เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ครม.ไฟเขียวตั้ง ‘กฤชเทพ สิมลี’ นั่งเลขานุการ รมว.คมนาคม แทน ‘รัชพงศ์’
Politics ครม.ไฟเขียวตั้ง ‘กฤชเทพ สิมลี’ นั่งเลขานุการ รมว.คมนาคม แทน ‘รัชพงศ์’
ครม.ถอด ‘นกปรอดหัวโขน’ ออกจากสัตว์ป่าคุ้มครอง หนุนเป็นสัตว์เศรษฐกิจ
Politics ครม.ถอด ‘นกปรอดหัวโขน’ ออกจากสัตว์ป่าคุ้มครอง หนุนเป็นสัตว์เศรษฐกิจ
ส่อง 5 แบรนด์ดังสหกรณ์โคนมไทย ผลิตภัณฑ์เพิ่มคุณค่า ลดภาระน้ำนมดิบ
เศรษฐกิจภูมิภาค ส่อง 5 แบรนด์ดังสหกรณ์โคนมไทย ผลิตภัณฑ์เพิ่มคุณค่า ลดภาระน้ำนมดิบ
เติ้น ทัศนพล  คว้ารองแชมป์ Feature Race – FIA Formula 2
Automotive เติ้น ทัศนพล  คว้ารองแชมป์ Feature Race – FIA Formula 2
น้ำนมดิบ ล้นวันละกว่า 200 ตัน ส่อง 5 แบรนด์สหกรณ์ แปรรูปหนีวิกฤตราคาตก
Economic น้ำนมดิบ ล้นวันละกว่า 200 ตัน ส่อง 5 แบรนด์สหกรณ์ แปรรูปหนีวิกฤตราคาตก
ราคาทองวันนี้ (21 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 850 บาท รูปพรรณบาทละ 65,650 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (21 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 850 บาท รูปพรรณบาทละ 65,650 บาท
คนไทย-ต่างชาติ แห่จด IP ในไทย ครึ่งปีแรกพุ่ง 3.86 หมื่นคำขอ ‘เครื่องหมายการค้า’ นำโด่ง
Economic คนไทย-ต่างชาติ แห่จด IP ในไทย ครึ่งปีแรกพุ่ง 3.86 หมื่นคำขอ ‘เครื่องหมายการค้า’ นำโด่ง
เชลล์ เปิดเกมชิงลูกค้า เติม V-Power สะสมครบ ลดทันที
Biz Movement เชลล์ เปิดเกมชิงลูกค้า เติม V-Power สะสมครบ ลดทันที
เซ็นทรัล รีเทล ฟู้ด ดึง ‘MONOPRIX’ รุกพรีเมียมฟู้ด
Biz Movement เซ็นทรัล รีเทล ฟู้ด ดึง ‘MONOPRIX’ รุกพรีเมียมฟู้ด
ถก “เส้นความยากจน” จาก ‘มีชื่อถือรถยนต์’ ปัดตกของไทย สู่มาตรฐานวัดคนจน 3 รูปแบบทั่วโลก
Politics ถก “เส้นความยากจน” จาก ‘มีชื่อถือรถยนต์’ ปัดตกของไทย สู่มาตรฐานวัดคนจน 3 รูปแบบทั่วโลก
ดูทั้งหมด

เปิดปม ‘เกาะพะงัน’ ทุนต่างชาติยึดอาชีพ แฉขบวนการนอมินี-เจ้าหน้าที่เอื้อประโยชน์

04 พ.ค. 2569 | 18:44น.

ท่ามกลางกระแสข่าวการบุกทลายโรงเรียนเถื่อนและชุมชนต่างชาติบนเกาะพะงันที่กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ ‘ประชาชาติธุรกิจ’ สัมภาษณ์พิเศษ ‘ดร.ปรีชา ทองหยัด’ นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และลูกหม้อตัวจริงของเกาะพะงัน ผู้เปิดหน้าชนขบวนการ “เมืองเถื่อน” ชี้เบื้องลึกกลไกนอมินี และการฉ้อฉลของเจ้าหน้าที่รัฐที่ทำให้พะงันกลายเป็นเกาะที่ค่าครองชีพสูงที่สุดในไทย แต่คนในพื้นที่กลับไม่มีที่ยืน

เมื่อ ‘อิสราเอล’ กลายเป็นประชากรหลัก

เหตุการณ์เจ้าหน้าที่บุกตรวจสอบโรงเรียนเถื่อนบนเกาะพะงันเมื่อเร็ว ๆ นี้ ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการทำผิดระเบียบการศึกษา แต่มันคือยอดภูเขาน้ำแข็ง ที่สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรและเศรษฐกิจบนเกาะระดับโลกแห่งนี้อย่างมีนัยสำคัญ

ดร.ปรีชา ทองหยัด นักธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ผู้คร่ำหวอดในวงการพัฒนาที่ดินให้กับกลุ่มค้าปลีกยักษ์ใหญ่มากว่า 2 ทศวรรษ ก่อนจะตัดสินใจกลับมาพัฒนาบ้านเกิด ได้ให้มุมมองที่แหลมคมถึงสถานการณ์ล่าสุดว่า ถึงเวลาแล้วที่เกาะพะงันจะต้อง ‘สะสาง’ ทุกอย่างให้เข้าสู่ระเบียบ

