เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

พล.ท.พงศกร เตือน กัมพูชายิงยั่วยุซ้ำ หวังปั่นไทยพลาดเกมเลือกตั้ง

06 ก.พ. 2569 | 11:26น.
พล.ท.พงศกร รอดชมภู

พล.ท.พงศกร รอดชมภู

พล.ท.พงศกร รอดชมภู ระบุการยิงลูกระเบิดเข้ามาใกล้ฐานทหารไทยเป็นครั้งที่สอง สะท้อนเจตนาทางการเมืองมากกว่าวินัยทหาร เตือนอย่าตอบโต้จนกระทบการเลือกตั้ง พร้อมวาง 11 ข้อเสนอ ตั้งแต่การข่าว การทูต จนถึงการยุติข้อพิพาทระยะยาว

พล.ท.พงศกร รอดชมภู อดีตรองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และอดีตรองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า เมื่อวานกัมพูชายิงลูกระเบิดขนาด 40 ม.ม. เข้ามาใกล้ ๆ ฐานทหารไทยเป็นครั้งที่สองที่พลาญหินแปดก้อน ข้ออ้างคือทหารตนเองไม่มีวินัยเช่นเดิม ใครเชื่อเป็นครั้งที่สองนี่ใช้ไม่ได้แล้ว

รอบนี้ดีตรงที่ทหารไทยไม่ยิงสวน เป็นการปฏิบัติการที่ชอบแล้ว และต้องแจ้งให้ฝ่ายการเมือง (แม้อยู่ในช่วงเลือกตั้ง) ฟ้องชาวโลกว่ากัมพูชาเจตนายั่วยุผ่านทางสื่อต่างประเทศ ทางการทูตก็แจ้งไปยังสหรัฐ จีน และฟิลิปปินส์ (ในฐานะประธานอาเซียนใหม่) สื่ออย่าออกข่าวตามกัมพูชาแต่ว่าทหารไม่มีวินัย ต้องบอกว่าเป็นความจงใจเพราะยิงมาครั้งที่สองแล้ว

ถ้าวันนี้พรุ่งนี้ยิงมาอีกและอาจทดลองเล่นหนัก เพื่อให้ไทยหลงเหลี่ยมใช้กำลังตอบโต้ จนต้องเลื่อนการเลือกตั้งออกไป หรือให้เป็นโมฆะ ก็อยู่ที่ฝ่ายไทยต้องจัดการเลือกตั้งให้ได้ หรืออดทนให้ผ่านการเลือกตั้งไปก่อน กัมพูชาจึงจะไร้พิษสง

อาจมีการตั้งคำถามว่า ทำไมกัมพูชายังสามารถยั่วยุไทยได้ตลอดเวลา ส่วนหนึ่งก็เพราะยังไม่มีข้อตกลงให้ปรับกำลังเอาอาวุธเบา พวกทหารราบ ทหารช่างออกไปจากการเผชิญหน้า และไม่มีเงื่อนไขที่จะทำการรบต่อได้หากมีการละเมิดการหยุดยิง ทั้งยังไม่มีการตรวจสอบจากคนกลางถึงการละเมิดการหยุดยิงนั้นอย่างน่าเชื่อถือ ทำให้ทหารไทยยังอยู่ในความเสี่ยงตลอดมา เพราะจบไม่ลง

ส่วนกัมพูชาเสียหายจากการปะทะรอบที่แล้วไม่น้อย การจะมีอาวุธและกระสุนรวมถึงการฝึกทหารให้รบตามแบบเหมือนไทยได้ต้องใช้เวลา 3 ถึง 6 เดือน ไม่ใช่เดือนนี้แน่นอน

หลังเลือกตั้งแล้วรัฐบาลใหม่ควรทำอะไรดี

1.กัมพูชาจะใช้จรวดต่อสู้อากาศยานประทับบ่าค่อนข้างแน่นอนเพื่อสู้กับเครื่องบินของไทย ไม่แน่ใจว่าจะได้จรวดแบบยิงแล้วลืมด้วยหรือไม่ หรือถึงขนาดแยกแยะแฟลร์ออกจากท่อไอพ่นได้หรือไม่ การข่าวกรองของไทยต้องแม่นยำ อย่างไรก็ตาม เพื่อไม่ประมาทรัฐบาลใหม่ต้องหาระเบิดร่อน (JDAMs) จะเป็นรุ่นไหนก็ได้ แยกเป็นสองส่วน ส่วนแรกจำนวนไม่มากใช้ของเกาหลีใต้รุ่น KGGB

