Skip to content

ออสเตรเลียลดธงครึ่งเสา ไว้อาลัยเหตุกราดยิง นายกฯ ปฏิรูปกฎหมายครอบครองปืน

15 ธ.ค. 2568 | 12:34น.
ออสเตรเลียลดธงครึ่งเสา ไว้อาลัยเหตุกราดยิง นายกฯ ปฏิรูปกฎหมายครอบครองปืน

รัฐบาลออสเตรเลียประกาศลดธงชาติลงครึ่งเสาทั่วประเทศในวันจันทร์ (15 ธ.ค.) เพื่อไว้อาลัยต่อผู้เสียชีวิตจากเหตุกราดยิงครั้งรุนแรงที่หาดบอนได ซิดนีย์ คร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์ไป 16 ราย บาดเจ็บ 40 ราย ผู้ก่อเหตุถูกวิสามัญเสียชีวิตทันที

หนึ่งในผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืน นับเป็นเหตุก่อการร้ายที่แรงที่สุดของออสเตรเลียในรอบเกือบ 30 ปี นับตั้งแต่เหตุสังหารหมู่ที่พอร์ตอาร์เธอร์เมื่อปี 1996

นายกรัฐมนตรีแอนโทนี อัลบาเนซี เดินทางลงพื้นที่เกิดเหตุในช่วงเช้าวันเดียวกัน นายกฯกล่าวว่าเหตุโจมตีเกิดช่วงเวลาเช้า และเป็นเหตุก่อการร้ายที่มีแรงจูงใจจากความเกลียดชังชาวยิว พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลจะยืนเคียงข้างชุมชนชาวยิว และจะทำทุกวิถีทางเพื่อขจัดลัทธิต่อต้านชาวยิวและความรุนแรงออกจากสังคมออสเตรเลีย

ไทม์ไลน์เหตุการณ์กราดยิงเกิดขึ้นวันอาทิตย์ที่ 14 ธันวาคม ระหว่างการจัดงานเฉลิมฉลองเทศกาลฮานุกกะห์ของชาวยิว บริเวณสวนสาธารณะใกล้หาดบอนได มีผู้เข้าร่วมงานราว 1,000 คน ตำรวจระบุว่าผู้ก่อเหตุเป็นสองพ่อลูก ผู้เป็นบิดา อายุ 50 ปี ถูกวิสามัญเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ขณะที่บุตรชาย อายุ 24 ปีถูกสกัดยิงได้รับบาดเจ็บสาหัสและยังคงรักษาตัวในโรงพยาบาล ทั้งสองถูกระบุชื่อโดยสื่อออสเตรเลียว่า ซาจิด อักราม และนาวีด อักราม

เจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐนิวเซาท์เวลส์เปิดเผยว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 40 ราย รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นาย ซึ่งอยู่ในอาการทรงตัว ผู้เสียหายมีอายุตั้งแต่ 10 ถึง 87 ปี พยานเล่าเหตุโจมตีเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วกินเวลาเพียง 10 นาที ส่งผลให้ผู้คนแตกตื่นวิ่งหนีออกจากพื้นที่ชายหาดและถนนโดยรอบ

จากการสอบสวนเบื้องต้น ตำรวจยืนยันว่าผู้ก่อเหตุที่เป็นบิดา มีใบอนุญาตครอบครองอาวุธปืนอย่างถูกต้องตั้งแต่ปี 2015 และครอบครองปืนที่จดทะเบียนตามกฎหมายถึง 6 กระบอก ประเด็นดังกล่าวได้จุดกระแสตั้งคำถามในสังคมออสเตรเลียเกี่ยวกับความเข้มงวดของกฎหมายควบคุมอาวุธปืนที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน

ท่ามกลางบรรยากาศไว้อาลัย นายกรัฐมนตรีอัลบาเนซีส่งสัญญาณชัดเจนว่า รัฐบาลกลางเตรียมเดินหน้าทบทวนและปฏิรูปกฎหมายครอบครองอาวุธปืน วางแผนหารือร่วมกับรัฐบาลของรัฐต่าง ๆ เพื่อพิจารณามาตรการเพิ่มเติม อาทิ การเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบผู้ขอใบอนุญาต ทบทวนเงื่อนไขการถือครองปืนหลายกระบอก และการประเมินความเสี่ยงด้านความมั่นคงให้รัดกุมมากขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้โศกนาฏกรรมลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก

ขณะที่ผู้นำรัฐนิวเซาท์เวลส์แสดงความเห็นว่า มีช่องโหว่บางประการในระบบควบคุมอาวุธปืน แม้ออสเตรเลียจะได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่มีกฎหมายปืนเข้มงวดที่สุดในโลกก็ตาม แต่หลังเหตุการณ์เกิด รัฐบาลจึงเพิ่มกำลังตำรวจในพื้นที่ที่มีชุมชนชาวยิวอาศัยอยู่หนาแน่น และยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยในสถานที่สาธารณะทั่วประเทศ

ขณะเดียวกัน เหตุโจมตีที่หาดบอนไดส่งแรงสั่นสะเทือนออกไปในระดับนานาชาติ หลายประเทศรวมถึงสหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา และเยอรมนี ได้เพิ่มการรักษาความปลอดภัยในกิจกรรมเฉลิมฉลองเทศกาลฮานุกกะห์ ผู้นำโลกจำนวนมากส่งสารแสดงความเสียใจต่อรัฐบาลออสเตรเลียและครอบครัวผู้สูญเสีย

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางกระแสความตึงเครียดด้านความมั่นคงและการเมืองระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งในตะวันออกกลาง (ประเด็นพิพาทอิสราเอล-ปาเลสไตน์) เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ออกมาแสดงความเห็นเชิงวิพากษ์ต่อนโยบายของรัฐบาลออสเตรเลียเกี่ยวกับการรับรองรัฐปาเลสไตน์ ซึ่งเขามองว่าอาจกระตุ้นกระแสต่อต้านชาวยิวในต่างประเทศ