจมตีเกิดขึ้นระหว่างงานเฉลิมฉลองเทศกาลฮานุกกาห์ของชุมชนชาวยิว ถูกทางการประกาศให้เป็นเหตุการณ์ก่อการร้าย และนับเป็นหนึ่งในโศกนาฏกรรมที่เลวร้ายที่สุดของประเทศในรอบหลายปี

ภาพวิดีโอความยาวราว 15 วินาทีที่เผยแพร่ในโซเชียลมีเดีย ฉายภาพชายคนหนึ่งซ่อนตัวอยู่หลังรถที่จอดอยู่ ก่อนตัดสินใจวิ่งเข้าไปทางด้านหลังของมือปืนในจังหวะที่ยังมีเสียงปืนดังขึ้น เขาเข้าล็อกตัวคนร้าย ดึงปืนไรเฟิลออกจากมือ กดให้อีกฝ่ายล้มลงกับพื้น และหันอาวุธกลับไปควบคุมสถานการณ์ ภาพดังกล่าวถูกมองว่าเป็นการตัดสินใจในเสี้ยววินาทีที่ช่วยลดความสูญเสีย และช่วยชีวิตผู้คนจำนวนมาก

สื่อท้องถิ่น 7News ระบุตัวชายในคลิปว่า คือ อาห์เหม็ด อัล อาห์เหม็ด (Ahmed al Ahmed) อายุ 43 ปี ทำอาชีพพ่อค้าขายผลไม้ เขาเดินผ่านบริเวณดังกล่าวในช่วงเกิดเหตุ และตัดสินในเข้าควบคุมสถานการณ์แบบไร้เจ้าหน้าที่ดำรวจ รายงานระบุว่า เขาถูกยิงได้รับบาดเจ็บ 2 นัด และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที และมีกำหนดเข้ารับการผ่าตัดในคืนเดียวกัน แหล่งข่าวใกล้ชิดเผยว่า  อาห์เหม็ดไม่เคยมีประสบการณ์ใด ๆ เกี่ยวกับอาวุธปืนมาก่อน การเข้าขัดขวางการก่อการร้ายด้วยตัวคนเดียวไร้อาวุธนี้ เขาใช้สัญชาตญาณและตั้งใจช่วยเหลือผู้เสียหายอื่นล้วน ๆ

Ahmed al Ahmed

มุสตาฟา (Mustapha) ลูกพี่ลูกน้องของอาห์เหม็ด ให้สัมภาษณ์กับ 7News ว่า ขณะนี้ครอบครัวยังไม่ทราบรายละเอียดอาการทั้งหมด แต่หวังว่าเขาจะปลอดภัย

“เขาเป็นฮีโร่ 100%” มุสตาฟากล่าว และขอให้ทุกคนภาวนาให้อาห์เหม็ดฟื้นตัวโดยเร็ว

เหตุกราดยิงครั้งนี้ คร่าชีวิตผู้ผู้บริสุทธ์ 15 ราย มีผู้บาดเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลอีก 40 คน รวมถึงเด็กหนึ่งคน

ต่อมาทางการยืนยันว่าหนึ่งในผู้ก่อเหตุ ซึ่งเป็นชายวัย 50 ปี เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุจากการวิสามัญ ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 16 ราย ขณะที่ผู้ต้องสงสัยอีกรายซึ่งเป็นบุตรชายวัย 24 ปี อาการสาหัสและยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ตำรวจรัฐนิวเซาท์เวลส์ระบุว่าผู้ต้องสงสัยทั้งสองเป็นพ่อลูกกัน

ตำรวจเปิดเผยว่า เหตุโจมตีเกิดขึ้นขณะที่มีผู้คนจำนวนมากรวมตัวกันเพื่อเฉลิมฉลองวันแรกของเทศกาลฮานุกกาห์ และเป้าหมายเป็นชุมชนชาวยิวโดยเฉพาะ เหยื่อผู้เสียชีวิตรวมถึงพลเมืองอิสราเอล ตามการยืนยันของกระทรวงการต่างประเทศอิสราเอล

นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย แอนโทนี อัลบานีซี เดินทางไปวางดอกไม้รำลึกยังจุดเกิดเหตุ และกล่าวยกย่อง อาห์เหม็ดว่าเป็น “วีรบุรุษ” พร้อมระบุว่า การโจมตีดังกล่าวเป็นการก่อการร้ายที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังและต่อต้านชาวยิว ซึ่งกระทบต่อหัวใจของประเทศ การโจมตีชาวยิวออสเตรเลีย คือการโจมตีออสเตรเลียทั้งประเทศ ขอยืนยันว่าจะไม่ยอมให้ความรุนแรงและการก่อการร้ายมีที่ยืนในสังคม

ภายหลังเหตุการณ์ คณะกรรมการความมั่นคงแห่งชาติของออสเตรเลียถูกเรียกประชุมฉุกเฉิน ขณะที่ผู้นำโลกหลายประเทศออกมาแสดงความเสียใจและประณามการโจมตี ด้านเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล กล่าวโจมตีรัฐบาลออสเตรเลียว่า นโยบายบางประการก่อนหน้านี้อาจมีส่วนกระพือกระแสต่อต้านชาวยิว ย้ำว่าการนิ่งเฉยของผู้นำต่อปัญหาเช่นนี้อาจทำให้ความเกลียดชังแพร่กระจาย

ท่ามกลางความสูญเสียและความเศร้าโศก เรื่องราวของ Ahmed al Ahmed กลายเป็นสัญลักษณ์ของความกล้าหาญของประชาชนธรรมดา ผู้เลือกยืนหยัดต่อสู้กับความรุนแรงด้วยความเสียสละ และได้รับการยกย่องจากสังคมออสเตรเลีย และสื่อโซเชียลทั่วโลก ในฐานะ ‘ฮีโร่100%’ ของออสเตรเลีย