หากว่ากัมพูชาจะใช้ระบบปัองกันภัยทางอากาศ KS-1C (ที่ไทยก็ใช้คงรู้ระบบดี) ที่กัมพูชาน่าจะมีอยู่ 5-6 ระบบ ส่วนที่สองหลังจากกัมพูชาไม่มี หรือไม่ใช้ KS-1C เป้าหมายอาวุธหนักทั้งหมดสามารถใช้ระเบิดร่อนอื่น ๆ ได้ อย่างไรก็ตาม ความสูงของการบินควรเกินกว่า 6,000 เมตรไว้ก่อนในช่วงที่จะทำการทิ้งระเบิด เพื่อให้พ้นระยะยิงของจรวดประทับบ่ากลุ่มนี้ (กัมพูชาจะขอชัยชนะเล็ก ๆ กับไทยเท่านั้น จะเสียหายต่อชีวิตของทหารตนเองและประชาชนแค่ไหนก็ไม่สนใจ)

2.ในเวลาก่อนที่กัมพูขาพร้อมรบในการปะทะรอบที่สาม กองทัพไทยควรเตรียมให้พร้อมในเรื่องสำคัญแรก ๆ คือการมองเห็นสนามรบตลอดทั้งยุทธบริเวณ ด้วยระบบดาวเทียม โดรนตรวจการณ์ และโดรนลำแม่ เพื่อต่อระยะโดรนพิฆาตออกไป จรวดหลายลำกล้องชุดใหม่ที่นำวิถีได้ของจีน และโดรนขนาดใหญ่จากตุรกี จะทำให้การรบเปลี่ยนรูปแบบไป หากไม่ต้องการให้กัมพูชาซื้อมาได้ง่ายนัก ก็ควรเจรจาทางการทูตกับสองประเทศนี้ เพื่อให้สนับสนุนแนวทางสันติของไทย กัมพูชาคงนำนักรบรับจ้างมาเป็นครูฝึก และใช้อาวุธต้องไม่ประมาท

3.แนวทางสันติของไทยต้องมีความชัดเจนเรื่องให้ใช้เทคโนโลยี Remote Sensing ด้วย LiDAR เพื่อขีดเส้นพรมแดนให้จบเพื่อยุติข้อพิพาท เมื่อได้เส้นพรมแดนแล้วจะทำฝ่ายเดียว หรือร่วมมือกันผ่านกลไก JBC ก็ตาม ที่ใดเคยมีกรณีพิพาทก็สร้างแนว จะเป็นกำแพงหรือรั้วก็ตามที ต้องประชิดกับเส้นเขตแดน ไม่มีเผื่อถอยเข้ามาอย่างเด็ดขาด แนวทางสันติภาพนี้จะทำให้นานาชาติเห็นว่ากรณีพิพาทกันนั้นมีทางออกที่ชัดเจนและเป็นสากล

4.เตรียมจัดหาหรือผลิตปืนใหญ่และจรวดหลายลำกล้องอัตตาจรระยะยิงไกลนำวิถี ปรับการยิงด้วยโดรนให้เพียงพอ (เวลาน้อยต้องเร่งจัดหา) การปะทะรอบหน้าควรลดการใช้อากาศยานลง ใช้อาวุธยิงระยะไกลที่แม่นยำ และโดรนมากขึ้น งบประมาณไม่น่าจะมากนักเทียบกับกำลังทางอากาศ เพื่อให้ยุทธการของฝ่ายกัมพูชาปรับตัวไม่ทัน (แม้บอกเช่นนี้แล้วก็ยังปรับตัวไม่ทันอยู่ดี) โดยให้ความสำคัญกับกระสุนปืนใหญ่แตกอากาศให้เพียงพอ เพื่อใช้ยิงทำลายทหารในสนามเพลาะและการส่งกำลังบำรุงจากข้างหลัง

5.ส่วนตัวยังเห็นว่าแนวรบตามเทือกเขาพนมดงรักยังเป็นความเร่งด่วนอันดับแรก ๆ ด้วยเงื่อนไขที่จะนำไปสู่ที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เพื่อให้เห็นว่าสามารถเอาชนะไทยได้ เพื่อรักษาบัลลังก์อำนาจไว้ต่อไป

6.ยังไม่เห็นด้วยกับการเปิดด่าน ต้องใช้เงื่อนไขการเปิดด่านต่อรองกับสันติภาพที่เป็นรูปธรรม คือการตกลงเรื่องเส้นพรมแดน พื้นที่ไหนมีข้อสรุปแล้วก็สามารถเปิดด่านได้ มิฉะนั้นกัมพูชาจะยังพยายามคงความขัดแย้งเพื่อเป็นประเด็นทางการเมืองต่อไปอีกนาน อย่างไรก็ตาม ยังเห็นด้วยหากจะเปิดจุดผ่อนปรนชั่วคราว เพื่อให้ประชาชนทั้งสองฝั่งยังใช้ชีวิตเป็นปกติได้

7.เรื่องการขาดแคลนแรงงานชาวกัมพูชายังมีความสำคัญ การต่ออายุหรือการลงตราฝ่ายเดียว และการให้ผู้หลบหนีอยู่ใต้ดินขึ้นมาบนโต๊ะอย่างถูกกฎหมาย รวมถึงผู้หลบหนีเข้าเมืองด้านอื่นด้วย ควรดำเนินการให้โปร่งใส ตรวจสอบได้และไม่มีมาเฟียคุ้มครองนอกกฎหมายกันอีกต่อไป นับเป็นมาตรการเร่งด่วน

8.ประชาชนที่สูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินจากการโจมตีของกัมพูชารอบแรกต้องทวงหาความยุติธรรม ด้วยการยื่นฟ้องไปยังศาลอาญาระหว่างประเทศที่กัมพูชาเป็นภาคีด้วย โดยรัฐบาลไทยจะใข้ช่องทางผ่านทางอัยการ ศาลอาญาระหว่างประเทศ หรือใช้มติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ในกรณีที่กัมพูชาร้องขอเปิดการประชุมฉุกเฉิน ไทยสามารถยื่นขอให้มีมติได้ทันที เป็นเรื่องแปลกที่ใช้การฟ้องคดีในไทยแล้วจะให้ตำรวจสากลออกหมายแดงให้ ทำไมไม่ใช้กลไกที่ตรงกับกรณีมากกว่า หรือว่าเกรงใจอะไรกัน ?

9.ยังคงยืนยันที่จะให้เชิญนานาชาติมีสหรัฐและจีนเป็นต้น ส่งเจ้าหน้าที่ประสานงาน เพื่อร่วมมือกับไทยกวาดล้างสแกมเมอร์ในกัมพูชา เมียนมา ลาวและการฟอกเงินในไทย สหรัฐมีรายชื่อสแกมเมอร์แล้ว 43 ราย จีนมีข่าวว่าส่งรายชื่อให้แล้วหลายร้อยอาจถึงพันราย ต้องเร่งตรวจสอบ จับกุม และอายัติทรัพย์สินเอาไว้ตรวจสอบ โดยเฉพาะรายใหญ่ จำนวนไม่ต้องมาก ดีกว่าจับปลาซิว ปลาสร้อย เหมือนจับคนเล่นการพนันไม่จับเจ้าของบ่อน หากมีนานาชาติมาร่วมกับปราบ เงินที่กัมพูชาจะเอาไปทำการรบกับไทยก็หมด ทหารไทย ราษฎรไทยก็จะปลอดภัย ตรงจุดกว่าทำการรบกันเป็นไหน ๆ สงครามรัสเซีย-ยูเครนสู้กันด้วยเศรษฐกิจและน้ำมันมากกว่าแนวหน้าด้วยซ้ำไป

10.เงื่อนไขที่จะทำให้ไทยสามารถทำลายขีดความสามารถในการรบของกัมพูชา จนทำให้ข้อพิพาทยุติลงได้ คือการปฏิบัติการข่าวสาร ฟ้องชาวโลกจนทุกฝ่ายที่อยู่ห่างไกลเชื่อว่ากัมพูชาโดยกลุ่มผู้มีอำนาจนั้นไม่ใฝ่สันติภาพเอง จึงจะทำให้มหาอำนาจไม่สนับสนุนกัมพูชาในฐานะประเทศเล็กถูกรังแกอีกต่อไป ไทยจึงจะมีความชอบธรรมในการใช้กำลังโจมตีได้ตลอด ทั้งยุทธบริเวณลึกเข้าไปในกัมพูชาได้ ไม่จำกัดอยู่เฉพาะชายแดนเท่านั้น

11.ควรมองระยะยาววางระบบควบคุม บังคับบัญชาด้วยการมีห้องยุทธการของรัฐบาลที่จะใช้อำนวยการ ทั้งการรบ การแก้ไขภัยพิบัติต่าง ๆ ด้วยการมองเห็นการปฏิบัติการของทุกหน่วยลงไปถึงแนวหน้า และร่วมกันตัดสินใจระหว่างฝ่ายการเมืองและเจ้าหน้าที่ เพื่อที่จะได้ให้การสนับสนุนและปฏิบัติการข่าวสารได้รวดเร็วตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปอย่างแม่นยำ

โดยมีอินเทอร์เน็ตครอบคลุมพื้นที่ปฏิบัติการทั้งยามปกติและเมื่อเกิดเหตุการณ์ (เช่นน้ำท่วมหนัก เกิดการรบ) มีการข่าวกรองทั้งจากแหล่งข่าวเปิดทางโซเชียล แหล่งข่าวบุคคล แหล่งข่าวจากภาพ แหล่งข่าวจากการถอดรหัส ดักฟังด้วยอิเล็กทรอนิกส์ที่ตรวจสอบยืนยันซึ่งกันและกัน เพื่อให้การตัดสินใจของรัฐบาลอยู่บนพื้นฐานของข้อมูล ข่าวกรองที่ถูกต้องมากที่สุด

ฝากกองทัพไทยและรัฐบาลใหม่ตามที่แจ้งแล้วด้วยครับ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เลือกตั้ง 2569 ไทย-กัมพูชา