เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
MOSHI งัดซอฟต์พาวเวอร์ปั๊มยอด Q4 ดึงลิขสิทธิ์ซานริโอสวม “ชุดนักเรียนไทย”
Biz Movement MOSHI งัดซอฟต์พาวเวอร์ปั๊มยอด Q4 ดึงลิขสิทธิ์ซานริโอสวม “ชุดนักเรียนไทย”
เปิดสเปก Gemini Enterprise คนไทยใช้ฟรี 5 แสนสิทธิ์ ปลดล็อกลิมิต AI พร้อม Agent กว่า 50 ตัว
Tech เปิดสเปก Gemini Enterprise คนไทยใช้ฟรี 5 แสนสิทธิ์ ปลดล็อกลิมิต AI พร้อม Agent กว่า 50 ตัว
จากผลงาน “ศุภจี” สู่ศึกซักฟอก จับตาเก้าอี้พาณิชย์กลางกระแสปรับ ครม.
Economic จากผลงาน “ศุภจี” สู่ศึกซักฟอก จับตาเก้าอี้พาณิชย์กลางกระแสปรับ ครม.
เปิดไทม์ไลน์รถไฟฟ้า 6 สายใหม่ ปีหน้า ‘ส้ม‘ ออกวิ่ง ‘น้ำตาล’ ตอกเข็มปี’72
Real Estate เปิดไทม์ไลน์รถไฟฟ้า 6 สายใหม่ ปีหน้า ‘ส้ม‘ ออกวิ่ง ‘น้ำตาล’ ตอกเข็มปี’72
เปิดงาน ‘มหกรรมหนังสือระดับชาติ’ สำนักพิมพ์มติชน จัดใหญ่ ธีม “Bloom เติบโตไปด้วยกัน”
Biz Movement เปิดงาน ‘มหกรรมหนังสือระดับชาติ’ สำนักพิมพ์มติชน จัดใหญ่ ธีม “Bloom เติบโตไปด้วยกัน”
บริษัทจะทำยังไงดีกรณีพนักงานเงินเดือนตัน
SD Talk บริษัทจะทำยังไงดีกรณีพนักงานเงินเดือนตัน
ราคาทองวันนี้ (23 ต.ค. 69) ร่วงลง 1,150 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,000 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (23 ต.ค. 69) ร่วงลง 1,150 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,000 บาท
อนุทิน แจงทุกประเด็นการเมือง-เศรฐกิจ-เดินสาย ตปท. 24 ต.ค.นี้
Politics อนุทิน แจงทุกประเด็นการเมือง-เศรฐกิจ-เดินสาย ตปท. 24 ต.ค.นี้
กรมเหมืองฯ จัดสรรเงินผลประโยชน์พิเศษ 189 ล้าน ให้พัฒนา 87 ชุมชน 39 จังหวัด
Economic กรมเหมืองฯ จัดสรรเงินผลประโยชน์พิเศษ 189 ล้าน ให้พัฒนา 87 ชุมชน 39 จังหวัด
ธอส. เปิดขั้นตอนลงทะเบียนสินเชื่อบ้านคนละหลัง PLUS ดอกเบี้ยเริ่มต้น 2.60% กู้สูงสุด 40 ปี
Finance ธอส. เปิดขั้นตอนลงทะเบียนสินเชื่อบ้านคนละหลัง PLUS ดอกเบี้ยเริ่มต้น 2.60% กู้สูงสุด 40 ปี
ดูทั้งหมด

55 ปี ‘อนุสรณ์กรุ๊ป’ แตกไลน์ แกงพร้อมทาน ‘มะหา’ รุกตลาดโลก

08 ม.ค. 2569 | 16:14น.
Anusorn Group
สัมภาษณ์

“อนุสรณ์กรุ๊ป” หนึ่งในผู้ผลิตอาหารทะเลแช่แข็งและแปรรูป จ.สมุทรสาคร จากก้าวแรกในปี 2513 พัฒนาผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ และเติบโตมาอย่างต่อเนื่อง ผ่านมา 55 ปี ล่าสุดได้เดินหน้าแตกไลน์ธุรกิจ ด้วยการผลิตแกงกระป๋อง ภายใต้แบรนด์ “มะหา” เจาะกลุ่มลูกค้าทั่วโลก

“ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์ “อภิสิทธิ์ เตชะนิธิสวัสดิ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อนุสรณ์มหาชัยซูริมิ จำกัด ถึงความเป็นมาในการดำเนินธุรกิจตั้งแต่ยุคบุกเบิก มาถึงการแตกไลน์ธุรกิจสู่แกงไทย ที่พร้อมการันตีรสชาติที่อร่อยไม่ซ้ำใครจากเชฟมิชลินแถวหน้าของไทย รวมถึงแผนการทำตลาด และการลงทุนในอนาคต

สู่ธุรกิจประมงนอกน่านน้ำ

อภิสิทธิ์เล่าว่า ต้นกำเนิดธุรกิจเริ่มจากคุณพ่อคุณแม่เริ่มต้นทำธุรกิจวัสดุก่อสร้าง และต่อเรือประมงให้คนเช่าอยู่ที่มหาชัย จ.สมุทรสาคร และก้าวสู่การทำธุรกิจประมงเอง ได้มีโอกาสไปทำประมงที่ต่างประเทศ ก่อนขยายไปสู่ธุรกิจปลาป่น ธุรกิจห้องเย็น หลังจากผมและน้องชายเรียนจบกลับมาจากต่างประเทศ จึงเข้ามาดูแลธุรกิจเรือประมงและธุรกิจห้องเย็นเต็มรูปแบบ และในปี 2557 บริษัทได้หยุดทำเรือประมง หลังเผชิญปัญหาอุตสาหกรรมประมง เนื่องจากต้องใช้เงินลงทุนสูงหากต้องฟื้นธุรกิจเรืออีกครั้ง

ต่อมาได้เริ่มผลิตเนื้อปลาบดแช่แข็ง (ซูริมิ) สำหรับทำผลิตภัณฑ์อย่างลูกชิ้น ปูอัด และฟิชโช่ โดยใช้วัตถุดิบภายในประเทศเป็นหลัก ใช้เงินลงทุนกว่า 200 ล้านบาท ช่วง 10 ปีแรกมียอดขายรวมทั้งกรุ๊ปประมาณ 400-800 ล้านบาท และเคยมากสุดถึง 1,400 ล้านบาท

หลังจากนั้นได้เพิ่มไลน์ผลิตอาหารกระป๋อง ภายใต้แบรนด์ “ไฮเชฟ” มีกำลังการผลิต 4 ล้านกระป๋องต่อเดือน โดยมีสัดส่วนตลาดภายในประเทศและตลาดส่งออก 50 : 50 โดยตลาดภายในประเทศวางขายในซีเจ มอร์, เซเว่นอีเลฟเว่น, บิ๊กซี และตัวแทนจำหน่ายทุกจังหวัด ส่วนตลาดส่งออก เช่น เมียนมา เวียดนาม กัมพูชา สปป.ลาว และตะวันออกกลาง รวมถึงรับจ้างผลิต (OEM) ให้แบรนด์ต่าง ๆ นอกจากนี้ ได้ทำผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมทาน (Ready to Eat) เช่น เต้าหู้ปลาและปูอัด

มะหา

แตกไลน์ผลิต 4 แกงไทยส่งออก

อภิสิทธิ์บอกว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาภาพรวมธุรกิจและทิศทางอุตสาหกรรมปลากระป๋องไทยมีการแข่งขันในตลาดโลกสูง เนื่องจากประเทศไทยเป็นผู้ผลิตและส่งออกปลากระป๋องรายใหญ่ที่สุดของโลก โดยเฉพาะจังหวัดสมุทรสาครที่มีโรงงานผลิตจำนวนมากเปรียบเสมือน “ครัวโลก” ทำให้มีการแข่งขันด้านราคา

จึงเริ่มอยากลองทำผลิตภัณฑ์อะไรใหม่ ๆ โดยตั้งโจทย์ว่าต้องขายได้ทั่วโลก และต้องการให้เป็นสินค้าของฝาก ที่ไม่ว่าใครมาเมืองไทยต้องซื้อกลับไปเป็นของฝากได้ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนและอินเดีย รวมถึงกลุ่มตะวันออกกลางเป็นกลุ่มที่มีประชากรเกินครึ่งโลกที่เข้ามาเที่ยวในประเทศไทย

ในที่สุดมาลงตัวที่ผลิตภัณฑ์แกงไทยพร้อมทานในรูปแบบกระป๋อง ภายใต้แบรนด์ “มะหา” ซึ่งถือเป็นแบรนด์น้องใหม่ในวงการ Ready to Eat ประกอบด้วยแกงกะทิ 4 ประเภทที่ติดอันดับความนิยมของโลก ได้แก่ แกงแดง แกงเขียวหวาน แกงมัสมั่น และแกงพะแนง มีทั้งสูตรใช้เนื้อวัวและเนื้อไก่

