เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ไม่พลิกโผ ! กยศ. ประกาศแต่งตั้ง “พิมพ์เพ็ญ ลัดพลี” ผู้จัดการกองทุนฯ คนใหม่
Finance ไม่พลิกโผ ! กยศ. ประกาศแต่งตั้ง “พิมพ์เพ็ญ ลัดพลี” ผู้จัดการกองทุนฯ คนใหม่
จ้างผู้พิการไม่ใช่แค่ CSR ธุรกิจชี้เป็นกลยุทธ์สู้วิกฤตแรงงาน
HR จ้างผู้พิการไม่ใช่แค่ CSR ธุรกิจชี้เป็นกลยุทธ์สู้วิกฤตแรงงาน
ไทยพีบีเอส ประกาศนโยบาย AI ยึด 7 หลัก ย้ำ “AI เป็นผู้ช่วย มนุษย์ตัดสินใจ”
Tech ไทยพีบีเอส ประกาศนโยบาย AI ยึด 7 หลัก ย้ำ “AI เป็นผู้ช่วย มนุษย์ตัดสินใจ”
สำรวจ ‘บัตรเครดิตหรู’ อยากดูแพง ติดแกลม ต้องรวยเบอร์ไหน?
Finance สำรวจ ‘บัตรเครดิตหรู’ อยากดูแพง ติดแกลม ต้องรวยเบอร์ไหน?
DEX จัดนิทรรศการโคนัน 30 ปี ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
Business DEX จัดนิทรรศการโคนัน 30 ปี ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
กรมศุลกากร ยึด ‘LSD แสตมป์เมา’ ยาเสพติดแบบสติกเกอร์การ์ตูน ป้องกันระบาดในกลุ่มเยาวชน
Finance กรมศุลกากร ยึด ‘LSD แสตมป์เมา’ ยาเสพติดแบบสติกเกอร์การ์ตูน ป้องกันระบาดในกลุ่มเยาวชน
บริดจสโตน ส่ง “POTENZA SPORT EVO” เจาะตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงและรถอีวี
Automotive บริดจสโตน ส่ง “POTENZA SPORT EVO” เจาะตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงและรถอีวี
ส่องโปรเจ็กต์พันล้าน “สะพานคนเดินข้าม” แม่น้ำเจ้าพระยา แลนด์มาร์กใหม่ “ชัชชาติ 2”
Real Estate ส่องโปรเจ็กต์พันล้าน “สะพานคนเดินข้าม” แม่น้ำเจ้าพระยา แลนด์มาร์กใหม่ “ชัชชาติ 2”
ย้อนดูเศรษฐกิจกัมพูชา หลังปิดด่านชายแดนทางบกกับไทย ครบ 1 ปี
World ย้อนดูเศรษฐกิจกัมพูชา หลังปิดด่านชายแดนทางบกกับไทย ครบ 1 ปี
บีโอไอ เคลียร์ชัดส่งเสริมลงทุนยึดคุณภาพโครงการไม่ใช่สัญชาติผู้ลงทุน หนุนร่วมทุนปรับตัวสู่ EV
Economic บีโอไอ เคลียร์ชัดส่งเสริมลงทุนยึดคุณภาพโครงการไม่ใช่สัญชาติผู้ลงทุน หนุนร่วมทุนปรับตัวสู่ EV
ดูทั้งหมด

เฟด ตรึงดอกเบี้ย 3.5-3.75% ‘พาวเวลล์’ ทิ่มทรัมป์คดี ‘ลิซ่า คุก’

01 ก.พ. 2569 | 11:32น.
online copy
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : นงนุช สิงหเดชะ

ไม่ผิดจากความคาดหมายของตลาด สำหรับผลการประชุมนัดแรกปี 2026 ของคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เมื่อที่ประชุมมีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิม 3.5-3.75% ด้วยมติ “ไม่เอกฉันท์” เนื่องจากมีกรรมการ 2 คนเช่นเดิมคือ “สตีเฟ่น มิแรน” และ “คริสโตเฟอร์ วอลเลอร์” คัดค้าน

โดยต้องการให้ลดดอกเบี้ย 0.25% ซึ่งกรรมการทั้งสองคนล้วนได้รับแต่งตั้งจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และมีแนวทางคล้อยตามความต้องการของทรัมป์ที่อยากให้เฟดลดดอกเบี้ยมาก ๆ โดยมิแรนนั้นลงมติสวนทางเสียงส่วนใหญ่มา 4 ครั้งติดต่อกันแล้ว

