สารัชต์ CardX : ประเทศต้องมีคอนเทนต์ใหม่-ปราบ “คอร์รัปชั่น” ให้เด็ดขาด
CEO คาร์ด เอกซ์ หวังผู้นำคนถัดไปจัดการ “คอร์รัปชั่น” เด็ดขาด สร้าง Content ใหม่ให้ประเทศ มีเสถียรภาพและขับเคลื่อนนโยบายได้อย่างต่อเนื่อง
นายสารัชต์ รัตนาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คาร์ด เอกซ์ จำกัด หรือ CardX เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ความคาดหวังจากการเลือกตั้งในปี 2569 ในแง่ผู้ประกอบการอยากจะเห็นความสงบ และเป็นรัฐบาลเสียงข้างมากที่สามารถขับเคลื่อนนโยบายได้อย่างต่อเนื่อง
สำหรับประเทศไทย สิ่งที่ต้องแก้ปัญหาคือ เรื่องของคอร์รัปชั่น ต้องเอาให้เด็ดขาด แม้เป็นเรื่องที่แก้ยากที่สุด เพราะมองว่าตอนนี้เป็นจุดหัวเลี้ยวหัวต่อ ต้องเปลี่ยน 2-3 เรื่องใหญ่ที่กล่าวมาให้ได้
ด้านนโยบายเศรษฐกิจที่อยากเห็นมีหลายเรื่อง อาทิ เรื่องท่องเที่ยว ส่วนตัวคิดว่าไทยไม่ได้สร้าง Content ใหม่ ๆ มานานมากแล้ว เรายังคงขาย Content เก่า จะทำอย่างไรที่จะเห็นกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ร่วมงานกับหน่วยงานอื่น ๆ สร้าง Content ใหม่ ๆ อยากเห็นยุทธศาสตร์ใหม่ เพราะวันนี้นอกจากเราไม่มี Content ใหม่ จะเห็นว่า Content เก่าก็มีเรื่องที่ทำให้แย่ลง เช่น ตึกถล่ม สแกมเมอร์ ปัญหาการสู้รบ ฯลฯ
“ถามว่าในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาเราขาย Content เก่ามาตลอด ทั้ง Thai Smile เรายังขายช้าง ขายทุก ๆ อย่างที่เหมือนเดิม เราไม่มีคอนเทนต์ใหม่เลย เทียบกับสิงคโปร์เราสามารถสร้างคอนเทนต์ใหม่ได้เยอะกว่า ผมคิดว่าแค่เราทำเรื่องนี้ได้ก็ช่วยเรื่องจีดีพีได้แล้ว”
คิดยุทธศาสตร์ชาติ
นายสารัชต์กล่าวว่า การปรับเปลี่ยนภาคอุตสาหกรรม มองว่าเป็นเรื่องที่ยิ่งยาก เพราะจะต้องคิดยุทธศาสตร์ว่าจะเลือก Industry แบบไหน และมีทางเลือกของทักษะ และต้องพัฒนา Skill Labor ให้สอดคล้อง จะต้องทำทั้งระบบนิเวศ (Ecosystem) และภายในอีก 10-20 ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะต้องเลือกว่าจะอยู่บนอุตสาหกรรมแบบไหนที่คิดว่าจะมีความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งต้องมานั่งคิดก่อน ไม่อย่างนั้นไทยจะอยู่บนโลกอุตสาหกรรมแบบเก่า ๆ ซึ่งธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ก็จะตายหมด
“แต่รัฐบาลจะต้องเป็นผู้นำ ว่าเราจะไปอุตสาหกรรมนี้นะ เหมือนทุกวันนี้ที่มีอยู่ เราเริ่มจากออโต้ที่เป็นอุตสาหกรรมเด่นชัด เพราะเราเริ่มจากการเปลี่ยนซัพพลายเชนจากญี่ปุ่น เริ่มมีมาบตาพุดเฟส 1 และเฟส 2 ที่เราจำได้ ยุคนายกฯชาติชาย เราต้อง Rethink แบบนั้นว่าอีก 20 ปีอะไรคือจุดยุทธศาสตร์อุตสาหกรรม ส่วนตัวผมเฟสแรก ผมไม่เชื่อเรื่องของ AI เพราะ AI ต้องมาหลังจากที่เราคิดยุทธศาสตร์ได้ก่อน ที่ผมเน้นท่องเที่ยว เพราะผมเชื่อว่ามันเร็วกว่า เรามีพื้นฐานที่ดีที่สร้างเรื่องพวกนี้ได้เร็ว”
โจทย์ใหญ่คือ SMEs-แก้หนี้
สิ่งที่เป็นห่วงมาก นายสารัชต์ย้ำว่าคือเอสเอ็มอี ซึ่งจะกลับมาเรื่องของยุทธศาสตร์ชาติที่เราจะไปอุตสาหกรรมไหนให้สามารถแข่งขันได้ อย่างไรก็ดี ในส่วนของการปล่อยสินเชื่อ ในมุมของธนาคารอยากปล่อยสินเชื่ออยู่แล้ว แต่การปล่อยสินเชื่อก็ต้องดูเรื่องของความสามารถ เชื่อว่าไม่มีธนาคารไหนไม่อยากปล่อยสินเชื่อ แต่จะมีกี่ธุรกิจที่สามารถปล่อยและแข่งขันได้ เช่น เรื่องของการแก้หนี้ จุดยากอาจไม่ใช่ใครซื้อหนี้ออกจากธนาคาร แต่จะทำอย่างไรให้คนพวกนี้มีรายได้มากกว่า
ดังนั้น การแก้โจทย์หนี้ภาคครัวเรือน ถ้าจะเอาถึงต้นตอคงไม่ใช่เรื่องการปรับลดโครงสร้าง ซึ่งเป็นการบรรเทา แต่การจะออกจากกับดักหนี้จะต้องสร้างรายได้ให้กับประเทศและประชาชน จึงต้องกลับมาสู่ยุทธศาสตร์การเติบโตที่จะไปในระดับ 3-4% เหมือนประเทศเพื่อนบ้านได้อย่างไร
“เป็นโจทย์ที่ท้าทายสำหรับรัฐบาล เพราะมีหลายคนที่ยังเปลี่ยนผ่านไม่ได้ ทั้งในมุมของบริษัท และในมุมที่เป็นประชาชน”