เราใช้เวลารังสรรค์เครื่องแกง โดยการจ้างเชฟระดับมิชลินที่ใช้เวลาปรับสูตรนานกว่า 2 เดือน ทำให้ได้ “รสไทยแท้” ไม่ใส่สารกันบูด โดยใช้เทคโนโลยีการแปรรูปอาหารโดยใช้หม้อนึ่งความดันสูง (Retort) ฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ในอาหารด้วยความร้อนสูง ทำให้แกงมีอายุอยู่ได้ถึง 3 ปี โดยไม่เสียรสชาติ

โดยใช้วัตถุดิบในประเทศไทยทั้งหมดในการผลิตเครื่องเทศ และเนื้อสัตว์ ซึ่งอนาคตหากมีวอลุ่มเพียงพอ เราจะไปคุยกับสหกรณ์โคเนื้อสักแห่ง อาจทำเป็นซีรีส์ใช้เนื้อแต่ละเมือง เช่นเดียวกับสินค้าของประเทศญี่ปุ่นที่มีเนื้อประจำจังหวัด ซึ่งเราสามารถใช้โอกาสนี้โปรโมตเกษตรกรไทย รวมถึงการสนับสนุนการเลี้ยงสัตว์แบบอินทรีย์ (Organic) ด้วย ถือเป็นการใช้วัตถุดิบของไทย พร้อมสร้างสตอรี่ไปด้วยกัน

มะหา

ดันแกงมะหาสู่ตลาดจีน-อินเดีย

อภิสิทธิ์บอกว่า เบื้องหลังแบรนด์ “มะหา” ชื่อมาจากคำว่า “มหาชัย” และยังมีความหมายว่า “ยิ่งใหญ่” ในภาษาอินเดีย ฉลากออกแบบโดยศิลปิน พร้อมจดลิขสิทธิ์จดทะเบียน เพราะตั้งใจผลักดันให้เป็นสินค้าประจำจังหวัดสมุทรสาคร

สำหรับผลิตภัณฑ์แกงไทย 4 ประเภท เน้นส่งออกเจาะกลุ่มตลาดต่างประเทศ ซึ่งขณะนี้ได้ออร์เดอร์จากประเทศจีนเรียบร้อยแล้ว ส่วนตลาดภายในประเทศเริ่มวางตลาดช่วงไตรมาส 4/2568 ที่ผ่านมาเน้นกลุ่มคนเมืองที่ต้องการความสะดวก รวดเร็ว เพราะในประเทศไทยมีร้านข้าวแกงจำนวนมากอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม อนาคตเตรียมพัฒนาแกงอินเดียเพิ่มเติม เพื่อเจาะตลาดตะวันออกกลางและกลุ่มชาวอินเดีย-ปากีสถานทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม การทำผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ออกมาตอนนี้ผู้ประกอบการต้องเผชิญกับปัญหาสินค้าจากต่างประเทศเข้ามาถล่มราคา ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากมาตรการลดหย่อนภาษีตามข้อตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) ดังนั้น สิ่งที่ผู้ประกอบการไทยต้องทำคือ การยกจุดเด่นของสินค้าให้ผู้บริโภคเห็น โดยเฉพาะเครื่องแกงที่เป็นเอกลักษณ์ของไทย เช่น เราจะทำคิวอาร์โค้ดที่ฉลากผลิตภัณฑ์ให้ลูกค้าสามารถสแกน เพื่อดูข้อมูลที่มาของแหล่งวัตถุดิบและคุณค่าทางโภชนาการ แม้จะต้องมีขั้นตอนเพิ่มขึ้น แต่ว่าเป็นเรื่องที่ดี

อภิสิทธิ์ เตชะนิธิสวัสดิ์
อภิสิทธิ์ เตชะนิธิสวัสดิ์

ใช้หุ่นยนต์ลดต้นทุน

อภิสิทธิ์บอกต่อไปว่า จุดเด่นของบริษัทในการผลิตสินค้าปลากระป๋องสู้กับโรงงานขนาดใหญ่และคู่แข่งในต่างประเทศได้ คือการบริหารการจัดการและการประหยัดพลังงาน เริ่มจากการปรับใช้ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์เข้ามาทดแทนแรงงานคน ทำให้สามารถลดการใช้พนักงานจาก 400 คน เหลือ 350 คน ที่สำคัญช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ และลดต้นทุนทำให้สามารถแข่งขันกับโรงงานขนาดใหญ่ และแข่งขันกับต่างประเทศได้

