Skip to content

เวียดนาม ร่วมผู้ก่อตั้งบอร์ดสันติภาพ ยืนยันจุดยืนสอดคล้องสหรัฐ

20 ม.ค. 2569 | 14:45น.
เวียดนาม ร่วมผู้ก่อตั้งบอร์ดสันติภาพ ยืนยันจุดยืนสอดคล้องสหรัฐ

เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ตอบรับคำเชิญจากทรัมป์ เข้าร่วมเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้งบอร์ดสันติภาพ พร้อมยืนยันจุดยืนสอดคล้องกับสหรัฐ ในการสนับสนุนการแก้ไขความขัดแย้งและข้อพิพาทด้วยวิธีการสันติ 

เวียดนาม นิวส์ (Viet Nam News) รายงานอ้างอิงประกาศจากกระทรวงการต่างประเทศเวียดนาม ซึ่งระบุว่า โต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ตอบรับคำเชิญจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ เข้าร่วมเป็นรัฐสมาชิกผู้ก่อตั้งในคณะกรรมการสันติภาพ (Board of Peace)

โต เลิม ระบุว่า เวียดนามพิจารณาการจัดตั้งบอร์ดสันติภาพ เป็นขั้นตอนจำเป็นในการดำเนินการตามแผนสันติภาพฉนวนกาซา ซึ่งคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (United Nations Security Council) รับรองภายใต้ข้อมติที่ 2803 ลงวันที่ 17 พฤศจิกายน 2025 ข้อมติดังกล่าวสนับสนุนการมีส่วนร่วมของรัฐสมาชิกสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ในคณะมนตรี เพื่อส่งเสริมความพยายามในการสร้างสันติภาพ ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และการฟื้นฟูหลังความขัดแย้งในฉนวนกาซา

ผู้นำเวียดนามยืนยันความพร้อมของเวียดนาม ในการเข้าร่วมเป็นรัฐสมาชิกผู้ก่อตั้ง พร้อมทำงานอย่างใกล้ชิดกับสหรัฐและประชาคมระหว่างประเทศ เพื่อการมีส่วนร่วมอย่างเป็นรูปธรรม ในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในตะวันออกกลางในระยะยาวและครอบคลุม รวมถึงการจัดตั้งรัฐปาเลสไตน์ที่เป็นอิสระและอยู่ร่วมกับรัฐอิสราเอลอย่างสันติ

นอกจากนี้ ในจดหมาย โต เลิม ยังเสนอให้เวียดนามและสหรัฐร่วมมือกันต่อไป ในการส่งเสริมความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุม (Comprehensive Strategic Partnership) แบบเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือในด้านต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับความต้องการและลำดับความสำคัญของทั้งสองฝ่าย บนพื้นฐานการเคารพซึ่งกันและกัน การปกป้องผลประโยชน์ที่ชอบธรรมของแต่ละประเทศ และการมีส่วนร่วมในเชิงบวกต่อสันติภาพ ความร่วมมือ และการพัฒนาในระดับภูมิภาคและระดับโลก

 

ประชาชาติธุรกิจ รวบรวมประเทศที่ตอบรับการเข้าเป็นสมาชิกบอร์ดสันติภาพ ซึ่งขณะนี้มีอย่างน้อย 8 ประเทศ ได้แก่ เวียดนาม ฮังการี โมร็อกโก อาร์เจนตินา คาซัคสถาน อุซเบกิสถาน เบลารุส และแอลเบเนีย ขณะที่ไทยอยู่ระหว่างการศึกษา

ทั้งนี้ บอร์ดสันติภาพจะมีทรัมป์เป็นประธานตลอดชีพ โดยประเทศสมาชิกจะมีวาระจำกัดเพียง 3 ปี เว้นแต่จะจ่ายเงิน 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.1 หมื่นล้านบาท) เพื่อสนับสนุนกิจกรรมของคณะกรรมการและจะได้รับสถานะประเทศสมาชิกถาวร (อ่านต่อ)