คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ
“ฤดูฝุ่น” ของประเทศไทยกำลังกลับมาอีกครั้ง และกลับมาเป็นประจำของทุกปี หลังจากที่รัฐบาลกำหนดให้ปัญหาฝุ่นละอองเป็น “วาระแห่งชาติ” มาตั้งแต่ปี 2562 โดยปีนี้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) ได้ให้ความเห็นชอบมาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ปี 2569 ประกอบไปด้วย 5 ด้าน ได้แก่ การควบคุมการเผาในพื้นที่เกษตร, การจัดการไฟในพื้นที่ป่า, การควบคุมฝุ่นในเขตเมือง, การจัดการหมอกควันข้ามแดน และการบริหารจัดการภาพรวม ภายใต้กรอบแนวคิดที่ว่าจะเป็นการบริหารจัดการฝุ่นตั้งแต่ระยะที่ยังไม่เกิดสถานการณ์ฝุ่นละออง และจะต้องมีการประเมินผลสัมฤทธิ์เมื่อสิ้นสุดฤดูฝุ่น เพื่อที่จะนำมาใช้ปรับปรุงรับมือฝุ่นในฤดูกาลถัดไป
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ฝุ่นในปี 2569 ทางคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมฯ มีความเชื่อว่าจะมีแนวโน้มที่ดีกว่าสถานการณ์ฝุ่นในปี 2568 ซึ่งเริ่มนับช่วงวิกฤตตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2567-31 พ.ค. 2568 จากทั่วประเทศ พบว่าปริมาณฝุ่น PM 2.5 เฉลี่ย 24 ชม. ค่า 28 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร หรือลดลงร้อยละ 10 จำนวนวันที่มีฝุ่นละออง PM 2.5 เกินค่ามาตรฐาน 184 วัน ลดลงร้อยละ 2 และจุดความร้อนจำนวน 104,593 จุด ลดลงร้อยละ 25 เฉพาะพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ปริมาณฝุ่น PM 2.5 เฉลี่ย 24 ชม. มีค่า 30 มคก./ลบ.ม หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 3 จำนวนวันที่มีฝุ่นละออง PM 2.5 เกินค่ามาตรฐาน 118 วัน ลดลงร้อยละ 3 และจุดความร้อน 363 จุด ลดลงร้อยละ 53
ในขณะที่ภาคเหนือ 17 จังหวัด ซึ่งเป็นภาคที่ต้องเผชิญฝุ่น PM 2.5 จากการเผาทั้งในพื้นที่และการเผาข้ามแดน มีปริมาณฝุ่น PM 2.5 เฉลี่ย 24 ชม. มีค่า 33 มคก./ลบ.ม หรือลดลงร้อยละ 18 จำนวนวันที่มีฝุ่น PM 2.5 เกินค่ามาตรฐาน 163 วัน หรือลดลงร้อยละ 1 และจุดความร้อนจำนวน 59,700 จุด หรือลดลงร้อยละ 28 และเพื่อบริหารจัดการไม่ให้เกิดวิกฤตการณ์ฝุ่น ทั้งการลดปริมาณฝุ่นและวันที่เกิดฝุ่นให้มีประสิทธิภาพดีกว่าปี 2568 จึงมีการทำแผนในระยะเตรียมการก่อนเข้าสู่ช่วงวิกฤต ด้วยการ “ควบคุม” การเผาในพื้นที่เกษตร การบริหารการเผาก่อนที่จะประกาศการห้ามเผาอย่างเด็ดขาด การควบคุมอ้อยไฟไหม้เข้าโรงงาน และการจัดการไฟในพื้นที่
ส่วนการควบคุมฝุ่นในเขตเมือง ในส่วนของยานพาหนะ จะประกาศเขตมลพิษต่ำ (Low Emission Zone) ของกรุงเทพมหานคร ด้วยการกำหนดเงื่อนไขยานพาหนะที่จะเข้าพื้นที่เพื่อลดปริมาณฝุ่น PM 2.5 ที่เกิดจากการเผาไหม้เครื่องยนต์ดีเซลและกิจกรรมขนส่ง ส่วนการจัดการหมอกควันข้ามแดนยังคงใช้แผนปฏิบัติการร่วมยุทธศาสตร์ฟ้าใสและกลไก RBC ในคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค 3 ประเทศ ซึ่งจะอยู่ในส่วนของแผนระยะปฏิบัติการที่เกิดในช่วงสถานการณ์วิกฤต ต้องควบคุมการเผาอย่างเข้มงวด การตรวจสอบ กำกับ ดูแลอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
แม้ว่ามาตรการรับมือฝุ่น PM 2.5 ข้างต้นจะทำให้แนวโน้มของสถานการณ์ฝุ่นดีขึ้นก็ตาม แต่จะเป็นเรื่องที่ดีกว่านี้แน่ หากสามารถบ่งชี้ชัดได้ว่ามาตรการไหนที่ช่วยลดปริมาณฝุ่น PM 2.5 ลงในระดับที่ตรวจวัดความถูกต้องได้ ในประเด็นนี้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ร่วมกับสถาบันสิ่งแวดล้อมจีน และ กทม. กำลังดำเนินโครงการวิเคราะห์แหล่งกำเนิดฝุ่น เพื่อวัดค่าฝุ่นแบบเรียลไทม์ได้เป็นครั้งแรก โดยข้อมูลที่ได้จะช่วยให้กำหนดมาตรการรับมือได้ตรงจุด ไม่เหวี่ยงแห เพื่อลดปริมาณฝุ่น PM 2.5 ได้มากที่สุด