ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังตลาดคาดอุปทานชะงักหากสหรัฐโจมตีอิหร่าน
oil
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับเพิ่มขึ้น หลังตลาดคาดอุปทานน้ำมันโลกชะงักหากสหรัฐโจมตีอิหร่าน
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่าปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับเพิ่มขึ้น หลังตลาดกังวลว่าอุปทานน้ำมันโลกอาจถูกจำกัด หากสหรัฐโจมตีอิหร่านซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของกลุ่ม OPEC โดยมีรายงานว่าประธานาธิบดีสหรัฐ นายโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังพิจารณทางเลือกต่ออิหร่าน ซึ่งรวมถึงการพุ่งเป้าโจมตีกองกำลังความมั่นคงและผู้นำของอิหร่าน เพื่อสร้างเงื่อนไขต่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในอิหร่าน
โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 29 ม.ค. 2569 อยู่ที่ 65.42 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +2.21 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 70.71 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +2.31 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
ขณะเดียวกัน ทางการอิหร่านได้ออกประกาศแจ้งเตือนเกี่ยวกับแผนการซ้อมรบทางทะเลของกองทัพด้วยกระสุนจริงในช่องแคบฮอร์มุซในวันที่ 1-2 ก.พ. 69 นี้ โดยนักวิเคราะห์ระบุว่าความกังวลหลักของตลาด คือความเสี่ยงที่อิหร่าน อาจตอบโต้ประเทศเพื่อนบ้าน หรืออาจปิดช่องแคบฮอร์มุซซึ่งมีน้ำมันราว 20 ล้านบาร์เรลต่อวันลำเลียงผ่าน
สหภาพยุโรป (EU) ประกาศมาตรการคว่ำบาตรใหม่ต่ออิหร่าน โดยมุ่งเป้าบุคคลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการปราบปรามผู้ประท้วงอย่างรุนแรง ด้วยการอายัดทรัพย์สิน การห้ามเดินทางเข้าสู่ EU และการห้ามจัดสรรเงินทุนหรือทรัพยากรทางเศรษฐกิจให้แก่ผู้ที่ถูกขึ้นบัญชี นอกจากนี้ EU ยังขึ้นบัญชีกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) เป็นองค์กรก่อการร้าย ส่งผลให้ตลาดเพิ่มความกังวลต่อความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์
สงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครนมีแนวโน้มบรรเทาลง หลังรัสเซียได้เชิญให้ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี เข้าร่วมเจรจาสันติภาพที่กรุงมอสโก โดยหากมีข้อตกลงสันติภาพอาจเอื้อให้รัสเซียส่งออกน้ำมันได้มากขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มอุปทานน้ำมันโลก
