Skip to content

อิสลามาบัดอาลัย เหยื่อระเบิดมัสยิดชีอะห์ ดับพุ่ง 31 ราย

07 ก.พ. 2569 | 21:47น.
อิสลามาบัดอาลัย เหยื่อระเบิดมัสยิดชีอะห์  ดับพุ่ง 31 ราย

ชาวปากีสถานนับพันร่วมอาลัย เหยื่อระเบิดพลีชีพมัสยิดชีอะห์ในอิสลามาบัด ดับพุ่ง 31 ศพ

เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2026 ประชาชนจำนวนหลายพันคนในกรุงอิสลามาบัด เมืองหลวงของปากีสถาน ได้รวมตัวกันเพื่อร่วมพิธีศพและไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิต 31 ราย จากเหตุการณ์ระเบิดพลีชีพ ณ มัสยิดของชาวมุสลิมนิกายชีอะห์ ท่ามกลางความกังวลของคนในพื้นที่ว่าอาจเกิดเหตุรุนแรงซ้ำรอย

เหตุโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นที่อาคาร Khadija Tul Kubra Imambargah บริเวณชานเมืองอิสลามาบัด คนร้ายได้บุกเข้าไปกราดยิงก่อนจะจุดชนวนระเบิดพลีชีพ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทันที 31 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 170 คน ล่าสุดกลุ่ม รัฐอิสลาม (Islamic State) ได้ออกมาประกาศแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์นี้ผ่านช่องทางแอปพลิเคชัน Telegram

พิธีศพถูกจัดขึ้นในช่วงเช้าวันเสาร์ภายใต้การรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยคอมมานโดเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ผู้นำสวดในพิธีได้กล่าวประณามการก่อการร้ายในครั้งนี้ ขณะที่กลุ่มญาติและผู้ไว้อาลัยร่วมแสดงความเศร้าสลดต่อความสูญเสียที่เกิดขึ้น

นายอัตตาอุลเลาะห์ ตาราร์ (Attaullah Tarar) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงข้อมูลข่าวสาร ระบุว่ารัฐบาลกำลังเร่งสืบสวนหาตัวผู้บงการและผู้ให้การสนับสนุน พร้อมยืนยันว่าผู้บาดเจ็บสาหัสในโรงพยาบาลจะได้รับการดูแลทางการแพทย์อย่างดีที่สุด

นายควาจา อาซิฟ (Khawaja Asif) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยข้อมูลเบื้องต้นว่าผู้ก่อเหตุมีประวัติการเดินทางไปยังอัฟกานิสถาน พร้อมกล่าวหาว่าอินเดียมีส่วนเกี่ยวข้องในการสนับสนุนการโจมตีครั้งนี้ แต่ไม่ได้มีการแสดงหลักฐานประกอบ

รัฐบาลอินเดีย ได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวทันที โดยประณามเหตุระเบิดมัสยิดและระบุว่า ปากีสถานควรแก้ไขปัญหาโครงสร้างทางสังคมภายในประเทศตนเอง แทนที่จะโยนความผิดให้ผู้อื่น

แม้ว่ากรุงอิสลามาบัดจะเป็นพื้นที่ที่มีการคุ้มกันอย่างแน่นหนา แต่เหตุการณ์นี้ถือเป็นการโจมตีครั้งใหญ่ครั้งที่ 2 ในรอบ 3 เดือน การกลับมาพุ่งสูงขึ้นของลัทธิหัวรุนแรงในศูนย์กลางเมืองใหญ่ของประเทศ ทั้งนี้ ชาวนิกายชีอะห์ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยในปากีสถาน (ประเทศที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นนิกายซุนนี 241 ล้านคน) มักตกเป็นเป้าหมายของความรุนแรงทางนิกายจากทั้งกลุ่ม IS และกลุ่มตาลีบันปากีสถาน (TTP) มาอย่างต่อเนื่อง