ขณะที่วัตถุดิบปลาเน้นซื้อจากแหล่งผลิตภายในประเทศไทยเป็นหลักวันละ 100 ตัน ซึ่งถือว่าไม่มากสำหรับโรงงานขนาดกลาง แต่บางเดือนต้องนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ ด้วยสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยบางช่วงไม่เอื้ออำนวยทำให้จับปลาไม่ได้

นอกจากนี้ ในกระบวนการผลิตปลากระป๋องจะมีของเหลือใช้จากกระบวนการผลิต เช่น เศษก้างปลา และหัวปลา จะถูกนำไปทำปลาป่น ส่วนเลือดปลาจะนำไปทำปุ๋ย ส่วนน้ำที่เหลือจากกระบวนการผลิตจะนำเข้าสู่ระบบบำบัด ทำให้โรงงานไม่มีของเหลือทิ้งกลายเป็นศูนย์ “Zero Waste” ได้อย่างสมบูรณ์

ชี้บาทแข็ง-ค่าแรงสูงทำรายได้วูบ

อภิสิทธิ์บอกว่า ปีนี้บริษัทได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็ง และปัจจัยลบอื่น ๆ ได้แก่ ค่าแรงสูงขึ้น, ถนนพระราม 2 ที่ก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ ทำให้ค่าขนส่งและค่าซ่อมบำรุงเพิ่มขึ้น, ราคาน้ำมันสูง และสภาพเศรษฐกิจชะลอตัว จึงทำให้ยอดรายได้จากการขายปลาป่นลดลงจากปกติ 1,200 ล้านบาท เหลือประมาณ 900 ล้านบาท

“ตอนนี้ประเทศไทยไม่หวือหวา คนไม่มีเงิน ปัญหามาจากคอร์รัปชั่นทุกภาคส่วน ทำให้ประเทศไม่ค่อยเดินหน้าไปไหน”

ชี้รัฐช่วย SMEs เกาไม่ถูกที่คัน

นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงการแก้ปัญหาธุรกิจรายย่อย (SMEs) ของรัฐบาลที่ผ่านมาว่า ที่ผ่านมาระบบสนับสนุนธุรกิจเอสเอ็มอีของหน่วยงานภาครัฐไทย เน้นการจัดอบรมมากเกินไป ซึ่งไม่ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถต่อยอดสร้างผลิตภัณฑ์ได้จริง สิ่งที่รัฐควรทำคือ ช่วยทำตลาด เขียนสตอรี่ และออกแบบผลิตภัณฑ์ให้เกษตรกรหรือผู้ประกอบการ

โดยมีกลุ่มคนที่จะมาช่วยทำเรื่องเหล่านี้ ทำเป็นการว่าจ้างบุคคลที่สามเข้ามาดำเนินการให้ จะไปหวังให้เกษตรกรเป็นคนทำก็คงไม่ไหว ต้องยอมรับว่าบางเรื่องเป็นความรู้เฉพาะตัว

ส่วนเราถนัดการทำตลาดและการผลิต ซึ่งมองว่าตอนนี้ตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะตลาดจีนสำคัญมาก ถ้าเปิดตลาดได้จะสบายมาก เพราะมีประชากรพันกว่าล้านคน ไม่ได้บอกว่าง่าย แต่ก็ไม่ได้บอกว่าเป็นไปไม่ได้ แต่ต้องใช้ความพยายาม

“เมืองไทยมีเอสเอ็มอีจำนวนมาก หน่วยราชการแก้ปัญหาด้วยการให้ไปนั่งอบรม ซึ่งการอบรมก็เหมือนการเรียนหนังสือ ไม่ใช่ทุกคนจะสอบผ่าน เช่นเดียวกับการทำอาหาร ไม่ใช่ทุกคนจะทำอร่อย แต่ถ้าหากเราแบ่งงานออกมาเป็นส่วน ๆ เช่น ผมไม่ถนัดทำอาหารก็ไปหาเชฟที่เก่งทำแกงให้ นำมาชิมและคัดสูตรที่ดีที่สุดไปผลิตขาย เป็นต้น”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อาหารแช่แข็ง อาหารแปรรูป