ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายสาธารณะอธิบายว่า การที่อิสราเอลดูเหมือนว่าจะยอมรับตัวเลขผู้เสียชีวิตที่เผยแพร่โดยกระทรวงสาธารณสุขฉนวนกาซา 70,000 ราย ว่าเป็นตัวเลขที่ถูกต้อง หลังปฎิเสธกว่า 2 ปี โดยระบุหลายปัจจัย รวมถึงจุดประสงค์เพื่อป้องกันตัวทางกฎหมาย
กรณีกองทัพอิสราเอลยอมรับจำนวนผู้เสียชีวิต 70,000 ราย ในฉนวนกาซา ที่เผยแพร่โดยกระทรวงสาธารณสุขฉนวนกาซาภายใต้ฮามาส (The Gaza Health Ministry : GHM) ว่าเป็นจำนวนผู้เสียชีวิตที่ค่อนข้างถูกต้อง โดยเป็นการออกมายอมรับครั้งแรกหลังพยายามปฎิเสธหรือลดทอนจำนวนผู้เสียชีวิตมานานกว่า 2 ปี ในการบรรยายสรุปต่อนักข่าวอิสราเอล เมื่อวันที่ 29 มกราคม
สุลต่าน บารากัต ศาสตราจารย์อาวุโสด้านนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยฮาหมัด บิน คาลิฟา ในกรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ ให้สัมภาษณ์กับอัลจาซีราว่า เป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องเข้าใจว่า เหตุใดในตอนนี้ อิสราเอลจึงยอมรับจำนวนผู้เสียชีวิตในฉนวนกาซา
บารากัตกล่าวว่า การสามารถเข้าถึงพื้นที่สงครามได้มากขึ้นของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) และหน่วยงานด้านมนุษยธรรมอื่น ๆ รวมถึงหน่วยงานจากบางประเทศพันธมิตรของอิสราเอล เช่น สหรัฐ สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส รวมถึงการเริ่มกำจัดซากปรักหักพังในฉนวนกาซา ทำให้การปฏิเสธตัวเลขผู้เสียชีวิตอย่างสิ้นเชิงต่อไปนั้นเป็นไปไม่ได้
การยอมรับบางส่วน จะสามารถช่วยรักษาความน่าเชื่อถือของสถาบัน อีกทั้งยังส่งสัญญาณความจริงจังไปยังพันธมิตรสำคัญ โดยเฉพาะสหรัฐและยุโรป นอกจากนี้ยังอาจมีการปรับกลยุทธ์ใหม่เกิดขึ้น
“การยอมรับตัวเลข ทำให้อิสราเอลสามารถปรับข้อโต้แย้งในเวทีระหว่างประเทศได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพัฒนาการล่าสุดเกี่ยวกับคณะกรรมการสันติภาพ (Board of Peace) เบี่ยงเบนความสนใจของโลก จากคำถามที่ว่ามีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และการเสียชีวิตจำนวนมากเกิดขึ้นหรือไม่ ไปสู่การฟื้นฟูสันติภาพ ซึ่งเป็นการปรับกรอบการถกเถียงเรื่องความรับผิดชอบและสถานการณ์การเสียชีวิต” บารากัตกล่าว
ศาสตราจารย์ระบุว่า การยอมรับอาจมีจุดประสงค์ในการป้องกันตัวทางกฎหมาย โดยการรับรู้ขนาดของความเสียหายไม่ได้หมายความว่าจะเป็นการยอมรับความผิดเสมอไป แต่ยังสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสำนวนที่สอดคล้องกัน เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการสืบสวน การไต่สวน หรือกระบวนการทางกฎหมายในอนาคต
“การปฏิเสธหรือไม่ยอมรับในเบื้องต้น มักถูกมองว่าเป็นความจำเป็นในการตรวจสอบข่าวกรองภายใน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อตัวเลขมาจากหน่วยงานที่เป็นศัตรู” บารากัตกล่าวปิดท้าย
โดยก่อนหน้านี้ กระทรวงสาธารณสุขฉนวนกาซาประเมินว่า นับตั้งแต่เริ่มสงครามเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2023 จนถึงวันที่ 27 มกราคม 2026 มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 71,662 ราย ในจำนวนนี้ 488 ราย เสียชีวิตภายหลังการประกาศหยุดยิงในฉนวนกาซาเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2025
ยูเอ็นยอมรับว่า ตัวเลขผู้เสียชีวิตที่บันทึกโดยกระทรวงสาธารณสุขฉนวนกาซา เป็นตัวเลขที่ถูกต้องมานาน แล้ว ขณะที่ก่อนหน้านี้อิสราเอลตั้งข้อสงสัย โดยอ้างว่ากระทรวงสาธารณสุขในฉนวนกาซาอยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มฮามาสและไม่น่าเชื่อถือ
หนังสือพิมพ์ Yedioth Ahronoth ของอิสราเอล และสื่ออื่น ๆ รายงานอ้างอิงเจ้าหน้าที่ทหารระดับสูงว่า กองทัพใช้การประเมินที่คล้ายคลึงกัน โดยมีชาวกาซาเสียชีวิตประมาณ 70,000 รายในช่วงสงคราม ไม่รวมผู้สูญหาย และขณะนี้กำลังดำเนินการแยกระหว่างผู้ก่อการร้ายและผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง
The Jerusalem Post สื่อสัญชาติอิสราเอลระบุว่า กลุ่มระหว่างประเทศต่าง ๆ อ้างว่า ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นพลเรือน แต่กองทัพอิสราเอลโต้แย้งและระบุว่า ประมาณ 25,000 ราย เป็นผู้ก่อการร้ายฮามาส อีกทั้งในช่วงต้นปี 2024 ซึ่งเป็นช่วงที่ฮามาสยิงจรวดโจมตีเป็นประจำทุกวัน ประมาณ 13% ของจรวดเหล่านั้นเป็นการยิงพลาด ทำให้ชาวปาเลสไตน์จำนวนมากเสียชีวิต
นอกจากนี้ยังระบุว่า เจ้าหน้าที่ยูเอ็นกล่าวเกินจริงเกี่ยวกับสถานการณ์ความอดอยากในฉนวนกาซา โดยข้อมูลของกองทัพอิสราเอลระบุว่า ตลอดช่วงสงครามมีรถบรรทุกช่วยเหลือ 112,000 คัน ถูกนำเข้าไปในฉนวนกาซา รวมถึงอาหาร 1,700,000 ตัน ตลอดจนเต็นท์และผ้าใบกันน้ำ 1,800,000 ชิ้น และในช่วงเวลานั้น เด็ก 600,000 คนได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโปลิโอ
ปัจจุบันมีโรงพยาบาลสนาม 16 แห่งที่กำลังดำเนินการอยู่ และตลอดช่วงสงคราม มีการนำอุปกรณ์ทางการแพทย์จำนวน 9,600 ตันเข้ามาในฉนวนกาซา
อ้างอิง : Al Jazeera, CNN, Reuters, The Jerusalem Post