กกต.มีมติไม่สั่งนับคะแนน เขต 1 ชลบุรีใหม่ ไม่พบเหตุที่ทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริต
กกต.มีมติ สั่งยุติเรื่อง 10 คำร้อง ให้นับคะแนนเลือกตั้งชลบุรี เขต 1 ใหม่ แจงยิบไม่พบเหตุที่ทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริต พร้อมสั่งเลือกตั้งใหม่บางหน่วยใน 3 จังหวัด
ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อมด้วยนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ว่าที่ ร.ต.ภาศกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต. แถลงภาพรวมการเลือกตั้ง
ทั้งนี้ ว่าที่ ร.ต.ภาศกรกล่าวว่า วันนี้ กกต.มีมติสั่งให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่ ที่ กทม.คันนายาว หน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขตเลือกตั้ง 15 เพราะในคืนนั้นมีเหตุพายุ ฝนฟ้าตก ทำให้บัตรเลือกตั้งและหีบคะแนนชำรุดเสียหาย กกต.ได้ตรวจสอบรายงาน กกต.ประจำเขตเลือกตั้ง เรียบร้อยแล้ว จึงใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2561 มาตรา 121 ในการสั่งให้ออกเสียงลงคะแนนใหม่ โดยกำหนดให้มีเลือกตั้งใหม่ 22 กุมภาพันธ์นี้
จ.น่าน เขตเลือกตั้งที่ 1 หน่วยเลือกตั้งที่ 3 เป็นกรณีที่ ประธานกรรมการประจำหน่วย (กปน.) ประกาศงดนับคะแนน เพราะมี กปน.ฉีกบัตรเลือกตั้งคร่อมกับหมายเลขผู้สมัครทำให้ไม่สามารถวินิจฉัยได้ว่าบัตรดีหรือบัตรเสีย จึงใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2561 มาตรา 121 ในการสั่งให้ออกเสียงลงคะแนนใหม่ โดยกำหนดให้มีเลือกตั้งใหม่ 22 กุมภาพันธ์นี้ เฉพาะบัตรเลือกตั้ง สส.เขต
จ.อุดรธานี เป็นกรณีในเขตเลือกตั้งที่ 6 หน่วยเลือกตั้งที่ 4 อำเภอไชยวาน กปน.ฉีกบัตรเลือกตั้งซึ่งมีการฉีกบัตรคร่อมหมายเลขของพรรคการเมือง ในกรณีบัตรบัญชีรายชื่อ ซึ่งมีการพบตอนนับคะแนน จึงได้ประกาศงดการนับคะแนน ทั้งนี้ กกต.ประจำเขตเลือกตั้ง เสนอให้ กกต.ลงคะแนนใหม่ ในแบบบัญชีรายชื่อ จึงใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2561 มาตรา 121 ในการสั่งให้ออกเสียงลงคะแนนใหม่ โดยกำหนดให้มีเลือกตั้งใหม่ 22 กุมภาพันธ์นี้ เฉพาะบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ
ทั้งนี้ ในส่วน จ.น่าน และ จ.อุดรธานี กกต.สั่งให้มีการเปลี่ยนกรรมการประจำหน่วยใหม่
จ.มหาสารคามในเขตเลือกตั้งที่ 1 กรณีมีการทักท้วงเรื่องป้ายรวมคะแนนซึ่งติดตั้ง ณ บริเวณศูนย์ประสานงานการเลือกตั้งของเขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอเมืองมหาสารคาม เนื่องจากผลคะแนนของผู้สมัครบางคนมีความคลาดเคลื่อน ซึ่ง กกต.เขตได้ตรวจสอบรายงานผลการนับคะแนนของทุกหน่วยเลือกตั้งแล้วพบว่ามีผลคะแนนของหน่วยเลือกตั้งที่ 1 ตำบลท่าสองคอน ไม่ได้นำมารวมเป็นคะแนนแก่ผู้สมัคร
เมื่อตรวจสอบความครบถ้วนถูกต้องแล้วได้มีการดำเนินการแก้ไขป้ายรวมคะแนนหน้าศูนย์ประสานงานการเลือกตั้งให้รับทราบ ซึ่งกรณีนี้ กกต.พิจารณาแล้วเห็นว่า เรื่องนี้ไม่เป็นเหตุให้ต้องสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ เนื่องจากไม่ปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งไม่ได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรมหรือการนับคะแนนเป็นไปโดยไม่ถูกต้อง ซึ่งเป็นไปตามมาตรา 124 ของ พ.ร.ป.สส.
