สหรัฐโยงไทย กล่าวหาเอไอจีน “Moonshot AI” แอบเข้าถึงชิปขั้นสูง Nvidia
เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวกล่าวหาบริษัท Moonshot AI ของจีนว่าใช้โมเดลปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของสหรัฐและชิป Nvidia อย่างไม่ถูกต้อง ผ่านการแอบเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์หรือดาต้าเซนเตอร์ในประเทศไทยเพื่อใช้สร้างโมเดลเอไอของตัวเอง ที่เรียกว่า Kimi K3 ซึ่งโมเดลนี้สร้างความตกตะลึงให้กับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีเมื่อสัปดาห์ที่แล้วด้วยความสามารถขั้นสูง
บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่านายไมเคิล คราทซิโอส ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งทำเนียบขาว (Office of Science and Technology Policy) กล่าวในโพสต์บนโซเชียลมีเดียเมื่อ 22 กรกฎาคม เวลาท้องถิ่นว่า บริษัท Moonshot AI “ได้ซื้อเซิร์ฟเวอร์ที่ติดตั้ง GB300 และเข้าถึง GB300 ในประเทศไทย ซึ่งน่าจะใช้เพื่อฝึกฝนโมเดล AI ของตน” ซึ่งเป็นการกล่าวหาว่า Moonshot ละเมิดกฎควบคุมการส่งออกของสหรัฐและข้อกำหนดในการให้บริการของบริษัทสหรัฐเพื่อนำไปสร้างผลิตภัณฑ์ของตัวเอง
เซิร์ฟเวอร์เซมิคอนดักเตอร์ที่อ้างถึงนั้นเป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์ตระกูล Blackwell ของ Nvidia ซึ่งสหรัฐห้ามจำหน่ายบริษัทจีน แม้ว่ารัฐบาลทรัมป์จะอนุญาตให้จำหน่ายชิป H200 ของ Nvidia ได้บ้าง แต่ก็ยังคงห้ามจำหน่ายชิป Blackwell ที่มีเทคโนโลยีขั้นสูงกว่า
บันทึกข้อความเมื่อเดือนพฤษภาคมยืนยันว่า สำนักงานอุตสาหกรรมและความมั่นคงของสหรัฐ (Bureau of Industry and Security) ซึ่งรับผิดชอบการควบคุมการส่งออกชิป AI จำกัดการขายโปรเซสเซอร์ขั้นสูงให้กับบริษัทจีนที่ตั้งอยู่นอกประเทศ โดยเจ้าหน้าที่สหรัฐกำลังตรวจสอบว่ามีบริษัทใดบ้างที่ใช้ช่องโหว่นี้ในการส่งชิป AI ขั้นสูงไปยังบริษัทสาขาของบริษัทจีนในต่างประเทศ
Nvidia และ Moonshot ไม่ได้ตอบคำขอความคิดเห็นเกี่ยวกับโพสต์ของคราทซิโอส
ปัญญาประดิษฐ์ K3 ของ Moonshot พลิกโฉมความคิดที่ว่าความสามารถด้านปัญญาประดิษฐ์ของจีนนั้นล้าหลังผู้นำด้านเอไอของสหรัฐ เช่น OpenAI และ Anthropic PBC อย่างมาก Moonshot กล่าวว่าโมเดลแบบ open-weight ของตนมีประสิทธิภาพเหนือกว่าคู่แข่งทั้งหมด ยกเว้น Claude Fable 5 ของ Anthropic และ GPT-5.6 ของ OpenAI ในด้านความสามารถโดยรวม ซึ่งส่งผลให้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีร่วงลงอย่างหนักคล้ายกับผลกระทบของ DeepSeek เมื่อปีที่แล้ว
คราทซิโอสกล่าวอีกว่า Moonshot พัฒนาแพลตฟอร์มภายในองค์กรที่มีความซับซ้อนขั้นสูง เพื่อทำการกลั่นกรององค์ความรู้ (Distillation) ขนาดใหญ่จากโมเดลของสหรัฐ โดย Distillation คือ เทคนิคที่นักวิจัย AI ใช้ผลลัพธ์ของโมเดลต้นแบบ (Teacher model) ในการฝึกฝนโมเดลผู้เรียน (Student model) เพื่อเลียนแบบขีดความสามารถบางส่วนของโมเดลต้นแบบนั้น
สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แสดงความกังวลในทำนองเดียวกันกับนายคราทซิโอสเมื่อ 21 กรกฎาคม แม้ว่าจะไม่ได้เจาะจงไปที่ Moonshot
“รัฐบาลนี้สนับสนุนโมเดลโอเพนซอร์ส แต่สิ่งที่เราไม่สนับสนุนคือการขโมยทรัพย์สินทางปัญญา หากเราพบว่าโมเดลจากต่างประเทศขโมยผลงานจากบริษัทชั้นนำของเรา เรามีอำนาจที่จะลงโทษพวกเขา” เบสเซนต์กล่าวในรายการ Fox Business เขาย้ำจุดยืนดังกล่าวอีกครั้งในวันที่ 22 กรกฎาคม โดยเขียนในโพสต์บน X ว่ามาตรการคว่ำบาตรและการขึ้นบัญชีดำของสหรัฐจะถูกนำมาพิจารณาเพื่อตอบโต้
ความเห็นของเบสเซนต์สะท้อนการกล่าวหาที่เพิ่มขึ้นจาก OpenAI และ Anthropic ว่าคู่แข่งชาวจีนนำผลลัพธ์จากโมเดลชั้นนำของสหรัฐไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งมีการทำกันอย่างเป็นระบบ เพื่อพัฒนาแชทบอทรุ่นใหม่ในราคาที่ถูกกว่ามาก ก่อนหน้านี้ Anthropic เคยกล่าวหา Moonshot โดยเฉพาะว่านำโมเดลของตนไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่ง Moonshot ยังไม่ได้ตอบสนองต่อข้อกล่าวหา
สหรัฐกำลังพิจารณามาตรการคว่ำบาตรต่อบริษัทจีนที่พบว่านำโมเดลของสหรัฐไปใช้โดยไม่ถูกต้อง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อแผนการระดมทุนและการเตรียมตัวเสนอขายหุ้นต่อสาธารณะครั้งแรก (IPO) ในฮ่องกงของ Moonshot
ความเป็นไปได้ของการลงโทษทางเศรษฐกิจหรือแซงก์ชั่นกำลังเพิ่มขึ้นรวมถึงกรณีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาผลักดันร่างกฎหมายที่มีเป้าหมายในการขึ้นบัญชีดำหรือลงโทษบริษัทจีนที่พบว่านำโมเดลของสหรัฐไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเกิดขึ้นในขณะที่ Moonshot กำลังเร่งระดมทุนรอบสุดท้ายก่อนที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงภายในปีนี้ สำหรับตอนนี้ Moonshot วางแผนที่จะระดมทุนโดยมีมูลค่าสูงถึง 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.6 ล้านล้านบาท) แม้ว่านักลงทุนชาวสหรัฐ จะไม่ถูกจำกัดการลงทุนในบริษัทที่จดทะเบียนในฮ่องกง แต่มาตรการคว่ำบาตรแบบพุ่งเป้าหมายอาจขัดขวางไม่ให้เงินทุนจากสหรัฐเข้าถึงบริษัทเหล่านั้นได้