สหรัฐภายใต้ประธานาธิบดีทรัมป์ ถอนตัวออกจากกลุ่มองค์กร สนธิสัญญา อนุสัญญาต่าง ๆ ที่ขัดต่อผลประโยชน์ของสหรัฐ รวม 66 กลุ่ม
นิกเคอิ เอเชีย (Nikkei Asia) รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ลงนามในประกาศการถอนตัวออกจากหน่วยงานในสหประชาชาติ (ยูเอ็น) 31 แห่ง และองค์กรนอกสหประชาชาติ 35 องค์กร รวมทั้งหมด 66 กลุ่ม ซึ่งมองว่าดำเนินการขัดต่อผลประโยชน์แห่งชาติของสหรัฐ เมื่อวันที่ 7 มกราคม ตามเวลาท้องถิ่น
คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Intergovernmental Panel on Climate Change : IPCC) และกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (United Nations Framework Convention on Climate Change : UNFCCC) เป็นหนึ่งในกลุ่มที่สหรัฐจะถอนตัว (อ่านประกาศรายชื่อ 66 กลุ่มองค์กร)
ประกาศทำเนียบขาวระบุว่า กลุ่มองค์กรเหล่านี้ส่งเสริมนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศแบบสุดโต่ง ระบบธรรมาภิบาลโลก และแผนงานเชิงอุดมการณ์ ที่ขัดต่ออธิปไตยและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกา
การดำเนินการดังกล่าวเป็นผลมาจากการทบทวนองค์การระหว่างประเทศระดับรัฐบาล อนุสัญญา ตลอดจนสนธิสัญญาต่าง ๆ ที่สหรัฐเป็นสมาชิกหรือเป็นภาคีอยู่ ซึ่งทำเนียบขาวได้ข้อสรุปว่า จะยุติการสนับสนุนทางการเงินและการมีส่วนร่วมของชาวอเมริกัน ในหน่วยงานที่ส่งเสริมวาระโลกาภิวัตน์เหนือวาระที่สหรัฐให้ความสำคัญ หรือที่จัดการกับประเด็นสำคัญอย่างไร้ประสิทธิภาพหรือไม่ได้ผล
บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า การกระทำของทรัมป์สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงนโยบายภายในประเทศ ซึ่งมุ่งเป้าไปที่การยกเลิกข้อจำกัดของเชื้อเพลิงฟอสซิล และเป็นไปตามการตัดสินใจในเดือนมกราคม 2025 ซึ่งสหรัฐเริ่มกระบวนการถอนตัวจากข้อตกลงปารีส (Paris Agreement) อันเป็นข้อตกลงเพื่อต่อสู้กับภาวะโลกร้อนที่สมาชิกรับรองปี 2015
ด้านนายมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กล่าวในแถลงการณ์ว่า รัฐบาลทรัมป์กำลังถอนตัวออกจากสถาบันต่าง ๆ ที่ถูกพิจารณาว่า ซ้ำซ้อนในขอบเขต จัดการไม่ดี ไม่จำเป็น สิ้นเปลือง และดำเนินการอย่างไร้ประสิทธิภาพ อีกทั้งผลักดันวาระที่ขัดแย้งกับผลประโยชน์ของสหรัฐ
นับตั้งแต่เริ่มดำรงตำแหน่งสมัยที่ 2 ทรัมป์พยายามลดงบประมาณสนับสนุนของสหรัฐแก่ยูเอ็น โดยยุติการมีส่วนร่วมของสหรัฐในคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (U.N. Human Rights Council) ขยายเวลาระงับการให้เงินสนับสนุนแก่องค์กรบรรเทาทุกข์และจัดหางานแห่งสหประชาชาติสำหรับผู้ลี้ภัยชาวปาเลสไตน์ในตะวันออกใกล้ (UNRWA) และถอนตัวออกจากองค์การยูเนสโก ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านวัฒนธรรมของยูเอ็น นอกจากนี้ ยังประกาศแผนถอนตัวออกจากองค์การอนามัยโลก (World Health Organization : WHO)