กองทัพภาคที่ 3 ระดมกำลังร่วมเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ลงพื้นที่รอบพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ ลาดตระเวนป้องปรามการลักลอบเผาป่าในพื้นที่เสี่ยง พร้อมสำรวจจุดสร้างฝายชะลอน้ำและเตรียมจัดทำ “ป่าเปียก” เพิ่มความชุ่มชื้นผืนป่าต้นน้ำ ลดความรุนแรงไฟป่าและปัญหาหมอกควัน-ฝุ่น PM 2.5 อย่างยั่งยืน ครอบคลุมพื้นที่ 5 อำเภอของจังหวัดเชียงใหม่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ท.ชายแดน กฤษณสุวรรณ แม่ทัพน้อยที่ 3 ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองภาค 3 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า พล.ท.วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองภาค 3 มอบหมายให้ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองภาค 3 (ศปก.ปกป.ภาค 3 สน.) จัดกำลังร่วมกับชุดปฏิบัติการลาดตระเวนของกองพลทหารราบที่ 7 และเจ้าหน้าที่จากอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ลงพื้นที่รอบพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ เพื่อลาดตระเวนป้องปรามการลักลอบเผาป่าในพื้นที่ล่อแหลม
พร้อมสำรวจพื้นที่สร้างฝายชะลอน้ำ เพื่อสร้างความชุ่มชื้นให้กับพื้นที่ป่าต้นน้ำ และชะลอน้ำในลำห้วยแม่สะรวย ลดการกัดเซาะ ดักตะกอน รวมทั้งเตรียมสร้าง “ป่าเปียก” ช่วงฤดูแล้งเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ดินและพืช ลดความเสี่ยงไฟป่าในฤดูแล้งอย่างยั่งยืน ในพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่
ด้าน พ.อ.วรา อุตรพงศ์ รอง ผอ.รมน.จังหวัด ช.ม.(ท.) ได้มีหนังสือขอรับการสนับสนุนกำลังทหารพราน 1 กองร้อยจากศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ภาค 3 (ส่วนหน้า) เพื่อลาดตระเวน ป้องปรามการลักลอบเผาป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย จว.ช.ม. ห้วงวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ถึง 31 พฤษภาคม 2569 เนื่องจากพื้นที่ป่าดอยสุเทพ เป็นพื้นที่กว้าง ครอบคลุมเขตรอยต่อ 5 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองเชียงใหม่, อ.หางดง, อ.แม่วาง, อ.แม่ริม และ อ.สะเมิง
โดยเฉพาะพื้นที่บริเวณฝั่งหน้าดอยสุเทพที่ครอบคลุมพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองเชียงใหม่ และ อ.แม่ริม มักเกิดสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ทุกปี เนื่องจากเป็นพื้นพื้นที่ใกล้แหล่งชุมชน มีเส้นทางเข้า-ออกพื้นที่หลายเส้นทาง ประกอบกับเป็นพื้นที่คาบเกี่ยวหลายตำบล เมื่อเกิดไฟป่าขึ้นในพื้นที่ดังกล่าว ไฟป่าจะมีความรุนแรงและเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดสภาพหมอกควันปกคลุมหนาแน่นเป็นบริเวณกว้าง ส่งผลให้มีค่าเฉลี่ยของฝุ่นละอองในอากาศสูงเกินมาตรฐานอยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนในพื้นที่