เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
CP ALL จัดพิธีบวงสรวง-ตอกเข็มฤกษ์ก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า RDC & CDC นิคมอุดรฯ
เศรษฐกิจภูมิภาค CP ALL จัดพิธีบวงสรวง-ตอกเข็มฤกษ์ก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า RDC & CDC นิคมอุดรฯ
“พิพัฒน์” แก้คอขวด ICD ลาดกระบัง สางปัญหาสัมปทาน เปิดประมูลใหม่ 20 ปี“พันล้าน”
Real Estate “พิพัฒน์” แก้คอขวด ICD ลาดกระบัง สางปัญหาสัมปทาน เปิดประมูลใหม่ 20 ปี“พันล้าน”
ASW ปั้นโมเดลใหม่ ‘บิสซิเนสยูนิต’ ‘อยู่-ทำธุรกิจ’ เขย่าตลาดคอนโดฯ
Real Estate ASW ปั้นโมเดลใหม่ ‘บิสซิเนสยูนิต’ ‘อยู่-ทำธุรกิจ’ เขย่าตลาดคอนโดฯ
ดูทั้งหมด

ส่องแผนเลือกตั้งเมียนมาปี 2025-26

25 ธ.ค. 2568 | 14:40น.

กองทัพเมียนมาเดินหน้าจัดการเลือกตั้งทั่วไปแบบแบ่งเฟส ที่จะเริ่มขึ้นในวันอาทิตย์นี้ ถือเป็นก้าวย่างสำคัญในรอบเกือบ 5 ปีนับตั้งแต่การรัฐประหารโค่นล้มรัฐบาลพลเรือนอองซาน ซูจี นักวิเคราะห์ชี้ว่า นี่เป็นเพียงความพยายามสร้าง “ฉากหน้า” หวังหลุดพ้นจากการถูกคว่ำบาตรจากนานาชาติ ด้วยตัวเลือกพรรคการเมืองถึง 57 พรรค แต่มีเพียงพรรคเดียวที่ได้ไปต่อปี 2026 คือ พรรคสปอนเซอร์รัฐบาลทหาร ทั้งขู่ยุติวีซ่าผู้พำนักต่างแดนหากไม่เข้าร่วมการเลือกตั้งในครั้งนี้

การลงคะแนนเสียงครั้งนี้จะจัดขึ้นเฉพาะในพื้นที่ที่กองทัพยังคงควบคุมได้ ด้วยสถานการณ์สงครามกลางเมืองที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่ต้นปี 2021 คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วกว่า 90,000 ราย คาดการณ์ว่าพรรค USDP ซึ่งเป็นนอมินีของกองทัพ จะได้รับชัยชนะและก้าวขึ้นสู่อำนาจอย่างเบ็ดเสร็จ เพื่อปิดฉากยุคเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตยที่เคยเบ่งบานในช่วงสั้น ๆ

พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐประหาร ยืนกรานว่าจะส่งมอบอำนาจให้กับพรรคที่ชนะการเลือกตั้ง ทว่าสัญญาณที่หลายฝ่ายได้รับ กลับชัดเจนว่ากองทัพยังคงสงวนที่นั่งสำคัญในคณะรัฐมนตรี และคุมอำนาจบริหารส่วนใหญ่ตามรัฐธรรมนูญฉบับปี 2008 ที่เขียนขึ้นโดยทหาร

นานาชาติเสียงแตก

องค์การสหประชาชาติ (UN) นิยามการเลือกตั้งครั้งนี้ว่าเกิดขึ้นภายใต้ “บรรยากาศแห่งความรุนแรง” ขณะที่ชาติตะวันตกส่วนใหญ่ตราหน้าว่าเป็น “การเลือกตั้งลวงโลก” (Sham Election) เนื่องจากพรรค NLD ของนางซูจีถูกยุบพรรคไป และแกนนำส่วนใหญ่ยังคงถูกคุมขัง รวมถึงบางส่วนที่ต้องลี้ภัย

