Skip to content

ตำรวจย้ำ “เตือนก่อนปรับ” ถึง มี.ค. 69 พบผิดซ้ำ รับใบสั่งทันที

12 ก.พ. 2569 | 18:08น.
ตำรวจย้ำ “เตือนก่อนปรับ” ถึง มี.ค. 69 พบผิดซ้ำ รับใบสั่งทันที

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ย้ำมาตรการให้ตำรวจจราจร “เตือนก่อนปรับ” ถึงมีนาคม 2569 เฉพาะความผิดซึ่งหน้า ไม่ค้างชำระใบสั่ง ตักเตือน 1 ครั้ง หากทำผิดซ้ำไม่ว่าข้อหาใดออกใบสั่งทันที  

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เผยว่า ตามนโยบายการบริหารราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ “6 เร่งรัด” ข้อ 5. กวดขันเสริมสร้างวินัยจราจร นั้น

ขณะนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีมาตรการ “เตือนก่อนปรับ” โดยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรทั่วประเทศดำเนินการกล่าวตักเตือนประชาชนก่อนออกใบสั่งทุกข้อหาที่พนักงานจราจรมีอำนาจปรับ ผ่านระบบการบริหารจัดการใบสั่งจราจร Police Ticket Management หรือ PTM และให้มีการประชาสัมพันธ์ประชาชนเกี่ยวกับการเสริมสร้างวินัยจราจร โดยไม่กระทำผิดกฎหมายจราจร โดยมีระยะเวลาดำเนินระหว่างเดือนมกราคม ถึงมีนาคม 2569

สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอแจ้งแนวการปฎิบัติตามมาตรการ “เตือนก่อนปรับ” เพิ่มเติม เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง ชัดเจน กับพี่น้องประชาชน และเหมาะสมกับสถานการณ์ เกิดประโยชน์ต่อสังคม ดังนี้  

1. เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรจะดำเนินการกล่าวตักเตือนก่อนออกไปสั่ง ผ่านระบบการบริหารจัดการใบสั่งจราจร PTM “เฉพาะกับผู้กระทำผิดกฎหมายจราจรที่ปรากฎตัวต่อเจ้าหน้าหน้าที่ตำรวจในทันทีที่พบการกระทำผิด “เพื่อให้ผู้กระทำผิดกฎหมายจราจรได้รับทราบการว่ากล่าวตักเตือนจากเจ้าหน้าที่ด้วยตนเอง  

2. เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรจะดำเนินการกล่าวตักเตือนก่อนออกใบสั่ง เฉพาะกับผู้กระทำผิดกำหมายจราจรที่ “ไม่มีข้อมูลค้างชำระใบสั่ง” หากพบว่าเป็นผู้ที่ค้างชำระใบสั่งจะไม่ได้รับการว่ากล่าวตักเตือนก่อนอกใบสั่ง  

3. ผู้กระทำผิดกฎหมายจราจรที่ได้รับการกล่าวตักเตือนออกใบสั่ง หากกระทำผิดกฎหมายในครั้งถัดมา ไม่ว่าจะซ้ำข้อหาเดิมหรือไม่ จะถูกออกใบสั่งตามปกติ “โดยจะมีโอกาสถูกเตือนแค่ 1 ครั้ง”  

ทั้งนี้ ผู้กระทำผิดกฎหมายในความผิดฐาน “ขับขี่รถที่มีควันดำเกินมาตรฐาน” จะไม่ได้รับการว่ากล่าวตักเตือนก่อนออกใบสั่ง แต่จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายที่กำหนดไว้ เนื่องด้วยเป็นสาเหตุหนึ่งของสถานการณ์ฝุ่นควันและมลพิษทางอากาศที่ส่งผลกระทบกับประชาชนโดยรวมของประเทศ ประกอบกับขณะนี้เป็นห้วงที่สถานการณ์มลพิษทางอากาศของประเทศไทยอยู่ในภาวะที่มีค่ามลพิษสูงมาก 

สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมในการสร้างสังคมขับขี่ปลอดภัย เคารพกฎจราจร เพื่อยกระดับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในภาพรวม 

ย้อนที่มา “เตือนก่อนปรับ”

สำหรับมาตรการ “เตือนก่อนปรับ” นี้ พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และ ผู้บัญชาการสำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ ในการขับเคลื่อนนโยบายบริหารราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ในหัวข้อ “6 เร่งรัด” ข้อ 5 กวดขันเสริมสร้างวินัยจราจร

และข้อสั่งการ ผบ.ตร. ในการประชุมบริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มีข้อสั่งการถึงผู้บัญชาการตำรวจนครบาล, ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1-9, เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรดำเนินการออกใบสั่งโดยระบบบริหารจัดการใบสั่งจราจร (Police Ticket Management หรือ PTM) เพื่อสร้างความโปร่งใสในการปฏิบัติหน้าที่ ประกอบกับ พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 140 ให้อำนาจเจ้าพนักงานจราจรในการว่ากล่าวตักเตือน หรือเปรียบเทียบปรับผู้กระทำความผิดกฎหมายจราจร

