เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ยูนิลีเวอร์ ย้ำไทย Regional R&D & Innovation Hub
Business ยูนิลีเวอร์ ย้ำไทย Regional R&D & Innovation Hub
ขานรับเกณฑ์ใหม่ซื้อขายหุ้น ‘InnovestX’ วิเคราะห์ดึงดูดฟันด์โฟลว์
Finance ขานรับเกณฑ์ใหม่ซื้อขายหุ้น ‘InnovestX’ วิเคราะห์ดึงดูดฟันด์โฟลว์
จับชีพจร ‘อสังหาฯ’ ‘นิคม’ มาแรง ‘ออฟฟิศ’ หั่นราคาเดือด 
Real Estate จับชีพจร ‘อสังหาฯ’ ‘นิคม’ มาแรง ‘ออฟฟิศ’ หั่นราคาเดือด 
‘พูนพงษ์’ วางกรอบงาน เข้ม ‘พาณิชย์จังหวัด-ทูตพาณิชย์’
Economic ‘พูนพงษ์’ วางกรอบงาน เข้ม ‘พาณิชย์จังหวัด-ทูตพาณิชย์’
ปิดฉากประชุม IMF ‘กอร์เกียวา’ ยกย่องผ้าไหมไทย หยอดหวานใส่ประชุมทุกวัน-ไทยคว้าเหรียญทอง
World ปิดฉากประชุม IMF ‘กอร์เกียวา’ ยกย่องผ้าไหมไทย หยอดหวานใส่ประชุมทุกวัน-ไทยคว้าเหรียญทอง
ลุุยพลิกฟื้น “อควาเรียมหอยสังข์” จากโปรเจ็กต์ร้าง 18 ปี สู่แลนด์มาร์กแห่งใหม่สงขลา
Real Estate ลุุยพลิกฟื้น “อควาเรียมหอยสังข์” จากโปรเจ็กต์ร้าง 18 ปี สู่แลนด์มาร์กแห่งใหม่สงขลา
เริ่มม.ค.70 ปิด ‘ถนนบรมราชชนนี’ สร้างส่วนขยาย ‘คู่ขนานลอยฟ้า’ เสร็จ ม.ค. 73
Real Estate เริ่มม.ค.70 ปิด ‘ถนนบรมราชชนนี’ สร้างส่วนขยาย ‘คู่ขนานลอยฟ้า’ เสร็จ ม.ค. 73
ASW ร่วมทุน ‘ญี่ปุ่น’ ผุดแคมปัสคอนโดฯ ย่านเกษตร
Real Estate ASW ร่วมทุน ‘ญี่ปุ่น’ ผุดแคมปัสคอนโดฯ ย่านเกษตร
มธ. เปิดสมัครแข่งล่ามระดับชาติ “TNIC 2027” สมัครฟรี! เฟ้นตัวแทนไทยลุยศึกมาเลเซีย
Biz Movement มธ. เปิดสมัครแข่งล่ามระดับชาติ “TNIC 2027” สมัครฟรี! เฟ้นตัวแทนไทยลุยศึกมาเลเซีย
พระราชินี ทอดพระเนตร การแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งระหว่างญี่ปุ่น-เกาหลี
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี ทอดพระเนตร การแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งระหว่างญี่ปุ่น-เกาหลี
ดูทั้งหมด

สแตนชาร์ต ชี้ บาทแข็ง-เงินเฟ้อติดลบต่อเนื่อง หนุนกนง.หั่นดอกเบี้ยประชุมนัดแรก

26 ม.ค. 2569 | 16:25น.
ดร.ทิม ลีฬหะพันธุ์

ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ประเมินเศรษฐกิจโตต่ำ-เงินเฟ้อติดลบต่อเนื่อง-บาทแข็ง หนุนกนง.หั่นดอกเบี้ย 0.25% เหลือ 1.00% ต่อปีรอบการประชุม 25 ก.พ.นี้ ย้ำ รอดูผลมาตรการทองคำ-โฟลว์ลดบาทแข็ง คาดกลางปีเห็นเงินบาททยอยอ่อนค่า กรอบสิ้นปี 33.50 บาทต่อดอลลาร์ พร้อมประเมินจีดีพีปี 69 โต 2% เชื่อการเมือง Smooth Transition ตั้งรัฐบาลใหม่ได้มิ.ย.นี้

ดร.ทิม ลีฬหะพันธุ์ นักเศรษฐกิจอาวุโส ประจำประเทศไทยและเวียดนาม ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด กล่าวว่า แนวโน้มค่าเงินบาทในช่วงไตรมาสที่ 1/2569 แข็งค่าเกินปัจจัยพื้นฐาน มองว่าเป็นอีกเหตุผลให้คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ลดดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% จาก 1.25% เหลือ 1.00% ต่อปี ในการประชุมวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569