แถลงการณ์ของคณะกรรมการระบุว่า กิจกรรมเศรษฐกิจขยายตัวได้ดี อัตราว่างงานทรงตัว เงินเฟ้อค่อนข้างสูงอยู่บ้าง อย่างไรก็ตาม แถลงการณ์ไม่ได้บอกทิศทางในอนาคตว่าจะมีการลดดอกเบี้ยอีกครั้งเมื่อไหร่ ระบุเพียงว่าขึ้นกับข้อมูลและแนวโน้มของเศรษฐกิจในอนาคต ซึ่งคาดว่าคณะกรรมการจะปล่อยให้หน้าที่การตัดสินใจเป็นของประธานเฟดคนใหม่ ที่คาดว่าทรัมป์จะเสนอต่อวุฒิสภาเพื่อให้การรับรอง ก่อนการประชุมเฟดเดือนมิถุนายนนี้ ในขณะที่ “เจอโรม พาวเวลล์” ประธานเฟดคนปัจจุบันจะหมดวาระเดือนพฤษภาคม

เจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด กล่าวภายหลังประชุมว่า ภาพรวมและแนวโน้มเศรษฐกิจดู “แข็งแกร่ง” กว่าเดิมเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว เงินเฟ้อยังสูงอยู่บ้าง ข้อมูลตลาดแรงงานบางส่วนบ่งชี้ว่ามีเสถียรภาพ อัตราว่างงานทรงตัว ดังนั้นจะดีกว่าที่จะรอดูสถานการณ์และข้อมูลในเวลานั้นก่อนตัดสินใจเกี่ยวกับดอกเบี้ย

เคย์ เฮก หัวหน้าฝ่ายลงทุนตราสารหนี้ของโกลด์แมน แซคส์ แอสเส็ต แมเนจเมนต์ ชี้ว่า เฟดอาจ “ตรึง” ดอกเบี้ยต่อไปอีกระยะหนึ่ง เพราะข้อมูลเศรษฐกิจบ่งชี้อย่างแข็งแกร่งว่าตลาดแรงงานมีเสถียรภาพ ไม่จำเป็นต้องลดดอกเบี้ยช่วยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ คาดว่าจะมีการลดดอกเบี้ยในช่วงหลังของปี ซึ่งน่าจะเกิดขึ้น 2 ครั้ง เมื่อเงินเฟ้อผ่อนคลายลง

ทางด้าน “แมกซิม ดาร์เม็ต” นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส อัลลิแอนซ์ เทรด กล่าวว่า ถึงแม้ตลาดจะคาดหมายว่าจะมีการลดดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ แต่ตนประเมินว่าน่าจะลดเพียงครั้งเดียวในอัตรา 0.25% ซึ่งเป็นไปได้ว่าจะเกิดขึ้นในการประชุมเดือนมิถุนายน

เพราะขณะนี้มีหลักฐานมากขึ้นว่า ความบูมของ “ปัญญาประดิษฐ์” หรือเอไอ ได้เติมพลังให้เศรษฐกิจเติบโต ตลาดแรงงานมีเสถียรภาพ ดังนั้นเศรษฐกิจสามารถเดินหน้าไปได้ด้วยดอกเบี้ย 3.5% กลับกันหากมีการลดดอกเบี้ยมากกว่านี้ก็เสี่ยงจะไปกระตุ้นให้เงินเฟ้อสูงขึ้น

ซีเอ็นบีซีรายงานว่า สำหรับผู้ที่มีแนวโน้มว่าทรัมป์จะแต่งตั้งให้มาดำรงตำแหน่งแทนเจอโรม พาวเวลล์ คือ “ริค ไรเดอร์” ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุนตราสารนี้ของแบล็กร็อก บริษัทจัดการสินทรัพย์ใหญ่ที่สุดในโลก เพราะทรัมป์เคยกล่าวว่า ไรเดอร์เป็นคน “น่าประทับใจมาก” ซึ่งไรเดอร์นั้น ถูกมองว่าเป็น “สายพิราบ” มาก ๆ นั่นก็คือนิยมนโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย ทิศทางเดียวกับทรัมป์

เป็นที่ทราบกันว่า พาวเวลล์ถูกทรัมป์กดดันและโจมตีอย่างต่อเนื่องและหนักหน่วง ให้ลดดอกเบี้ยลงต่ำ ๆ ตามที่ทรัมป์ต้องการ แต่ตามกฎหมาย ประธานาธิบดีไม่สามารถปลดประธานเฟดได้ ดังนั้นทรัมป์ได้หาทางเล่นงานและ “บีบ” พาวเวลล์เพื่อให้ลาออกไปเอง แต่พาวเวลล์ไม่ลาออก ทรัมป์จึงหันไปปลด “ลิซ่า คุก” ผู้ว่าการเฟด ซึ่งเป็นกรรมการในบอร์ดนโยบายการเงินของเฟดอยู่ด้วย ในข้อหาฉ้อโกงการกู้เงินซื้อบ้านด้วยการยื่นเอกสารเท็จ ซึ่งถูกมองว่าทรัมป์ต้องการปลดออกเพื่อเอาคนที่ตนสั่งได้มานั่งบอร์ดแทน