จ.ปทุมธานี เขตเลือกตั้งที่ 7 ซึ่งมีการนับคะแนนใหม่เกิดขึ้น แต่กระบวนการในการนับคะแนน โดยรอบแรกน้อง ๆ นักศึกษาได้ทักท้วงคัดค้านว่าการนับคะแนนไม่สามารถสังเกตการนับคะแนนได้ชัดเจน เนื่องจากนับในบริเวณอาคาร เมื่อ กกต.จังหวัด และ กกต.เขตรับทราบก็มีการสั่งให้นับคะแนนใหม่ โดยแต่งตั้งกรรมการซึ่งประกอบไปด้วยน้อง ๆ นักศึกษาดำเนินการนับคะแนน ซึ่งต้องขอย้ำว่าทั้ง 2 รอบนี้ไม่ทำให้ผลการนับคะแนนเปลี่ยนแปลงไป เพียงแต่การสั่งให้นับคะแนนใหม่นั้นเป็นอำนาจของ กกต.ใหญ่ ดังนั้น กกต.จึงอาศัยมาตรา 124 แห่ง พ.ร.ป.สส. สั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ นอกเขต ของเขตเลือกตั้งที่ 7 บริเวณมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีธัญบุรี เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบกฎหมาย
ว่าที่ ร.ต.ภาศกรกล่าวว่า ส่วน จ.ชลบุรี เขตเลือกตั้งที่ 1 นั้น หลังเสร็จสิ้นการนับคะแนนแล้วมีมวลชนบางส่วนได้เข้ามาสังเกตการณ์บริเวณสถานที่ยุบรวมหีบบัตร ซึ่งเป็นสถานที่บริเวณโรงยิมของเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดชลบุรี ย้ำว่าขนาดนั้นเป็นขั้นตอนการยุบรวมหีบบัตร หลังแต่ละหน่วยนับคะแนนเสร็จสิ้นแล้วและส่งผลการนับคะแนนพร้อมหีบบัตรเลือกตั้งมาส่งยังสถานที่ที่ กกต.เขตกำหนดเมื่อตรวจรับทุกอย่างครบถ้วนแล้วกระบวนการต่อไปก็เป็น กระบวนการที่ กกต.เขตจะต้องยุบรวมหีบบัตร จะมีการตัดสายรัดนำเอกสาร ถุงบรรจุบัตรที่ผ่านการนับคะแนนแล้วมารวมกัน ให้ได้มากที่สุดในแต่ละหีบเพื่อให้เหลือจำนวนหีบที่น้อยที่สุด รวมถึงคัดแยกเอกสารต่าง ๆ เพื่อรวบรวมทุกอย่างนำไปส่ง ผอ.กกต.จังหวัด
แต่เกิดเหตุไม่เข้าใจกันขึ้นน้อง ๆ ไปรวมตัวกันที่สถานที่ยุบรวมหีบบัตรแล้วเสนอขอให้มีการสั่งนับคะแนนใหม่ แต่อย่างที่บอกว่าการสั่งนักคะแนนใหม่เป็นไปได้ 2 กรณีเท่านั้น ดังนั้นกรณีนี้เพื่อให้กระบวนการเป็นไปอย่างถูกต้องและเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย กกต.จึงมอบให้ นายครรชิต รองเลขาฯ กกต.ดำเนินการสืบสวนสอบสวนว่ามีกระบวนการอย่างไร ทั้งกระบวนการทักท้วง ซึ่งกฎหมายเขียนชัดว่ากระบวนการลงคะแนน นับคะแนนหากมีข้อบกพร่องผิดพลาดในกระบวนการนับคะแนนผู้สังเกตการณ์สามารถทักท้วงคัดค้านระหว่างการนับคะแนนได้ รวมไปถึงระหว่างการรวมคะแนนจนเสร็จสิ้นการลงคะแนน

เผยการตรวจปมชลบุรีเขต 1
ด้านนายครรชิตกล่าวว่า จากการลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการยื่นคำร้องขอนับคะแนนใหม่ในการเลือกตั้ง สส.เขต 1 จังหวัดชลบุรี ตามที่มีผู้ชุมนุม แต่มีผู้ยื่นคำร้องเพียง 10 ราย มี 3 ประเด็นที่ได้ตั้งเอาไว้ มีผู้มาให้ถ้อยคำ 6 คน ซึ่งทั้ง 6 คนให้ถ้อยคำว่าไม่ได้เห็นเหตุการณ์ด้วยตัวเอง ประเด็นแรก 1.เรื่องไฟดับในที่ลงคะแนนเลือกตั้ง น้อง ๆ ที่ร้องอ้างคลิปมี ไฟดับแล้วยังมีพัดลมหมุน แต่เป็นที่ทราบแล้วว่าเหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดที่จังหวัดชลบุรี แต่เกิดที่จังหวัดนนทบุรี
แล้วเราได้ตรวจสอบถามไปยังการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคว่าเขตเลือกตั้งที่ 1 มีไฟฟ้าดับหรือไม่ ได้รับการยืนยันว่ามีไฟฟ้าดับ 4 หน่วย คือหน่วย 36, 37, 38, 39 ตำบลแสนสุข ดับไป 40 นาที แต่หน่วยที่ 37, 38, 39 นับคะแนนเสร็จเรียบร้อยแล้วไม่ได้รับผลกระทบ มีเพียงหน่วย 36 ที่นับคะแนนไม่เสร็จและ กปน.ได้หยุดนับคะแนน รอไฟฟ้ากลับมา 40 นาทีแล้วนับใหม่เป็นไปด้วยความเรียบร้อยไม่มีผู้ทักท้วง
ประเด็นที่ 2 จำนวนผู้มาแสดงตนกับบัตรเลือกตั้งไม่ถูกต้องตรงกัน ตรงนี้ผู้ยื่นคำร้องไม่ได้ระบุ ว่าหน่วยไหนเพียงแต่บอกว่ามีหน่วยที่ 11 ถึง 15 กรรมการรวบรวมผลคะแนนบวกคะแนนช้าใช้เวลาถึง 3 ชั่วโมง จึงไปสอบสวนทั้งหน่วยที่ 11 ถึง 15 ใช้เวลาใกล้เคียงกันไม่มีอะไรผิดปกติและออกจากหน่วยประมาณ 20.00 น. ไปถึงที่ส่งหีบบัตรประมาณเที่ยงคืน ไม่มีเหตุผิดปกติ และประเด็นที่ 3 การนับคะแนน อ่านบัตรเลือกตั้งไม่ถูกต้อง ผู้ยื่นคำร้องไม่ได้ระบุว่าจุดไหน เราจึงตรวจสอบหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด 160 กว่าหน่วยไม่มีการทักท้วงการนับคะแนน ดังนั้นถือว่าการนับคะแนนถูกต้องแล้ว

ยันไม่ได้ทิ้งใบนับคะแนน แค่เก็บไม่เสร็จ
นอกจากนี้ กกต.ยังให้คณะตรวจสอบไปตรวจสอบเพิ่มเติมกรณีที่ปรากฏตามสื่อต่าง ๆ ว่าบัตรเลือกตั้งทำไมไม่มีการใช้สายรัด และมีบัญชีแบบปิดคะแนนไปอยู่ในถังขยะ จากการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีเขตเลือกตั้งที่ 1 เมื่อส่งหีบบัตรเดิมจะไปส่งที่ศาลาประชาคมแต่เนื่องจากศาลาประชาคมที่เคยใช้ในครั้งก่อนพื้นที่แคบไม่สะดวก ทาง ผอ.เขตและ กกต.เขตจึงไปขอใช้โรงยิมสนามแบดมินตันของเทศบาล ซึ่งเป็นจุดที่รถเข้าออก สะดวกและจัดยุบรวมหีบบัตรที่นั่น เจตนาก็เพื่อความสะดวกจากนั้นจะขนไปที่ศาลาประชาคมเพื่อจัดการให้เรียบร้อยก่อนส่งไปที่โกดังที่สำนักงาน กกต.ชลบุรีเช่าอยู่ ซึ่งทุกเขตจะไปรวมกันที่นั่น แต่ระหว่างที่ยุบรวมหีบบัตร
จากการตรวจตามรถสีแดงที่บรรทุกรถมีบัตรไปศาลาประชาคม ก็ดำเนินการไปแล้ว 90% อีก 10% เอกสารต่าง ๆ ยังกองอยู่ที่สนามแบดมินตัน ซึ่ง 2 จุดนี้ห่างกัน 500 เมตร แต่ระหว่างที่กำลังจะขนปรากฏว่า มีมวลชนกลุ่มน้อง ๆ เข้าไปตรวจสอบว่าการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ถูกต้องหรือไม่ ซึ่งมีมวลชนไปเยอะจึงไม่สามารถเคลื่อนรถมาได้และน้อง ๆ ได้เข้าไปในสนาม ซึ่งเข้าไปก็จะไปเจอกองเอกสารที่ยังจัดเก็บให้เรียบร้อยประมาณ 10% น้อง ๆ ก็จะใช้และอ้างว่าเก็บมาจากถังขยะ ซึ่งในโรงยิมไม่มีถังขยะ มีแต่กองเอกสารที่เตรียมจะเคลียร์อยู่ 10% ซึ่งย้ำว่าเป็นเอกสารที่ไม่ได้ทิ้ง
ส่วนกรณีมีข้อสงสัยว่าทำไมไม่ใช้สายรัดตามที่เรียนมาแล้วว่าจากโรงยิมไปถึงศาลาประชาคมประมาณ 500 เมตร เหตุที่ไม่ใช้สายรัดและทำกล่องไม่เรียบร้อยเนื่องจาก ผอ.เขตหรือ กกต.เขต ขอใช้พื้นที่เทศบาลตรงนี้ถึงวันที่ 9 ก.พ. แล้วเทศบาลมาเร่งรัดว่าต้องเคลียร์ให้เสร็จภายในวันที่ 9 ก.พ. เพราะจะใช้งานวันที่ 10 ก.พ. จึงต้องรีบเอาออกจากตรงนี้ก่อนโดยตั้งใจจะไปใช้ที่ศาลาประชาคม
ไม่สั่งนับคะแนนใหม่
ทั้งนี้ สายรัดตามคลิปที่ปรากฏตามสื่อ ซึ่งน้อง ๆ บอกว่าสายรัดมีจำนวนมากทำไมไม่ใช้ แต่จริง ๆ แล้วสายรัดพวกนี้มาจากหน่วยเลือกตั้ง ซึ่งในการจัดการเลือกตั้ง กกต.เขตจะแกะสายรัดไปตามหน่วยเลือกตั้งต่าง ๆ แล้วมีเผื่อสายรัดเอาไว้ 1 เส้น เผื่อเกิดการชำรุด เมื่อบรรจุเอกสารในหีบบัตรแล้วรัดสายเรียบร้อยแล้ว เมื่อยุบรวมหีบบัตรผู้ที่ยุบรวมหีบบัตรก็ต้องตัดสายรัดออก ใส่ถุงรวมกันไว้ตรงนี้ แล้วน้องก็ถามว่าทำไมไม่ใช้แต่จริง ๆ ใช้ไปแล้วส่วนอีก 3-4 อันที่สมบูรณ์อยู่คือกรณีที่เหลือจากหน่วย ไม่ใช่กรณีที่เจตนาจะใช้ในการยุบรวมหีบบัตรที่ศาลาประชาคม ดังนั้นสายรัดที่โรงยิมจะไม่มีใช้
“จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดจึงสรุปได้ว่า ยังไม่ปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขตเลือกตั้งที่ 1 มิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม หรือการนับคะแนนเป็นไปโดยไม่ถูกต้องจึงไม่มีเหตุที่จะสั่งให้มีการนับคะแนนเลือกตั้งใหม่ ตามมาตรา 124 แห่ง พรป.สส. ประกอบกับข้อ 223 ของระเบียบ กกต.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. เห็นควรยุติเรื่อง” นายครรชิตกล่าว
ส่วนประเด็นคือ บัตรขีดคะแนน สส.5/11 เหตุใดจึงสามารถนำมาโชว์ถ่ายรูปได้ขอเรียนว่า ที่ กปน.เมื่อดำเนินการเสร็จจะมีการบรรจุในหีบบัตรเลือกตั้ง ประกอบด้วยบัตรดี บัตรเสีย และบัตรไม่ประสงค์ลงคะแนนเป็น 3 ถุงเรียกว่าถุงชั้นใน ส่วนถุงชั้นนอก จะประกอบด้วยเอกสารต่าง ๆ รวมถึงแบบขีดคะแนน 5/11 นี้ด้วย ก่อนจะเก็บรวมในหีบบัตร แต่ปรากฏจากการตรวจสอบข้อเท็จจริงหน่วยที่สามารถเอามาถ่ายรูปและโชว์ได้ เขาไม่ได้ใส่ไว้ในถุงชั้นนอก คือรัดถุงเสร็จก็วางไว้ข้างบนก่อนปิดหีบบัตรเลือกตั้ง เมื่อเปิดหีบบัตรเลือกตั้ง บัตรตรงนี้จึงไม่ได้อยู่ในถุง สามารถหยิบได้

กกต.ไม่เอาเกียรติยศไปเสี่ยง
นายณรงค์กล่าวว่า เมื่อมีเรื่องเกิดขึ้นทาง กกต.ก็นัดประชุมทันทีไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่บางเรื่องเราต้องมีข้อมูลเพียงพอ ในการวินิจฉัยจึงแต่งตั้ง ให้ไปสอบข้อเท็จจริงใช้เวลา 2 วัน ซึ่งจากสำนวนการสอบข้อเท็จจริงมาทั้งสองฝ่ายคือฝ่ายผู้ร้อง กับฝ่ายที่ปฏิบัติ ฝ่ายที่เห็นเหตุการณ์ เพื่อชั่งน้ำหนักซึ่งเหมือนกับท่านเขียนคำพิพากษาดูความเชื่อมโยงของพยาน ประเด็นที่แถลงตามคำร้องมี 3 ประเด็นที่แถลงไปแล้ว แต่ กกต.ก็ได้มอบหมาย ให้ไปหาข้อเท็จจริงอีกว่าในการเลือกตั้งครั้งนี้ในการนับคะแนนนั้น เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรมหรือไม่
“กกต.ทุกคนวันนี้ใช้เวลาเกือบ 5 ชั่วโมง ในการดูประเด็นต่าง ๆ เรายืนยันได้ว่า กกต.ไม่เอาเกียรติยศชื่อเสียงของเราไปเสี่ยงกับเรื่องแบบนี้ และเราไม่จำเป็นต้องทำ เพราะฉะนั้นยืนยันได้ว่านอกจากตรวจสอบตามคำร้องแล้ว รอตรวจสอบเรื่องความชอบในการนับคะแนนด้วย ในการรวมผลคะแนนด้วย ขอยืนยันเฉพาะตรงนี้ ส่วนเรื่องอื่นก็ว่ากันไปต่อ ยืนยันว่าเราตรวจสอบทุกมิติดูแลอย่างละเอียดเพราะเป็นเรื่องสำคัญ” ประธานกกต.กล่าว ส่วนที่มีผู้แจ้งความกลับว่า กกต.แจ้งความเท็จที่ ชลบุรีนั้น ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมาย จึงคิดว่าดำเนินการไปตามขั้นตอน
