ธุรกิจรังนกราคาดิ่งหนัก เผยปี’68 จาก กก.ละ 1-2 หมื่น เหลือแค่ 7-8 พันบาท ขณะที่ปริมาณกลับดี เพราะสภาพอากาศเอื้ออำนวย ชี้รังนกไทยคุณภาพดี เป็นที่นิยมมากกว่าอินโดฯ มาเลย์ เลยถูกสวมสิทธิ ปศุสัตว์พร้อมจัดระเบียบ ออกใบรับรอง ร่วมกับท้องถิ่น พร้อมเซ็น MOU ส่งออกกับจีน แต่เจอเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชาเสียก่อน
นายนิรัญ เลขสุข นักวิจัยธุรกิจฟาร์มนกแอ่นกินรังประเทศไทย และเจ้าของบ้านนกใน จ.จันทบุรี เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปริมาณรังนก ปี 2565-2566 ลดลงประมาณ 30-50% ส่วนปี 2568 ด้วยสภาพอากาศเหมาะสม ปริมาณรังนกเพิ่มขึ้นกลับมาปกติ ด้านราคา ปี 2562-2565 ราคาเฉลี่ย กก.ละ 20,000 บาท และลดลงเรื่อย ๆ ปี 2566-2567 เหลือ 13,000-19,000 บาท ขณะที่ปี 2568 ราคาลงมาต่ำสุดเฉลี่ย 8,660 บาท ปัจจัยหลักน่าจะมาจากเศรษฐกิจจีนชะลอตัว ซึ่งเป็นตลาดรังนกที่สำคัญของไทย
“เมื่อนำข้อมูลฟาร์มนกจากอีสาน ภาคใต้ปริมาณผลผลิตเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน แต่สวนทางกับรายได้ ปี 2565-2567 ปริมาณรังนกขายน้อยกว่าปี 2568 แต่กลับมีรายได้มากกว่า คาดว่าน่าจะจากปัจจัยเศรษฐกิจของจีน สังเกตจากคนจีนมาเที่ยวน้อยลง” นายนิรัญกล่าว
เจ้าใหญ่คุมราคาลานประมูล
แหล่งข่าวจากผู้เลี้ยงนกแอ่นในภาคตะวันออกและภาคใต้ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปี 2568 แม้ว่าผลผลิตรังนกจะได้ผลดี แต่ราคาลดลงมาก จากที่เคยสูงถึง กก.ละ 20,000-50,000 บาท ช่วง 4-5 ปีก่อน ราคาลงเหลือไม่ถึง 10,000 บาท น่าสังเกตว่ารังนกไทยยังผลิตได้น้อยมาก ประมาณ 200-300 ตันต่อปี เทียบกับอินโดนีเซียมากกว่า 1,000 ตัน มาเลเซียประมาณ 500 ตัน ราคาเป็นไปแนวทางเดียวกัน ผู้ที่ทำกำไรได้มากที่สุดน่าจะเป็นลานประมูล จากการที่กำหนดราคาได้และรู้ราคาตลาดปลายทาง ผู้ประมูลรายย่อยจะซื้อส่งให้รายใหญ่ ๆ บางรายยังซื้อรังนกลานประมูลต่างจังหวัด มาทำกำไรในลานประมูลใหญ่ ๆ ในกรุงเทพมหานคร
“ราคาตลาดจีนปลายทางไม่ได้ลดลง ขณะที่ราคารังนกไทยลดลงและมีส่วนต่างต้นทาง-ปลายทางมาก ราคาตลาดจีน กก.ละ 120,000-130,000 บาท เปรียบเทียบกับราคาในไทย 6,000-7,000 บาท” แหล่งข่าวกล่าว
ประมูลออนไลน์ช่วยพยุงราคา
นายปรีชา คล้าเจริญสมบัติ เจ้าของกิจการสร้างบ้านและผู้เลี้ยงนกแอ่น จ.ตราด และ จ.พิษณุโลก เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปีนี้รังนกทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีปริมาณเพิ่มขึ้น แต่ราคาตั้งแต่ 6 เดือนที่แล้วลงต่ำมาก กก.ละ 6,000-7,000 บาท ปริมาณรังนกที่เพิ่มขึ้นไม่น่าทำให้ราคาต่ำลง เพราะปริมาณรังนกของไทยน้อยมากเพียง 200 ตัน เทียบอินโดนีเซีย มาเลเซีย ซึ่งการขายรังนกให้พ่อค้าลานประมูล ไม่มีเครื่องมืออะไรต่อรอง
“ตอนนี้มีลานประมูลใหญ่ ๆ บางแห่งในกรุงเทพมหานคร นนทบุรี เปิดโอกาสให้ขายออนไลน์ คือ ผู้ขายจะตั้งราคาขายขั้นต่ำได้ โดยยอมเสียค่าธรรมเนียม 1% ตามราคาที่ตั้ง หากมีการประมูลที่ราคาสูงกว่า เราก็ขาย ถ้าไม่ได้ราคาขั้นต่ำยกเลิกการประมูลนำกลับคืนได้ ไม่บังคับขายทำให้ราคากระเตื้องขึ้น” นายปรีชากล่าว
ชี้โดนเพื่อนบ้านสวมสิทธิ
แหล่งข่าวจากผู้เลี้ยงนกแอ่นเปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า รังนกไทยเป็นที่นิยมมากกว่ารังนกมาเลเซีย เวียดนาม อินโดนีเซีย แต่รังนกเพื่อนบ้านราคาถูกกว่า จึงมีพ่อค้านำมาสวมสิทธิรังนกไทย ในความจริงตั้งแต่การเลี้ยง การซื้อ-ขายรังนก เรายังทำกันไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ถ้าเราทำให้ถูกต้องตามกฎหมายทั้งหมดตามกระบวนการ รวมทั้งการซื้อ-ขายกับต่างประเทศหรือจีนโดยตรง จะเป็นผลดีกับประเทศ
กรมปศุสัตว์เล็งขึ้นทะเบียน
นายกมลศักดิ์ เลิศไพบูลย์ นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจนกแอ่น (ประเทศไทย) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัจจุบันท้องถิ่นยังไม่ประกาศข้อบัญญัติให้ผู้เลี้ยงนกแอ่นในอาคาร ขอใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพประเภทการเลี้ยงสัตว์ (แบบ อภ.2) เก็บรังนกได้ ต้องรอให้ท้องถิ่น เทศบาล อบต.ออกเทศบัญญัติ
“ใบอนุญาตเก็บรังนก (อภ.2) ถ้าทำได้จะเป็นการยกระดับมาตรฐานรังนก ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับ 3 หน่วยงานหลัก ๆ กรมอนามัย ด้านสุขอนามัย สิ่งแวดล้อม กองช่างที่ควบคุมอาคาร ให้อำนาจเจ้าหน้าที่กองสาธารณสุขเข้าตรวจได้ โดยกรมปศุสัตว์มีความพร้อมที่จะประเมินออกใบรับรอง ให้ส่งออกโดยตรงที่ตลาดจีนได้เลย ซึ่งรัฐบาลเตรียมลงนาม MOU กับจีนกลางเดือนธันวาคมนี้ แต่มีเหตุการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ต้องเลื่อนออกไปก่อน เพราะยังไม่ถูกต้อง ทำให้เสียโอกาสส่งออก ต่อไปจะมีกฎหมายควบคุมอาคารบ้านนก ประกาศใช้ รอ ครม.อนุมัติ คาดว่าประมาณเดือนมกราคม 2569 จากนั้นจะประกาศใช้ได้เลย” นายกมลศักดิ์กล่าว