พรรคภูมิใจไทย กางแนวทางโจทย์ชายแดนกัมพูชา เผย ต้องยึดหลักอธิปไตย สร้างความมั่นคงแนวชายแดนก่อนยกระดับการทูต ฟื้นการค้า พร้อมเยียวยาเกษตรกร-ผู้ประกอบการ พร้อมเร่งหาตลาดใหม่ผ่านช่องทางขายออนไลน์
ประชาชาติธุรกิจ จัดเวทีประชันวิสัยทัศน์ : ECONOMIC LEADERSHIP “เลือกผู้นำ เลือกอนาคตเศรษฐกิจ” เพื่อร่วมกันค้นหาทางรอดของประเทศ จาก 4 ขุนพลเศรษฐกิจของพรรคการเมือง ประกอบด้วย นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.), นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.), นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี รวมถึง, ดร.การดี เลียวไพโรจน์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ผ่านโจทย์ 5 สมรภูมิเศรษฐกิจ
สำหรับประเด็นการค้าชายแดน ระหว่างไทย-กัมพูชา มีความขัดแย้งบริเวณชายแดน จนทำให้การค้าทรุดหนัก บางช่วงมูลค่าหายไปกว่า 99% พรรคการเมืองจะแก้โจทย์ เศรษฐกิจที่ผูกติดกับอารมณ์ทางการเมืองระหว่างประเทศ
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวว่า ไทยและกัมพูชาเป็นประเทศเพื่อนบ้านกัน ที่ “ย้ายหนีกันไม่ได้” ดังนั้นสิ่งสำคัญคือการยึดหลักอธิปไตย สร้างความมั่นคงตลอดแนวชายแดนให้มีความมั่นคง ปลอดจากภัยคุกคาม ก่อนที่จะยกระดับความสัมพันธ์ทางการทูตและฟื้นฟูการค้าชายแดน
อย่างไรก็ตาม การปิดด่านที่ผ่านมา ช่วยลดปัญหาการลักลอบนำเข้าสินค้าอย่างมีนัยยะสำคัญ ส่งผลให้ราคาพืชผลทางการเกษตรในประเทศปรับตัวดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ยังมีการเยียวยาภาคเกษตรกร มีการพักชำระหนี้เกษตรกรได้รับผลกระทบ และเยียวยาผู้ประกอบการชายแดนที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงด้านการศึกษาการช่วยเหลือด้านการศึกษา สำหรับผู้ที่สูญเสียรายได้ เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กหลุดจากระบอบการศึกษา
ขณะเดียวกัน ต้องเร่งตลาดใหม่ให้กับสินค้า โดยเฉพาะ สินค้าแฮนด์คราฟ โดยเพิ่มช่องทางการขายผ่านออนไลน์ ซึ่งโครงการที่เคยได้ดำเนินการไปอย่างโครงการไทยแลนด์พลัสวัน ภายใต้การส่งเสริมของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เพื่อดึงการลงทุนกลับประเทศ เพื่อเป็นการแมตชิ่งในอุตสาหกรรม ด้วยการใช้มูลค่าสินค้าหรือบริการที่ผลิตภายในประเทศ (Local Content )