ส่วนหนึ่งมาจากเศรษฐกิจโตน้อยกว่าปีก่อน และอัตราเงินเฟ้อติดลบต่อเนื่อง 9 เดือน และคาดว่าจะติดลบตลอดทั้งปีนี้ หรืออย่างน้อยติดลบไปถึงเดือนกันยายน 2569 ทำให้กนง. ตัดสินใจลดดอกเบี้ย โดยโอกาสดอกเบี้ยต่ำกว่า 1.00% ต่อปี ก็ยังมีโอกาส

อย่างไรก็ดี ธนาคารคาดว่าเงินบาทจะเริ่มอ่อนค่าได้ในช่วงไตรมาสที่ 2/2569 หรือช่วงกลางปีนี้ เนื่องจากมาตรการต่างๆ ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกมาภายในสัปดาห์นี้ และผู้ค้าทองคำที่จะเริ่มเทรดทองคำเป็นดอลลาร์ รวมถึงช่วงกลางปีเงินบาทอ่อนตามปัจจัยพื้นฐาน โดยธนาคารให้กรอบค่าเงินบาทกลางปีอยู่ที่ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ และสิ้นปี 2569 อยู่ที่ 33.50 บาทต่อดอลลาร์

“ปีก่อนบาทแข็งค่า 8% วันนี้เงินบาทแข็งค่า 1% เราต้องรอดูมาตรการที่ธปท.ออกมาจะช่วยได้จริงเปล่า เพราะการเทรดทองคำเป็น 2 ทาง เพราะมีโฟลว์แบบอื่นด้วยที่เป็นปัจจัยบาทแข็ง จึงมีหลายคำถาม และวันนี้ราคาทองคำขึ้นไม่หยุดไปอยู่ที่ 5,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากสิ้นปีก่อนอยู่ที่ 4,200-4,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพิ่มขึ้น 20% ส่งผลบาทแข็งไม่หยุด อย่างไรก็ดี ยังไม่สามารถบอกว่าเงินบาทจะไปแข็งค่าสุดเหมือนที่เราเคยเห็นในช่วงโควิด-19 ที่อยู่ปลาย 29-30 บาทต่อดอลลาร์หรือไม่ เพราะที่เหลือเรายังมองว่าปัจจัยสะท้อนบาทอ่อนค่าอยู่ แม้ว่าวันนี้ราคาทองคำไปเร็วกว่าที่คาดที่เราประเมินไว้”

ดร.ทิม กล่าวเพิ่มเติมว่า ธนาคารประเมินอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปี 2569 ขยายตัว 2% ถือว่าสูงเมื่อเทียบกับสำนักอื่นที่คาดการณ์อยู่ที่ 1.5-1.6% โดยในช่วงครึ่งปีแรกคาดว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวชะลอตัวอยู่ที่ 0.7% และกลับมาขยายตัวได้ระดับ 3.4% ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ และเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 2%

โดยปัจจัยการเมือง ธนาคารประเมินว่าจะอยู่ในช่วง Smooth Transition นับตั้งแต่วันเลือกตั้ง ได้รัฐบาลใหม่ และนายกรัฐมนตรีแถลงนโยบายใช้เวลา 119 วัน คาดภายในเดือนมิถุนายน 2569 ทำให้เศรษฐกิจจะขยายตัวในครึ่งหลังของปี จากช่วงครึ่งแรกของปีที่ยังต้องระมัดระวัง และติดตามงบประมาณปี 2570 จะมีใช้หรือไม่

อย่างไรก็ดี ปัจจัยที่จะทำให้อัตราการเติบโตปี 2569 ขยาบตัวไม่ถึง 2% ตามประเมินไว้ จะมาจากในช่วงครึ่งหลังของปีที่คาดว่าจะขยายตัวได้ 3.4% ขยายตัวได้เพียง 1.7% ส่งผลให้ทั้งปีขยายตัวได้เพียง 1.3-1.4% ใกล้เคียงที่อื่นคาดการณ์นั้น จะมาจากนโยบายภาษีสินค้านำเข้าสหรัฐฯ (Recieprocal Tariffs) ยังไม่ชัดเจน การเบิกจ่ายในไตรมาสที่ 3/2569 ไม่เกิด และการเลือกตั้งไม่จบภายในเดือนมิถุนายนนี้ ทำให้รัฐบาลไม่สามารถบริหารงานได้

“เรามองว่าการเมืองเป็น Smooth Transition แต่เรามองติดตามปัจจัยการเมืองไว้ 3 สมติฐาน คือ 1.รัฐมนตรีคนใหม่จะให้ความระมัดระวังเรื่องของความเสี่ยงเพดานหนี้สาธารณะหรือไม่ 2.ในช่วง 3 ปีก่อนเรามีการเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีถึง 3 ครั้ง รอบนี้การเมืองจะ Continue นานแค่ไหน จะมี Politics Change หรือไม่ และ 3.การจับมือของพรรคการเมืองต่างๆ แต่เรามองว่า การเมืองมีอาจจะเสียงรบกวน หรือ Political Noise แต่เลยจุดที่เป็นความเสี่ยงน้อยลงแล้ว”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ค่าเงินบาท เงินเฟ้อ