แต่ ลิซ่า คุก ได้ฟ้องศาล และศาลได้ “ระงับคำสั่ง” ของทรัมป์ ทำให้เธอยังนั่งในบอร์ดต่อไปได้ จนกว่าศาลฎีกาจะมีคำพิพากษาว่าทรัมป์สามารถปลดเธอได้หรือไม่ โดยพาวเวลล์มีกำหนดจะไปให้ปากคำต่อศาลฎีกาเกี่ยวกับคดีลิซ่า คุก เร็ว ๆ นี้ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่อง “ไม่ปกติ” ที่ประธานเฟดจะไปให้ปากคำต่อศาล

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงเหตุผลการตัดสินใจไปให้ปากคำต่อศาลด้วยวาจา พาวเวลล์ตอบว่า คดีนี้อาจเป็นคดีทางกฎหมายที่สำคัญที่สุดใน “ประวัติศาสตร์ 113 ปี” ของเฟด และเมื่อตนมาคิดดูแล้ว คงเป็นเรื่องยากที่จะอธิบายว่าทำไมจึงจะไม่ไป

“นอกจากนั้น พอล โวลเกอร์ ก็ไปศาลฎีกาในคดีที่โด่งดังในปี 1985 เหมือนกัน ดังนั้นมันจึงเป็นบรรทัดฐาน และผมคิดว่าเหมาะสมที่จะทำแบบเดียวกัน” ประธานเฟดระบุ แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดว่าโวลเกอร์ไปศาลด้วยคดีอะไร

สำหรับ “พอล โวลเกอร์” ที่พาวเวลล์เอ่ยถึง เป็นอดีตประธานเฟด มีชื่อเสียงว่า “ปราบเงินเฟ้อ” สหรัฐได้อยู่หมัดด้วยการขึ้นดอกเบี้ยสูง ทำให้เงินเฟ้อสหรัฐที่สูงอย่างต่อเนื่องจนแตะระดับสูงสุด 14.8% ในปี 1980 ลดลงเหลือ 3% ในปี 1983 มาตรการของเขาถูกเรียกว่า “โวลเกอร์ ช็อก” ทำให้เขาถูกฝ่ายการเมืองโจมตีอย่างรุนแรง

มีรายงานว่า ในเดือนกรกฎาคม 1984 โวลเกอร์ถูกเรียกตัวไปพบประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน (พรรครีพับลิกัน) และเจมส์ เบเคอร์ หัวหน้าทีมเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว เขาถูกขอร้อง “ไม่ให้ขึ้นดอกเบี้ย” ก่อนการเลือกตั้งในปีเดียวกันนั้น ต่อมาในภายหลังโวลเกอร์ได้เขียนไว้ในบันทึกของเขาว่ารู้สึก “ตะลึงงัน” แต่เนื่องจากเขาไม่ได้ตั้งใจจะขึ้นดอกเบี้ยอยู่แล้ว อีกทั้งทำเนียบขาวก็ไม่ได้พูดเรื่องนี้ออกสื่อ ตนจึงไม่ได้บอกกับสื่อเช่นกัน

การที่พาวเวลล์เอ่ยถึงโวลเกอร์ในครั้งนี้ น่าจะต้องการสื่อสารว่าเขาจะยึดโวลเกอร์เป็นแบบอย่าง ไม่ยอมตามแรงกดดันทางการเมือง หลังจากเขาเองถูกการเมืองเล่นงานหนัก ถึงขั้น “คดีอาญา” ด้วยข้อหาว่าใช้งบประมาณสูงเกินไปและเกินจำเป็นในการปรับปรุงสำนักงานใหญ่ของเฟด โดยขณะนี้กระทรวงยุติธรรมได้เป็นมือไม้ให้กับทรัมป์ ด้วยการเปิดไต่สวนคดีอาญาต่อพาวเวลล์ จนทำให้ผู้บริหารธนาคารกลาง 11 แห่งทั่วโลก ได้ออกแถลงการณ์ตำหนิ พร้อมกับแสดงจุดยืนเคียงข้างพาวเวลล์

ส่วนพาวเวลล์ได้ออกคลิปตอบโต้ทรัมป์โดยตรงเป็นครั้งแรก โดยระบุชัดว่า แรงจูงใจน่าจะมาจากการที่ทรัมป์ไม่พอใจที่ตนไม่ลดดอกเบี้ยตามคำสั่ง