Skip to content

เพื่อไทย ชง G-Token-Financial Hub ปลุกตลาดทุนไทย เป้าผู้ลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัล 4 ล้านบัญชี

15 ม.ค. 2569 | 15:35น.
เพื่อไทย ชง G-Token-Financial Hub ปลุกตลาดทุนไทย เป้าผู้ลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัล 4 ล้านบัญชี

เผ่าภูมิ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ชูตลาดทุนเป็นกลไกปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ดัน G-Token-Financial Hub พร้อมเสนอลดขั้นตอน IPO เหลือปีเดียว ตั้งเป้าผู้ลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัล 4 ล้านบัญชี มูลค่า 1 แสนล้าน ภายในรัฐบาลเพื่อไทย

ดร.เผ่าภูมิ โรจนสกุล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวในงาน “ประชันวิสัยทัศน์ รัฐบาลใหม่ ใครพาเศรษฐกิจ-ตลาดทุนไทยรอด ?” จัดโดยสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) ว่า ตลาดทุนเป็นกลไกในการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจที่ดี โดยสะท้อน “ฉันทามติ” ของนักลงทุน ซึ่งสามารถมองภาพอนาคตของเศรษฐกิจได้กว้างกว่าตลาดเงิน

นอกจากนี้ ตลาดทุนสอดคล้องกับเศรษฐกิจจริงเสมอ หากในระยะยาวตลาดหุ้นไม่สะท้อนการเติบโตของเศรษฐกิจจริง แสดงว่ามีปัญหาบางอย่างในตลาดทุน ไม่ว่าจะเป็นด้านความน่าเชื่อถือ ความน่าดึงดูด หรือโครงสร้างตลาด ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยเห็นช่องว่างระหว่างเศรษฐกิจจริงกับตลาดหุ้นอย่างชัดเจน และจำเป็นต้องเร่งแก้ไข

สำหรับข้อเสนอนโยบายตลาดทุนที่พรรคเพื่อไทยต้องการดำเนินการในอนาคต ดังนี้

– G-Token การนำพันธบัตรรัฐบาลมาอยู่ในรูปแบบสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ผ่านการแบ่งย่อยหน่วยลงทุน และช่วยสร้างตลาดรองที่มีสภาพคล่องมากขึ้น

– Tourist Digital Pay โครงการดึงเม็ดเงินจากคริปโตเคอร์เรนซีของนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาใช้จ่ายในประเทศไทยผ่าน Tourist Wallet ในลักษณะ Sandbox ซึ่งเคยได้หารือกับ ก.ล.ต. และธนาคารแห่งประเทศไทยแล้ว

– พ.ร.บ. Financial Hub เพื่อผลักดันประเทศไทยเป็นศูนย์กลางทางการเงิน และเป็นเครื่องยนต์การเติบโตใหม่ของประเทศ ผ่านการทำ Tokenization of Real Assets โดยเฉพาะที่ดินของภาครัฐที่อยู่ภายใต้การดูแลของกรมธนารักษ์ เพื่อเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนร่วมลงทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพย์สินของรัฐ

– โครงการหวยเกษียณ ซึ่งแม้ไม่ใช่นโยบายตลาดทุนโดยตรง แต่จะช่วยสร้างเม็ดเงินเข้าสู่กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ราว 13,000 ล้านบาทต่อปี หรือ 130,000 ล้านบาทใน 10 ปี โดยเงินดังกล่าวจะถูกนำไปลงทุนในตลาดตราสารหนี้และตลาดทุน ช่วยเสริมสภาพคล่องในระบบ

– เร่งรัดกระบวนการ IPO ตั้งเป้าลดระยะเวลาการเข้าจดทะเบียนจากเฉลี่ย 2 ปี เหลือ 1 ปี พร้อมปลดล็อกกฎเกณฑ์สำหรับ SMEs โดยแยกมาตรฐานออกจากบริษัทขนาดใหญ่ เพื่อให้ธุรกิจขนาดกลางและเล็กเข้าถึงตลาดทุนได้ง่ายขึ้น

– ตั้งเป้าพัฒนาสินทรัพย์ดิจิทัลให้มีมูลค่าถึง 1 แสนล้านบาท และมีบัญชีผู้ลงทุน 4 ล้านบัญชี ภายในรัฐบาลของพรรคเพื่อไทย

– เพิ่ม Trust and Confidence ในตลาดทุน ผ่านความร่วมมือระหว่างกระทรวงการคลัง, สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.), ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และธนาคารแห่งประเทศไทย โดยลดความซ้ำซ้อนของกระบวนการ โดยต้องกล้าลดขั้นตอนที่เป็นอุปสรรค เพื่อให้ตลาดทุนมีประสิทธิภาพ และกลับมาเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย