คอลัมน์ : สามัญสำนึก ผู้เขียน : สุดใจ ชาญชาตรีรัตน์
ในโลกธุรกิจที่กำลังพูดถึง “ความยั่งยืน” (Sustainability) กันจนติดปาก โดยที่ไม่แน่ใจว่าแค่พูดหรือเขียนไว้ในวิสัยทัศน์ เพียงเพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้ไม่ตกเทรนด์ หรือมีความมุ่งมั่นเพียงใด
เพราะคำว่า “ความยั่งยืน” ที่จะทำให้เกิดขึ้นจริงไม่ใช่เรื่องง่าย
ขณะที่ล่าสุดได้ยินผู้บริหารท่านหนึ่งพูดว่า “ความยั่งยืน…ไม่มีอยู่จริง” เพราะโลกหมุนเร็วขึ้น การเปลี่ยนแปลงที่มาแบบที่เราไม่ทันตั้งตัว
เทคโนโลยีเข้ามาดิสรัปต์ ธุรกิจดั้งเดิมจำนวนมากไปต่อไม่ได้ ต้องปิดตำนาน เพราะเจ้าของ-ผู้บริหาร-พนักงานปรับตัวไม่ทัน
และวันนี้ทุกคนก็พูดถึงการเข้ามาของ AI (ปัญญาประดิษฐ์) ที่มีพัฒนาการรวดเร็ว จนเข้ามาทำงานแทนคนได้ในหลากหลายหน้าที่ และหากปัญญามนุษย์ไม่เรียนรู้ หรือปรับตัวที่จะทำงานร่วมกับปัญญาประดิษฐ์ การเดินต่อไปข้างหน้าก็จะยากมากยิ่งขึ้น
สถานการณ์ปัจจุบันนักธุรกิจรุ่นเก่ากำลังประสบปัญหา เพราะไม่สามารถเข้าไปทำมาหากินกับคน GEN Z ได้ เหตุผลเพราะไม่เข้าใจพฤติกรรม และเข้าไม่ถึงสังคมของเจน Z
ขณะเดียวกัน GEN Z ก็ลุกขึ้นมาทำธุรกิจที่ตอบโจทย์คน GEN Z ด้วยกันมากขึ้นเรื่อย ๆ จะเห็นว่าในยุคปัจจุบันมีธุรกิจของคนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยที่เติบโตและประสบความสำเร็จขึ้นมาอย่างรวดเร็วในช่วงเวลา 5-6 ปี เป็นแบรนด์ใหม่ที่รุ่นเก่าอาจไม่เคยได้ยิน
อย่างกระแส T-Beauty เครื่องสำอางแบรนด์ไทยที่กำลังมาแรง จนสามารถสร้างยอดขายปีละหลัก 100 ล้าน 1,000 ล้านได้ในเวลาไม่กี่ปี และเป็นการเติบโตอย่างแข็งแรง ไม่ว่าแบรนด์ MizuMi, LA GLACE ที่คนรุ่นเจน X เจน Y แทบไม่รู้จัก
หรือแบรนด์แฟชั่นอย่าง GENTLEWOMAN ที่แจ้งเกิดอย่างรวดเร็วในช่วงโควิด ที่สามารถทำรายได้ปีละหลักพันล้านบาทเช่นกัน รวมถึงธุรกิจบริการใหม่ ๆ ที่คน GEN X-GEN Y แทบไม่รู้เลยว่ามีสิ่งนี้
ขณะที่คนรุ่นเก่าจำนวนมากกำลังโอดครวญปัญหาเศรษฐกิจ แต่ในช่วงเวลาเดียวกันคนเจน Z จำนวนไม่น้อยยังมองเห็นโอกาสใหม่ ๆ ในสังคมที่คนรุ่นเก่าอาจไม่เข้าใจ
และอาจเรียกว่าธุรกิจดั้งเดิมจำนวนมากอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ต้องปรับ-เปลี่ยนครั้งสำคัญ บ้างก็มีทายาทธุรกิจรุ่นใหม่เข้ามารับช่วงเพื่อเปลี่ยนแปลง บ้างก็ตัดสินใจขายกิจการเพราะทายาทไม่สนใจ
โจทย์คือจะไปต่ออย่างไร จะหาความยั่งยืนให้กับธุรกิจได้อย่างไร
จริง ๆ แล้วอาจไม่ใช่ความยั่งยืน แต่เป็นการปรับเปลี่ยนที่ต้องทำตลอดเวลาเพื่อ “เอาตัวรอด” เพราะในวันที่เราเหนื่อย หยุดพัก ก็มีสิทธิถูกเขี่ยออกจากเกม หรือถูกเตะออกจากสนามได้
เพราะในโลกที่เด็กรุ่นใหม่เกิดมา ท่ามกลางการขับเคลื่อนทุกอย่างด้วยเทคโนโลยี การดิสรัปต์เกิดขึ้นไปอย่างรวดเร็ว แม้แต่บริษัท 100 ปีที่ผ่านประสบการณ์มาอย่างโชกโชน…ก็ยังไม่ได้ไปต่อ
แม้หลายบริษัทชื่อ-แบรนด์อาจยังคงอยู่ แต่ตัวตนและธุรกิจไม่เหมือนเดิม สะท้อนว่าธุรกิจเดิม สินค้าเดิม บริการแบบเดิม ๆ ไม่เป็นที่ต้องการอีกแล้ว
ดังนั้น ในวันนี้จะเห็นว่าองค์กรต่าง ๆ พยายามขยับ-ปรับเปลี่ยน ตามแนวทางที่ผู้บริหารมองว่านี่คือทางออก หรือทางรอดสำหรับอนาคต
ขณะที่ปรากฏการณ์ที่องค์กรธุรกิจต่าง ๆ ปรับลดพนักงาน พร้อมกับคำว่าเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน สำหรับที่เกิดขึ้นในประเทศไทยยังไม่ใช่ เพราะการเข้ามาของ AI แต่เพราะความกดดันจากภาวะการแข่งขันและต้นทุน
ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจไทยที่ย่ำแย่ โตต่ำกว่าศักยภาพ ทำให้กลายเป็น “บ่อเกิด” แห่งสารพัดปัญหาตามมาที่ทุกคนต้องเตรียมพร้อมรับมือ
ขณะที่โลกธุรกิจกำลังประกาศการสร้างความยั่งยืน แต่แรงงานจำนวนมากก็กำลังเผชิญกับชีวิตที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย
ความยั่งยืนไม่มีอยู่จริง…มีแต่การปรับ-เปลี่ยนตัวเองโดยไม่ยึดติดกับความสำเร็จในอดีตเพื่อที่จะเดินต่อไปข้างหน้า