ปตท. คุยสิงคโปร์จ่อจับมือทำ CCS ฝั่งทะเลตะวันออกไทย
ปตท. คุยสิงคโปร์พาร์ตเนอร์ทำโครงการดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ CCS เดินหน้ากลยุทธ์ความยั่งยืน 3C ยัน NET ZERO ปี 2050 ต้องสร้างทั้งความเข้าใจ จับต้องได้ รัฐ-เอกชน-ประชาชน ต้องทำไปพร้อมกัน
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “Thailand’s New Horizon: ประเทศไทยแข็งแกร่งและยั่งยืนท่ามกลางโลกผันผวนและความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศ” ในงาน Sustainability Spark by PTT Group 2026 ว่า งานในวันนี้เป็นการรวมพลังเพื่อสร้างอนาคตการเปลี่ยนแปลงของประเทศไทยและโลกที่ดีขึ้น
ซึ่งต้องร่วมมือกันทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน โดยปัจจุบันรัฐบาลมีเป้าหมายชัดเจน และผลักดันการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050 รัฐบาลมีมติเห็นชอบหลักการร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการวางกรอบ
กฎหมายที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล กลไกสำคัญคือราคาคาร์บอนภาคบังคับที่จะสนับสนุนเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม และต้องสร้างแรงจูงใจให้ภาคเอกชนปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิต นอกจากนี้ เทคโนโลยีการดักจับ ใช้ประโยชน์ และกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture Utilization and Storage: CCUS) เป็นเรื่องสำคัญมาก และเห็นถึงความมุ่งมั่นของกลุ่ม ปตท.
ในการผลักดันเทคโนโลยีนี้ให้เกิดขึ้นจริง ซึ่งต้องมีแรงจูงใจจากภาครัฐ และการเข้ามามีส่วนร่วมของภาคเอกชน ขณะเดียวกัน ต้องให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนความยั่งยืนและได้ประโยชน์อย่างแท้จริง เป็นการรวมพลังทุกภาคส่วนทั้ง Public Private People และ Partnership for Planet (5P) เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในประเทศไทย”

นายคงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การเดินหน้าสู่ความยั่งยืนให้เห็นเป็นรูปธรรมจับต้องได้ ปตท. ต้องทำ 2 ส่วน คือ สร้างความสมดุลทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม เศรษฐกิจ อีกส่วนคือการร่วมมือกันระหว่างรัฐ เอกชน ภาคการศึกษา ประชาชน เพื่อมาหาทางออก หาโซลูชั่นด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง
ในขณะที่อีก 5-10 ปีข้างหน้า ปตท. อยากเห็นประเทศไทยมีเป้าหมายร่วมกันด้านความยั่งยืน และจะต้องไปด้วยกันทั้ง 3 ด้าน หรือการใช้กลยุทธ์ด้านความยั่งยืน 3C ประกอบด้วย
1.Climate-resilience Business เป็นการทำธุรกิจที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
2.Carbon Conscious Business ธุรกิจที่ทำอยู่แล้วก็ต้องลดคาร์บอนโดยเอาพลังงานที่สะอาดขึ้นมาใช้ นำเทคโนโลยีมาใช้
3.Coalition-co Creation and Collective Efforts for All การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero ในปี 2050 มาเป็นตัวขับเคลื่อน และ ปตท.ไม่สามารถทำคนเดียวได้ ต้องเกิดจากความร่วมมือกับทุกฝ่าย บวกกับสิทธิประโยชน์และมาตรการต่าง ๆ ที่ภาครัฐต้องเข้ามาสนับสนุน
สำหรับโครงการที่เกี่ยวกับความยั่งยืนที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต จะมีทั้งการปรับปรุงโรงงาน โรงกลั่น เพื่อปรับพอร์ตลดการปล่อยคาร์บอนให้ได้ 20-30% การปลูกป่า 2 ล้านไร่ รวมถึงโครงการดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือ Carbon Capture and Storage (CCS) ที่ ปตท.สผ. อยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการในแหล่งอาทิตย์ อ่าวไทยของประเทศไทย
ซึ่งเป็นพื้นที่แซนด์บ็อกซ์เก็บคาร์บอนได้ถึง 1 ล้านตัน และอีก 1 โครงการคือโครงการ Eastern Thailand CCS Hub ในพื้นที่ภาคตะวันออกของประเทศ โดยได้หารือกับประเทศสิงคโปร์ซึ่งสนใจที่จะเป็นพาร์ตเนอร์ในการลงทุนดังกล่าว ซึ่งอยู่ระหว่างการเริ่มศึกษา เนื่องจากเป็นโครงการขนาดใหญ่สามารถเก็บความจุได้ถึง 10 ล้านตัน รองรับอุตสาหกรรมต่าง ๆ
ทั้งนี้ ปตท. จัดงาน Sustainability Spark by PTT Group 2026 ระหว่างวันที่ 16-17 มกราคม 2569 เพื่อเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนมาร่วมแลกเปลี่ยน เรียนรู้ และมองหาแนวทางใหม่ในการขับเคลื่อนสังคมไทยไปสู่อนาคตที่ยั่งยืน ที่จะพบกับการเชื่อมโยงองค์ความรู้และการผนึกพลังครั้งสำคัญของผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน เทคโนโลยี นวัตกรรมระดับโลก พร้อมด้วยนโยบายและกลไกการบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อร่วมกันปลดล็อกศักยภาพและขับเคลื่อนประเทศไทย สู่ Net Zero อย่างเป็นรูปธรรม