“ณ เวลานี้เกาะพะงันเหมือนถึงเวลาที่ต้องสะสางและจัดการทุกอย่างให้เข้าสู่ระเบียบ บนพื้นฐานของความถูกต้อง อะไรที่ไม่ถูกต้องเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ต้องดำเนินการ”

ดร.ปรีชาชี้ให้เห็นว่า กรณีโรงเรียนที่เป็นข่าวเป็นตัวชี้วัดที่ชัดเจนที่สุดในขณะนี้ ถึงการมีอยู่ของชุมชนชาวอิสราเอลขนาดใหญ่ โดยระบุว่าโรงเรียนดังกล่าวมีเด็กเพียงร้อยกว่าคน แต่กลับเป็นเด็กสัญชาติอิสราเอลถึง 89 คน ซึ่งสะท้อนว่าคนกลุ่มนี้ไม่ได้เข้ามาเพียงเพื่อท่องเที่ยว แต่เป็นการอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐาน ทำธุรกิจ และสร้างชุมชนถาวร

“สัดส่วนคนอิสราเอลน่าจะอยู่ที่ประมาณ 60-70% ของชาวต่างชาติทั้งหมดบนเกาะพะงันในเวลานี้ แม้จะมีรัสเซียหรือยูเครนบ้าง แต่หลัก ๆ คือคนอิสราเอลที่มีจำนวนค่อนข้างเยอะมาก”

โมเดลนอมินีและขบวนการเมืองเถื่อน

คำถามสำคัญคือ ทำไมชาวอิสราเอลถึงเลือกเกาะพะงันเป็นหมุดหมายหลัก ? ดร.ปรีชาไม่ได้โทษเพียงแค่ปัจจัยภายนอกอย่างภาวะสงครามในตะวันออกกลาง แต่เขากลับพุ่งเป้าไปที่ “ความอ่อนแอของเจ้าหน้าที่รัฐ” และขบวนการเอื้อประโยชน์ภายใน

“สาเหตุสำคัญที่เขาเข้ามายึดเกาะพะงันได้จำนวนเยอะ เป็นเพราะความอ่อนแอของเจ้าหน้าที่รัฐในการปฏิบัติตามข้อกฎหมาย นี่คือตัวแปรสำคัญ พอเราไปเอื้อประโยชน์ให้เขา เขาก็เข้ามาเลย เพราะเขาก็ต้องการเข้ามาอยู่แล้ว” 

ดร.ปรีชา ทองหยัด

ดร.ปรีชาชี้เบื้องลึกถึงกระบวนการจัดตั้งโบสถ์ชาวยิว หรือ ‘ชาบัด’ (Chabad) ว่า มีคนของรัฐคอยทำหน้าที่เป็นนายหน้าจัดหาที่ดิน วิ่งเต้นใบอนุญาต และเปิดทางให้มีการก่อสร้างที่ผิดกฎหมาย ตั้งแต่การขออนุญาตที่พักอาศัยไปจนถึงการประกอบอาชีพ

“วิลล่าทั้งหลายมันผิดตั้งแต่การขออนุญาตแล้ว ในเกาะพะงันพื้นที่สีเขียวสร้างได้แค่ 30% ของพื้นที่ แต่สมมติว่าคุณมีพื้นที่ 1 ไร่ กลับสร้างวิลล่าถึง 6-7 หลังโดยไม่มีพื้นที่จอดรถเลย… คนมีอำนาจในท้องถิ่นอนุญาต แล้วคนในหน่วยงานท้องถิ่นก็ไปเป็นหัวคะแนนให้การเมืองระดับประเทศ มันเป็นลูกโซ่โยงใยกัน จนทำให้เกาะพะงันตกอยู่ภายใต้การเป็นเหมือน ‘เมืองเถื่อน’ ไปแล้ว”

ในส่วนของรูปแบบธุรกิจ ดร.ปรีชาอธิบายว่า ส่วนใหญ่ใช้การจดทะเบียนบริษัทสัญชาติไทย โดยมีคนไทยถือหุ้น 51% แต่ในความเป็นจริงคือการใช้ชื่อคนไทยมาบังหน้า โดยที่คนไทยเหล่านั้นบางคนไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ามีชื่ออยู่ในบริษัท แต่การบริหารจัดการและรับผลประโยชน์เป็นของต่างชาติ 100%

การรุกคืบที่ ‘แย่งอาชีพ’ และ ‘แย่งทรัพยากร’

ผลกระทบที่รุนแรงที่สุดตกอยู่กับ “คนท้องถิ่น” ดร.ปรีชากล่าวด้วยความอัดอั้นว่า ปัจจุบันคนเกาะพะงันแทบไม่มีที่ยืน อาชีพดั้งเดิมถูกต่างชาติแย่งชิงไปทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร รถรับจ้าง หรือที่พัก

อีกโมเดลธุรกิจที่น่ากังวลคือ “การเช่าช่วง” ที่ต่างชาติเข้าไปเช่ารถยนต์รายเดือนจากคนไทย แล้วนำไปวิ่งรับส่งกันเองภายในกลุ่มผ่านโซเชี่ยลมีเดีย หรือการเช่าบ้าน-ห้องพักแบบเหมาปี เพื่อนำมาปล่อยเช่าต่อให้นักท่องเที่ยวในราคาสูง

“คนในพื้นที่แทบจะไม่มีที่ยืนและค่อนข้างลำบาก เพราะถูกแย่งทรัพยากรไปหมด… มันคล้ายกับคนจีนบนเกาะพะงันสมัยก่อนที่นั่งเรือสำเภามาตั้งถิ่นฐาน ชั่วโมงนี้ก็แค่เปลี่ยนเป็นชาวอิสราเอลที่เข้ามาในอีกรูปแบบหนึ่งเท่านั้น”

‘พะงัน’ พื้นที่ที่ค่าครองชีพแพงที่สุดในประเทศไทย ?

ในฐานะนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ดร.ปรีชายืนยันข้อมูลที่น่าตกใจว่า ปัจจุบันค่าครองชีพและราคาอสังหาริมทรัพย์บนเกาะพะงันพุ่งสูงขึ้นจนผิดธรรมชาติ

“เกาะพะงันแพงที่สุดในประเทศไทยครับ อะไรต่าง ๆ มันบิดเบือนไปหมดจนเหมือนฟองสบู่ ตอนนี้บางจุดฟองสบู่เริ่มแตกแล้ว”

ด้วยเหตุนี้ ดร.ปรีชาจึงหันมาทำโครงการทาวน์โฮมเพื่อขายให้คนไทยที่ทำงานบนเกาะได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง เนื่องจากค่าเช่าบ้านบนเกาะปัจจุบันสูงเกินกว่าที่คนทำงานปกติจะรับได้ ซึ่งเป็นผลจากการที่ทุนต่างชาติเข้ามากว้านเช่าและปั่นราคา

ผ่าทางออก ตัด ‘รากแก้ว’ ขบวนการฉ้อฉล

เมื่อถามถึงทางออกของปัญหาที่เรื้อรังนี้ ดร.ปรีชายืนยันว่าการไล่จับชาวต่างชาติรายวันเป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ตราบใดที่เจ้าหน้าที่รัฐที่เป็นผู้สนับสนุนยังไม่ถูกจัดการ

“ทางออกง่าย ๆ คือ เจ้าหน้าที่ของรัฐหรือนักการเมือง คุณต้องจัดการคนของคุณเสียก่อน จัดการขบวนการที่ทำผิดกฎหมายบนเกาะพะงันที่เป็นคนของคุณเอง ถ้าคุณไม่จัดการคนของคุณ ไปจับแค่อิสราเอล เดี๋ยวก็มีคนจากชาติอื่นเข้ามาทำอีก… ทำไมเราไม่ตัดที่รากแก้ว”

ดร.ปรีชายกตัวอย่างกรณี “แหลมสน” บ้านศรีธนู ซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณะ 119 ไร่ แต่กลับมีการทำประโยชน์เป็นโรงแรมรีสอร์ตเถื่อนมานับสิบปี แม้มีคำพิพากษาศาลถึงที่สุดให้รื้อถอน แต่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกลับเพิกเฉย รวมถึงกรณี ‘เกาะราฮัม’ ที่มีการถมทะเลทำแหล่งท่องเที่ยวอย่างโจ่งแจ้ง

เปิดหน้าชน เรียกร้องรัฐจัดการต้นเหตุ

การออกมาให้ข้อมูลอย่างดุเดือดและระบุชื่อบุคคลอย่างชัดเจน ทำให้หลายคนกังวลเรื่องความปลอดภัย แต่สำหรับ ดร.ปรีชาเขายืนยันว่าพร้อมเปิดหน้าชน เพื่อความถูกต้องของบ้านเกิด

“ผมเปิดหน้าชนเต็มที่ ผมไม่สนว่าใครหรือคนที่อยู่เบื้องหลัง ผมกล้าพูดเพราะเคยปะทะมาแล้ว… ข้อมูลและการเรียกร้องในเฟซบุ๊กผมก็เปิดเผย คนบนเกาะพะงันรู้ดีว่าผมเปิดหน้าชน ผมไม่สนใจใคร ไม่มีคำว่าเพื่อนหรือญาติ ถ้าทำผิดกฎหมายและทำให้สังคมเสียหายผมไม่ยอม”

เขาทิ้งท้ายถึงนโยบายรัฐบาลที่พยายามเข้ามาจัดการปัญหาในขณะนี้ว่า เป็นการเดินที่ถูกทางหากใช้ยุทธวิธีที่เด็ดขาด แต่ผลลัพธ์จะยั่งยืนหรือไม่ขึ้นอยู่กับความจริงจังในการจัดการกับต้นเหตุ