เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

ทำความรู้จัก ‘กรีนแลนด์’ จุดเดือดใหม่ของภูมิรัฐศาสตร์โลก

21 ม.ค. 2569 | 07:57น.
Danish soldiers disembark at the port in Nuuk
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

“กรีนแลนด์” เกาะใหญ่ที่สุดในโลก กลายเป็นหนึ่งในจุดเดือดในทางภูมิรัฐศาสตร์ของโลกไปเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา และยิ่งทวีความแหลมคมมากขึ้นตามลำดับ เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ประกาศจะยึดครองเกาะแห่งนี้ไว้ภายใต้อำนาจของอเมริกันให้ได้ ถึงขนาดประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากชาติใดก็ตามที่คัดค้านเรื่องนี้เพิ่มขึ้น 10%

โดยให้เหตุผลว่า การครอบครองกรีนแลนด์ถือเป็นเรื่องความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา เพราะหากไม่ทำเช่นนั้น กรีนแลนด์จะถูกชาติอย่างรัสเซียและจีน “กลืนกิน” ไปไว้ในความครอบครองของตนเอง

ในทางการเมือง “กรีนแลนด์” เป็นดินแดนส่วนหนึ่งของประเทศเดนมาร์กมานานกว่า 2 ศตวรรษ โดยมีอำนาจในการปกครองตนเองอยู่ในระดับหนึ่ง พื้นที่ส่วนใหญ่ของกรีนแลนด์อยู่ในอาณาบริเวณของขั้วโลกเหนือที่เรียกว่า “อาร์กติกเซอร์เคิล” โดยที่จุดเหนือสุดของเกาะอยู่ห่างจากจุดที่เป็นขั้วโลกเหนือเพียง 708 กิโลเมตร

ด้วยเหตุนี้พื้นที่ส่วนมากของกรีนแลนด์จึงมีน้ำแข็งปกคลุมอยู่ชั่วนาตาปี รายล้อมอยู่โดยรอบด้วยทะเลกรีนแลนด์ที่เป็นแผ่นน้ำแข็ง ภูเขาน้ำแข็ง โดยมีลาดเนินสูงขึ้นไปสู่ที่ราบสูงตอนกลางที่อยู่เหนือระดับน้ำทะเลราว 3,000 เมตร กล่าวกันว่ามีพื้นที่เพียง 13 เปอร์เซ็นต์ของกรีนแลนด์เท่านั้นที่ไม่ได้ปกคลุมด้วยน้ำแข็ง

ทะเลกรีนแลนด์เป็นน่านน้ำหลักเชื่อมโยงกับมหาสมุทรแอตแลนติกทางตะวันตก จัดเป็นพื้นที่ทำประมงและล่าวาฬที่สำคัญ แต่ในขณะเดียวกันก็กลายเป็นคุณค่าสูงสุดในเชิงภูมิรัฐศาสตร์ของกรีนแลนด์ เนื่องจากว่า ใครก็ตามที่ครอบครองกรีนแลนด์ก็จะกลายเป็นผู้ควบคุมเส้นทางเข้าถึงมหาสมุทรแอตแลนติกตอนเหนือไปโดยปริยายนั่นเอง

The Danish Navy's HDMS Vaedderen ship sails off Nuuk
The Danish Navy’s HDMS Vaedderen ship sails off Nuuk, Greenland, January 18, 2026. Mads Claus Rasmussen/Ritzau Scanpix/via REUTERS ATTENTION EDITORS – THIS IMAGE WAS PROVIDED BY A THIRD PARTY. DENMARK OUT. NO COMMERCIAL OR EDITORIAL SALES IN DENMARK. TPX IMAGES OF THE DAY

ข้อเท็จจริงที่น่าสนใจโดยเฉพาะในแง่ของการทหารก็คือ พื้นที่โดยรอบเกาะแทบทั้งหมด รวมทั้งทะเล อ่าว และช่องแคบต่าง ๆ ล้วนจับตัวเป็นน้ำแข็ง ยกเว้นบริเวณพื้นที่เล็กน้อยทางตะวันตกเฉียงใต้ การคมนาคมขนส่งบนเกาะไม่มีทางอื่นใดนอกจากใช้สุนัขลากเลื่อน กับการใช้เรือเดินทะเลเท่านั้น

อย่างไรก็ตามในแง่ของการจราจรทางอากาศ กรีนแลนด์กลับมีสถานะสำคัญ เพราะเป็นเส้นทางผ่านของเส้นทางการบินที่สั้นที่สุดระหว่างยุโรปกับภาคพื้นอเมริกาเหนือนั่นเอง
ในทางเศรษฐกิจ สถานะของกรีนแลนด์จัดว่า “ยากจนอย่างยิ่ง” ชนิดปราศจากนัยสำคัญ เนื่องจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจหลัก ๆ ของชาวเกาะก็คือการทำการประมงเท่านั้น

ซึ่งก็ไม่ได้ผลดีเท่ากับการประมงของไอซ์แลนด์หรือนอร์เวย์ ชาวกรีนแลนด์ล่าวาฬ แมวน้ำ ตัววอลรัส หรือไม่ก็ล่าหมีบนเกาะเพื่อเอาขน มีการเลี้ยงแกะกับแพะอยู่บ้างแต่จำนวนเล็กน้อยมาก นอกจากนั้นก็มีการปลูกผักและมันฝรั่งอีกไม่มากมายนักตามแถบชายฝั่งทางใต้ของเกาะ