หลายชาติต้องหาจุดยืนร่วมในครั้งนี้

จีน : ก้าวขึ้นมาเป็นผู้สนับสนุนหลัก หวังช่วยเจรจาสงบศึกกับกลุ่มชาติพันธุ์และกดดันกลุ่มกบฏให้คืนพื้นที่ เพื่อแลกกับการรักษาผลประโยชน์ในโครงการ “Belt and Road” และเขตเศรษฐกิจพิเศษ

รัสเซีย : มิน อ่อง หล่าย กระชับความสัมพันธ์กับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน อย่างแน่นแฟ้นเพื่อจัดหาอาวุธและแรงหนุนทางการทูต

สหรัฐ : ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ท่าทีของวอชิงตันดูจะเน้นไปที่การทำธุรกรรมมากขึ้น ทรัมป์ยังคงสงวนท่าทีไม่ประณามการเลือกตั้งครั้งนี้ ท่ามกลางการทบทวนนโยบายเพื่อเข้าถึงทรัพยากรแร่แรร์เอิร์ท (Rare Earth) ที่เมียนมามีอยู่อย่างมหาศาล

เศรษฐกิจรอการเยียวยา

ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติในเมียนมาดิ่งลงถึง 92% เหลือเพียง 690 ล้านดอลลาร์ในปีงบประมาณล่าสุด ผลจากแบรนด์ข้ามชาติถอนตัว ค่าเงินพังทลาย และวิกฤตพลังงาน ขณะที่ประชากรกว่าครึ่งประเทศต้องตกอยู่ในสภาวะยากจน

โฆษกพรรค USDP ระบุว่า “เราคาดหวังว่ารัฐบาลใหม่จะได้รับความยอมรับ และจะนำไปสู่การฟื้นตัวของการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ”

รายงานวิเคราะห์ Data Dive Issue No. 25

เครือข่ายเลือกตั้งเสรี (ANFREL) เปิดเผยรายงานวิเคราะห์ฉบับล่าสุด “Data Dive Issue No. 25” เกี่ยวกับรายละเอียดเชิงลึกแผนการจัดเลือกตั้งของรัฐบาลทหารเมียนมา 2025 ฉบับเดือนกันยายน ไว้ว่า “ขาดความชอบธรรมตามหลักประชาธิปไตย” เนื่องจากจัดขึ้นท่ามกลางความรุนแรง การพลัดถิ่นของประชากรจำนวนมหาศาล และการลิดรอนสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชาน อันไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากลของการเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรม อาทิ

1. คณะกรรมการการเลือกตั้ง (UEC) แต่งตั้งโดยฝ่ายทหาร
ประกาศแผนการเลือกตั้งแบบแบ่งเฟส ดังนี้ :

เฟสแรก : 28 ธันวาคม 2025 ใน 102 อำเภอ

เฟสที่สอง : 11 มกราคม 2026 ใน 100 อำเภอ

เฟสที่สาม : คาดว่าเป็นวันที่ 25 มกราคม 2026 (ยังไม่มีการยืนยัน)

กรอบกฎหมายที่ฝ่ายทหารสร้างขึ้นนั้นไม่มีการกำหนดเกณฑ์ของผู้มาใช้สิทธิหรือเกณฑ์ขั้นต่ำของพื้นที่ที่ต้องจัดการเลือกตั้ง

ส่งผลให้ประกาศจาก UEC เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม รายงานว่าจะไม่มีการลงคะแนนใน 2,931 แขวงและหมู่บ้าน (คิดเป็น 17% ของหน่วยบริหารพื้นฐานทั้งหมด) นอกเหนือจาก 56 อำเภอที่ถูกยกเว้นไปก่อนหน้านี้ ซึ่งพื้นที่เหล่านี้ส่วนใหญ่คือพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากการสู้รบและการพลัดถิ่น

2. กฎหมายคุ้มครองการเลือกตั้ง : คุกสำหรับผู้เห็นต่าง

เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2025 รัฐบาลทหารได้ประกาศใช้ “กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย” ซึ่งกฎหมายนี้ระบุว่า การวิพากษ์วิจารณ์หรือการแทรกแซงการเลือกตั้งถือเป็นอาชญากรรม

