คอลัมน์ : Market Move
แม้ปัจจุบันภูมิภาคเอเชียตะวันออกจะร้อนระอุไปด้วยความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและจีนแผ่นดินใหญ่ จีนแผ่นดินใหญ่กับญี่ปุ่น แต่ช่วงเวลาเปราะบางนี้กลายเป็นโอกาสสำหรับธุรกิจเกาหลี ที่เข้ารุกชิงพื้นที่ในหลายวงการของญี่ปุ่น อาทิ ร้านอาหาร, เทคโนโลยี
สำนักข่าว “นิกเคอิ เอเชีย” รายงานโดยอ้างข้อมูลจากธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งเกาหลีว่า ช่วง 9 เดือนตั้งแต่มกราคม-กันยายน 2025 ที่ผ่านมา ธุรกิจสัญชาติเกาหลีใต้ยกทัพเข้ามาเปิดบริษัทลูกในญี่ปุ่นมากถึง 318 บริษัท ตัวเลขนี้สูงทะลุสถิติ 12 เดือนของปี 2024 ซึ่งธุรกิจเกาหลีใต้มาตั้งบริษัทลูกในญี่ปุ่น 316 บริษัท รวมถึงยังสูงที่สุดในรอบ 25 ปี นับตั้งแต่ปี 2000 ที่ธุรกิจเกาหลีใต้เข้ามาเปิดบริษัทลูกในญี่ปุ่น 150 บริษัท
ในบรรดาธุรกิจที่รุกเข้าสู่ตลาดญี่ปุ่นนี้ แบ่งเป็น ธุรกิจค้าปลีก 23% รองลงมาคือภาคการผลิต 19% และภาคเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอีก 15%
ด้านมูลค่าเม็ดเงินลงทุนของเกาหลีใต้ในญี่ปุ่น ช่วงมกราคม-กันยายน 2025 นั้นแตะระดับ 1.33 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสูงกว่ายอดรวมทั้งปี 2024 ที่มีมูลค่า 638 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แนวโน้มนี้สวนทางกับการลงทุนของเกาหลีใต้ในตลาดต่างประเทศทั้งหมดในช่วงเดียวกันของปี 2024 ซึ่งลดลง 0.7%
โดยธุรกิจเครื่องสำอาง และร้านอาหาร เป็นสองหัวหอกนำในกระแสการลงทุนในญี่ปุ่น เนื่องจากผู้ประกอบการหลายรายต้องการขายสินค้าตรงไปยังผู้บริโภคญี่ปุ่น โดยไม่ต้องผ่านผู้นำเข้าเหมือนในอดีต
ปัจจัยกระตุ้นการลงทุนนี้มาจากหลายด้าน ทั้งกระแสความนิยมวัฒนธรรมเกาหลีในญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นเพลง K-Pop และซีรีส์เกาหลี ที่เข้ามาฉาย และหลายอุตสาหกรรมเกาหลีใต้มีความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้น ขณะเดียวกัน ญี่ปุ่นซึ่งมีประชากรมากกว่า มีความต้องการสินค้าและบริการจากเกาหลีใต้มากขึ้นด้วยเช่นกัน
เช่นเดียวกับการที่ Taiwan Semiconductor Manufacturing Co. หรือ TSMC เข้าไปลงทุนตั้งฐานผลิตชิปในญี่ปุ่น ยังเป็นอีกแม็กเนตดึงดูดธุรกิจเทคโนโลยีจากเกาหลีใต้ เห็นได้จากการที่ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมระบบและไอซีมหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล เปิดสัมมนาให้ธุรกิจขนาดเล็กและกลางของเกาหลีใต้เกี่ยวกับการเข้าสู่ตลาดญี่ปุ่น
