ดิ้นไม่หลุด ETDA เตรียมคุมมาตรฐานซื้อขายของบน “โซเชียลมีเดีย”
ETDA
ETDA เตรียมออกประกาศใหม่ คุมโซเชียลมีเดีย หลังพบลักษณะการทำ “มาร์เก็ตเพลซ” ไม่มีการกำกับดูแลมาตรฐานสินค้า ผู้ซื้อ-ผู้ขาย
นายชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) เปิดเผยว่า การออกระเบียบกำกับดูแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซดำเนินการอย่างต่อเนื่อง หลังจากมีการออกประกาศเพื่อขยายลักษณะ “แพลตฟอร์มเสี่ยงสูง” ที่มีผลต่อเศรษฐกิจ โดยเฉพาะแพลตฟอร์มประเภทตลาดสินค้า หรือมาร์เก็ตเพลซ ตลอดจนมีการเพิ่มเติมการกำกับแพลตฟอร์มที่มีความทับซ้อนกันระหว่าง แพลตฟอร์มไรด์แชริ่ง หรือ แอปเรียกรถ ที่มีบริการ Mart หรือสั่งซื้อของบนนั้น
อีกกรณีคือแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ที่มีตลาดอย่าง TikTok Shop ซึ่งตอนนี้ล้วนอยู่ใต้ประกาศฉบับใหม่ ที่ทำให้แพลตฟอร์มเสี่ยงสูงเหล่านี้ต้องดำเนินการ ท้งการตรวจสอบผู้ค้า สินค้า ผู้ใช้ ตลอดจนเพิ่มช่องทางในการคุ้มครองผู้บริโภค

แต่ที่ผ่านมาพบลักษณะแพลตฟอร์มที่ “ไม่เข้าข่ายกำกับดูแล” คือแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ที่มีตลาดกลาง ซี่งดูผิวเผินเหมือน โซเชียลคอมเมิร์ซ เช่นเดียวกับ TikTok Shop แต่เขายืนยันว่าเป็นแค่โซเชียลมีเดีย เพราะเขาไม่ได้มีระบบเปย์เมนต์ ไม่ได้มีการขึ้นทะเบียนร้านค้า และผู้ซื้อ มีแต่ผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียเท่านั้น
ทำให้แพลตฟอร์มยักษ์ “บางราย” ยังไม่มีหน้าที่เพิ่มเติมเหมือนแพลตฟอร์มที่มีความเสี่ยงสูงอื่น ๆ
“เพื่อให้การกำกับครอบคลุม แพลตฟอร์มนี่จึงมีการทบทวนระเบียบ และจัดทำ (ร่าง) ประกาศ คธอ. เรื่อง มาตรการเพื่อป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำหรับผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ (ภายใต้ พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566) โดยจะกำหนดให้ “ผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์” ต้องมีมาตรการเชิงป้องกัน เพื่อช่วยลดปัญหาอาชญากรรมออนไลน์
โดยเฉพาะการหลอกลวง และฉ้อโกง เช่น การพิสูจน์ตัวตน ผู้ใช้ ผู้ลงโฆษณา ยืนยันช่องทางติดต่อ ตรวจสอบและกลั่นกรองเนื้อหาหรือโฆษณา การระงับหรือปิดกั้นเนื้อหาที่เข้าข่ายความผิดโดยเร็ว เมื่อได้รับแจ้งจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยขณะนี้ได้มีการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะแล้ว อยู่ระหว่างการนำเสนอความเห็นและร่างต่อ คธอ. คาดว่าจะออกมาบังคับใช้ภายในเดือน มี.ค. นี้
นอกจากนี้ยังเตรียมออกประกาศ การดำเนินการอื่นเกี่ยวกับการขายหรือโฆษณาสินค้าที่ต้องมีมาตรฐาน สำหรับแพลตฟอร์มประเภท โซเซียล คอมเมิร์ซ (โซเซียลมีเดีย ที่มีฟังก์ชั่นสนับสนุนการซื้อขาย) ที่มีลักษณะเฉพาะ ตาม ม.18(2) เพิ่มเติม โดยจะให้โซเชียลมีเดีย ที่มีการซื้อขายสินค้าต้องควบคุมเหมือนอีคอมเมิร์ซ หลังจากที่ผ่านมามีบางแพลตฟอร์ม เช่น เฟซบุ๊ก อ้างว่าไม่ใช่อีคอมเมิร์ซ คาดว่าจะสามารถออกมาบังคับใช้ได้ภายในปี’69 นี้ โดยหากเกิดความเสียหายจากการหลอกลวงออนไลน์ จากการใช้แพลตฟอร์มต้องร่วมรับผิดชอบด้วย
นายชัยชนะกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ในส่วนของประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง การดำเนินการอื่นสำหรับผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลประเภทตลาดสินค้า ที่มีลักษณะเฉพาะตามมาตรา 18 (2) แห่งพระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. 2565 พ.ศ. 2568 ได้มีผลบังคับใช้แล้ว ได้ทำงานร่วมกับ
สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ในการติดตามว่าปัญหาการซื้อขายออนไลน์ สินค้าไม่ได้มาตรฐานลดลงหรือไม่ ขณะที่เรื่องค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม กำลังหารือทางออก ส่วนเรื่องการเลือกขนส่ง ทางสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) จะเป็นผู้ดำเนินการควบคุม