โทษจำคุกขั้นต่ำ : 3 ปี

โทษสูงสุด : ประหารชีวิต (ในบางกรณี)

รายงานระบุว่า กฎหมายนี้ถูกนำมาใช้ทันทีเพื่อกวาดล้างผู้เห็นต่าง เช่น การตัดสินจำคุกคนหนุ่มสาวที่ติดสติ๊กเกอร์รณรงค์บอยคอตการเลือกตั้ง การจับกุมผู้กำกับภาพยนตร์และศิลปินจากการแสดงความเห็นบนโซเชียลมีเดีย รวมถึงการดำเนินคดีกับนักข่าวนักกิจกรรม

ยกตัวอย่างเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม หลังมีการประท้วงในมัณฑะเลย์ กองทัพได้ตอบโต้ด้วยการทำลายร้านค้าในตลาด Zaycho หลายสิบแห่ง และประกาศตั้งรางวัลนำจับนักกิจกรรมสูงถึง 20 ล้านจัต (ประมาณ 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ)

3. พรรคลวงตา 

แม้บนบัตรเลือกตั้งจะมีพรรคการเมืองถึง 57 พรรค แต่โครงสร้างทั้งหมดถูกออกแบบมาเพื่อรับประกันชัยชนะของกองทัพ :

พรรคตัวเต็ง : พรรคสหสามัคคีและการพัฒนา (USDP) สนับสนุนโดยทหาร เป็นพรรคเดียวที่ส่งผู้สมัครได้ครอบคลุมและได้รับสิทธิประโยชน์เหนือพรรคอื่น

การคัดกรองพรรค : มีเพียง 6 พรรคที่จดทะเบียนในระดับประเทศ ส่วนที่เหลืออีก 51 พรรคลงสมัครได้เพียงรัฐหรือภูมิภาคเดียวเท่านั้น

กำจัดคู่แข่ง : 57% ของพรรคที่เคยลงเลือกตั้งในปี 2020 (ซึ่งกวาดคะแนนเสียงไปกว่า 70%) ถูกยุบหรือหายไปภายใต้กฎระเบียบใหม่ ผู้นำพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยถูกขังบางรายต้องลี้ภัย เพื่อให้การเลือกตั้งดูเหมือนประชาชาชนมีตัวเลือกในสายตาโลก

4. เสียงจากแรงงานเมียนมาในต่างแดน

งานวิจัย RESPECT Myanmar โดย BACS ศึกษาในกลุ่มแรงงานเมียนมาในไทย (กรุงเทพฯ, แม่สอด, เชียงใหม่, สมุทรสาคร) พบข้อมูลสำคัญ :

เลือกตั้งปฏิเสธประชาธิปไตย : แรงงานมองว่าการเลือกตั้งปี 2025 คือกับดัก เพื่อยื้อเวลาให้เผด็จการ จากบทเรียนเมื่อปี 2020 ที่พวกเขามีส่วนร่วมอย่างกระตือรือร้นและมีความหวังแต่ต้องผิดหวงไป

การข่มขู่ข้ามพรมแดน : สถานเอกอัครราชทูตเมียนมาเปิดหน่วยเลือกตั้งล่วงหน้า 50 แห่งทั่วโลก (41 แห่งดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว ณ วันที่ 8 ธันวาคม) มีรายงานว่าแรงงานในเกาหลีใต้ถูกโทรศัพท์ข่มขู่ว่าหากไม่ไปเลือกตั้งจะถูกปฏิเสธต่ออายุหนังสือเดินทาง ส่วนในเมียนมา นักศึกษาถูกบังคับให้เลือกตั้งล่วงหน้าเพื่อแลกกับการรักษาสถานะการเรียน

ข้อมูลทางการระบุว่า มีชาวเมียนมานอกประเทศ 1.12 ล้านคน (70% อาศัยในไทย) แต่ภาคประชาสังคมคาดการณ์ว่าเฉพาะในไทยอาจมีชาวเมียนมาสูงถึง 5 ล้านคน ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้ประกาศบอยคอตการเลือกตั้งแม้จะถูกกดดันจากสถานทูตก็ตาม