อย่างไรก็ตาม กรีนแลนด์ก็อุดมสมบูรณ์ไปด้วยสินแร่ธรรมชาติ จัดเป็นแหล่งไครโอไลต์, ทองแดง, ตะกั่ว, กราไฟต์ และยูเรเนียมที่สำคัญ ที่กรีนแลนด์มีเหมืองไครโอไลต์ใหญ่ที่สุดในโลกตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะ สินแร่ชนิดนี้ถูกนำมาใช้ในอุตสาหกรรมผลิตอะลูมิเนียม เพื่อการส่งออก นอกจากนั้นก็ยังมีเหมืองผลิตกราไฟต์กับถ่านหินอยู่ด้วยแต่ขนาดเล็กกว่ามาก ส่วนแร่ตะกั่วและสังกะสีก็มีการสำรวจนำมาใช้ประโยชน์ตั้งแต่ปี 1956

ทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญที่สุดของกรีนแลนด์กลับเป็นน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ โดยกรีนแลนด์จัดว่าเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ซึ่งเป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติสำรองขนาดใหญ่ ที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว โดยอาจจะยังมีพลังงานอย่างอื่น อาทิ น้ำมันร่วมอยู่ด้วย และนี่เองที่กลายเป็นเครื่องดึงดูดใจให้นานาประเทศ รวมทั้งสหรัฐอเมริกา แก่งแย่งกันเพื่อครอบครองกรีนแลนด์

ประชากรพื้นเมืองดั้งเดิมของกรีนแลนด์คือชนเผ่าอินูอิต (Inuit) ที่ตั้งหลักแหล่งอยู่บริเวณแนวชายฝั่งตอนใต้ของเกาะ ต่อมาก็มีชาวยุโรปเชื้อสายเดนมาร์กเข้าไปตั้งหลักแหล่ง เช่นเดียวกับคนสัญชาติอเมริกัน ที่เข้าไปปักหลักอยู่ภายในฐานทัพสหรัฐอเมริกาบนเกาะกรีนแลนด์ โดยเฉพาะบริเวณฐานทัพอากาศและนาวี ทูเล ทางชายฝั่งด้านตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะ เมืองหลวงของกรีนแลนด์คือ โกธ็อป/นุก ซึ่งในปี 1965 มีประชากรเพียง 4,000 คน ปัจจุบันเพิ่มเป็นเกือบ 20,000 คนจากจำนวน 55,000 คนของทั้งเกาะ

ตามประวัติศาสตร์ สหรัฐอเมริกามีส่วนอย่างมากอยู่ในพัฒนาการของกรีนแลนด์ อาทิ การลงทุนสร้างฐานทัพทั้งที่ทูเล ซึ่งเป็นฐานทัพอากาศและนาวี กับฐานทัพอากาศนาซาซุค ทางตะวันตกเฉียงใต้ และได้รับสิทธิให้เข้าไปใช้ฐานทัพทั้งสองได้ภายใต้ความตกลงร่วมทางกลาโหมของสหรัฐอเมริกากับเดนมาร์กที่ทำขึ้นเมื่อปี 1951 โดยฐานทัพทั้งสองนี้ยังถูกใช้เป็นศูนย์ควบคุมการจราจรทางอากาศในน่านฟ้าบริเวณนั้นอีกด้วย

นอกจากนี้สหรัฐอเมริกายังเข้าไปสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ขึ้นทางตะวันออกของทูเล ภายใต้ความตกลงกับเดนมาร์กเช่นเดียวกัน นอกเหนือจากศักยภาพทางทหารล่าสุด ซึ่งเป็นระบบเรดาร์พิสัยไกลเพื่อข่าวกรองทางอากาศ ก็พัฒนาโดยกองทัพอเมริกันเช่นเดียวกัน

ทรัมป์ ประธานาธิบดีอเมริกัน แสดงออกถึงความปรารถนาที่จะครอบครองกรีนแลนด์อย่างชัดแจ้ง ทั้งด้วยวาจาและการประกาศการเรียกเก็บภาษีนำเข้าอีก 10% จากประเทศใดก็ตามที่คัดค้านการ “ซื้อ” กรีนแลนด์ของตน รวมถึงการยืนยันว่า พร้อมที่จะใช้ “กำลัง” หากความพยายามเหล่านั้นไม่ได้ผล

ปัญหาก็คือว่า สหภาพยุโรป ซึ่งเดนมาร์กเป็นภาคีสมาชิกอยู่ มองการกระทำดังกล่าวว่าเป็น “การคุกคาม” และปฏิเสธที่จะโอนอ่อนผ่อนตาม แถมยังเตรียมการตอบโต้ด้วยมาตรการต่อต้านทางภาษีนำเข้าและการเข้าถึงตลาดของบริษัทอเมริกันด้วยอีกต่างหาก จนกลายเป็นประเด็นร้อนฉ่าอยู่ในเวทีการเมืองระหว่างประเทศในยามนี้

ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการทหารเชื่อว่า การยึดครองเกาะกรีนแลนด์นั้นทำได้ไม่ยาก อาศัยเพียงแค่เรือพิฆาตสักลำและกองพลนาวิกโยธินอเมริกันอีกสักกองพลเท่านั้น เพราะถึงอย่างไรสหรัฐอเมริกาก็มีฐานทัพอยู่บนเกาะแห่งนี้อยู่ก่อนแล้ว

ปัญหาจึงมีแค่ว่า สหรัฐอเมริกาพร้อมที่จะรับผลจากการกระทำนี้แล้วหรือไม่เท่านั้นเอง