รวมถึงสถานการณ์ในจีนแผ่นดินใหญ่ที่ไม่เป็นใจ สะท้อนจากผลสำรวจของสถาบันเศรษฐศาสตร์อุตสาหกรรมและการค้าแห่งเกาหลี (Korea Institute for Industrial Economics & Trade) และองค์กรต่าง ๆ เมื่อปี 2024 ซึ่งสำรวจบริษัทเกาหลีใต้ 500 แห่งที่ดำเนินงานในจีน พบว่า 31% ระบุว่าจะถอนตัวหรือลดขนาดธุรกิจในจีนภายใน 2-3 ปีข้างหน้า โดย 28% ให้เหตุผลว่าการแข่งขันเพิ่มขึ้น ส่วนอีก 25% ระบุว่า ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับจีน
อย่างที่เห็นได้ชัดคือ ความนิยมทาน เกี๊ยวมันดู (Mandu Dumpling) ซึ่งมีดีมานด์สูงจนบริษัท CJ CheilJedang ผู้ผลิตอาหารสัญชาติเกาหลีใต้ ตัดสินใจลงทุนประมาณ 1 หมื่นล้านเยน ตั้งโรงงานผลิตในเมืองคิซาราซุ จังหวัดชิบะของญี่ปุ่น เมื่อเดือนกันยายน 2025 เพื่อรองรับดีมานด์และลดต้นทุนการนำเข้า
เช่นเดียวกับบริษัท Nongshim ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรายใหญ่ของเกาหลีใต้ มาเปิดร้านราเมนสไตล์เกาหลีในย่านฮาราจูกุ ของกรุงโตเกียว ในเดือนมิถุนายน 2025
และในปี 2026 นี้ Musinsa ค้าปลีกแฟชั่นออนไลน์จากเกาหลีใต้ จะเปิดร้านค้าแห่งแรกในญี่ปุ่นที่กรุงโตเกียว หลังที่ผ่านมา แม้จะเข้าไปตั้งบริษัทสาขาในญี่ปุ่นตั้งแต่ปี 2021 แต่อาศัยการจำหน่ายผ่านห้างสรรพสินค้าและทางออนไลน์มาตลอด
นอกจากนี้ ยังมีบริษัทด้านเทคโนโลยีจากเกาหลีใต้หลายแห่งรุกเข้าสู่ตลาดญี่ปุ่นในปี 2025 รวมถึงสตาร์ตอัพด้านพัฒนาเซมิคอนดักเตอร์อย่าง Rebellions และผู้ให้บริการแอปพลิเคชั่นสุขภาพอย่าง Kakao Healthcare ด้วย
อย่างไรก็ตาม การลงทุนของญี่ปุ่นในเกาหลีใต้ยังคงมีขนาดใหญ่กว่ามาก โดยการลงทุนโดยตรงของธุรกิจญี่ปุ่นในเกาหลีใต้ เมื่อพิจารณาจากยอดคงเหลือหลังจากหักหนี้สินแล้ว มีมูลค่าเกิน 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐมาตั้งแต่ปี 2018 ในขณะที่การลงทุนจากเกาหลีใต้ในญี่ปุ่นยังคงอยู่ที่ประมาณ 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น
สาเหตุที่ญี่ปุ่นเข้าไปลงทุนมหาศาลในเกาหลีใต้ มี 2 ด้าน คือ ก่อนปี 2000 การลงทุนในจุดประสงค์เพื่อเข้าถึงแรงงานราคาถูกในเกาหลีใต้ ต่อมาช่วงปี 2000 เมื่ออุตสาหกรรมในเกาหลีใต้พัฒนามากขึ้น การลงทุนของญี่ปุ่นเปลี่ยนเป้าหมายเป็นการลงทุนเพื่อขยายฐานในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในเกาหลีใต้
ในปี 2026 นี้
ต้องจับตาดูว่า สถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศต่าง ๆ ในย่านเอเชียตะวันออก จะส่งผลอย่างไรกับกระแสการลงทุนข้ามชาติของธุรกิจจากเกาหลี จีน และญี่ปุ่น