ดังนั้น เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายด้านการป้องกันอุบัติเหตุทางถนน การบังคับใช้กฎหมายจราจรของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เกี่ยวกับการว่ากล่าวตักเตือนประชาชนก่อนออกใบสั่งทุกข้อหาที่เจ้าพนักงานจราจรมีอำนาจปรับ โดยมีการบันทึกประวัติผ่านระบบ PTM เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

จึงสั่งการให้ทุกหน่วยสร้างความรู้ความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรผู้ปฏิบัติ เกี่ยวกับการออกใบสั่งผ่านระบบ PTM และนำไปปฏิบัติให้ถูกต้อง โดยให้ดำเนินการว่ากล่าวตักเตือนเป็นอันดับแรก ก่อนออกใบสั่งทุกข้อหาที่เจ้าพนักงานจราจรมีอำนาจปรับ ในห้วงเดือนมกราคม ถึงเดือนมีนาคม 2569 และเมื่อพบว่าเป็นการกระทำความผิดซ้ำ ให้ออกใบสั่งบังคับใช้กฎหมายตามปกติ

นอกจากนี้ ยังได้มอบหมายให้คณะทำงานเสริมสร้างภาพลักษณ์ตำรวจจราจร (ศจร.ตร.) และกองสารนิเทศ เร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบถึงการสร้างเสริมวินัยและการเคารพกฎจราจร เพื่อสร้างความตระหนักรู้และลดการกระทำผิดกฎหมายจราจร

ด้าน พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการศึกษา ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานเสริมสร้างภาพลักษณ์ตำรวจจราจร ศจร.ตร. ขอประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบตามมาตรการดังกล่าว พร้อมขอความร่วมมือในการรักษาวินัยจราจร เพื่อร่วมกันลดอุบัติเหตุและสร้างความปลอดภัยบนท้องถนนอย่างยั่งยืน

เกณฑ์การตัดคะแนนความประพฤติในการขับขี่  

อย่างไรก็ตาม กรณีที่มีการกระทำผิดในการใช้รถใช้ถนน มีกฎเกณฑ์ที่ใช้ในการตัดคะแนนพฤติกรรมของผู้ขับขี่จะถูกตัดตามระดับความรุนแรงของความผิด โดยกำหนดให้ความผิดระดับที่ 1 ตัด 1 คะแนน ไปจนถึงระดับสูงสุดระดับ 4 ตัด 4 คะแนน โดยมีรายละเอียด ดังนี้ 

1.การตัด 1 คะแนน  

  • ใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถ 
  • ขับขี่รถจักรยานยนต์โดยไม่สวมหมวกกันน็อก 
  • ขับรถโดยไม่คาดเข็มขัดนิรภัย 
  • ขับรถด้วยความเร็วเกินที่กำหนดในกฎกระทรวง หรือตามเครื่องหมายจราจรที่ได้ติดตั้งไว้ในทาง 
  • ขับรถบนทางเท้า โดยไม่มีเหตุอันสมควร 
  • ไม่หยุดให้คนข้ามทางม้าลาย 
  • ไม่หลบหรือจอด เพื่อให้รถฉุกเฉินได้ผ่านก่อน 
  • ขับรถโดยประมาทหรือน่าหวาดเสียว 
  • ขับรถไม่ติดป้ายทะเบียน หรือมีการเปลี่ยนแปลง / ปิดบังบางส่วนของป้ายทะเบียน 
  • ไม่ติดป้ายภาษี 

2.การตัด 2 คะแนน 

  • ขับรถฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร หรือเครื่องหมายจราจรที่มีคำว่า “หยุด” 
  • ขับรถย้อนศร 
  • ขับรถระหว่างโดนพักใช้หรือเพิกถอนใบขับขี่ 

3.การตัด 3 คะแนน 

  • ขับรถในขณะหย่อนความสามารถ 
  • ขับผิดวิสัยคนขับรถธรรมดา โดยไม่ได้คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น 
  • ขับรถชนแล้วหนี ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลอื่นหรือทรัพย์สิน รวมถึงไม่แสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ 

4.การตัด 4 คะแนน 

  • ขับรถในขณะเมาสุราหรือของมึนเมาอื่น ๆ 
  • ขับรถในขณะเสพยาเสพติดให้โทษ 
  • แข่งรถในทางโดยไม่ได้รับอนุญาต 
  • ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น หรือสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น 

หากทำผิดกฎหมายจราจรใหม่ใน 20 ฐานความผิด ที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุใด ๆ หรือไม่ชำระค่าปรับจราจรจะถูกตัดคะแนนตั้งแต่ 1-4 คะแนน (ขึ้นอยู่กับความผิดที่กระทำ) และหากได้รับใบสั่งและไม่ชำระค่าปรับโดยไม่มีเหตุอันสมควร จะถูกหัก 1 คะแนน ดังนั้น หากได้รับใบสั่งก็ควรรีบดำเนินการชำระค่าปรับให้เรียบร้อยภายในระยะเวลาที่กำหนด 

สามารถตรวจสอบคะแนนใบสั่งได้ที่เว็บไซต์ E-Ticket PTM หรือแอปพลิเคชัน (KHUB DEE) สามารถชำระค่าปรับได้ที่ แอปพลิเคชันเป๋าตัง