เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ไทยเจ้าภาพประชุมระดับโลก ‘Interferry 2026’ รวมผู้นำอุตสาหกรรมเรือข้ามฟากจากทั่วโลก
Biz Movement ไทยเจ้าภาพประชุมระดับโลก ‘Interferry 2026’ รวมผู้นำอุตสาหกรรมเรือข้ามฟากจากทั่วโลก
บิ๊กเซอร์ไพรส์วงการธุรกิจ ทายาทมหาเศรษฐีเมืองไทย ซี.พี. จับมือ ค่ายบุญรอด คลอดบิ๊กโปรเจ็กต์
Biz Movement บิ๊กเซอร์ไพรส์วงการธุรกิจ ทายาทมหาเศรษฐีเมืองไทย ซี.พี. จับมือ ค่ายบุญรอด คลอดบิ๊กโปรเจ็กต์
ก.ล.ต. เตือนเจ้าหนี้หุ้นกู้ JKN 7 รุ่น เร่งรักษาสิทธิ ยื่นรับชำระหนี้ภายใน 1 ธ.ค.
Finance ก.ล.ต. เตือนเจ้าหนี้หุ้นกู้ JKN 7 รุ่น เร่งรักษาสิทธิ ยื่นรับชำระหนี้ภายใน 1 ธ.ค.
BAY รับโอนพอร์ตสินเชื่อรถจาก CIMBT สำเร็จ หลังเคลียร์เงื่อนไขครบ
Finance BAY รับโอนพอร์ตสินเชื่อรถจาก CIMBT สำเร็จ หลังเคลียร์เงื่อนไขครบ
นายกฯ เปิด ‘พืชสวนโลกอุดรฯ’ มั่นใจช่วยพัฒนาตลาด-สร้างโอกาสธุรกิจ
Politics นายกฯ เปิด ‘พืชสวนโลกอุดรฯ’ มั่นใจช่วยพัฒนาตลาด-สร้างโอกาสธุรกิจ
‘ผยง ศรีวณิช’ คว้ารางวัลใหญ่ “Best CEO Awards” พร้อมอีก 2 รางวัลจาก SET Awards 2026 
Biz Movement ‘ผยง ศรีวณิช’ คว้ารางวัลใหญ่ “Best CEO Awards” พร้อมอีก 2 รางวัลจาก SET Awards 2026 
สัมมนาประชาชาติธุรกิจส่งท้ายปี ดึง 2 สตาร์ตอัพระดับท็อป ‘หมอคิด-กรวัฒน์’ จุดพลุ THAILAND 2027
Biz Movement สัมมนาประชาชาติธุรกิจส่งท้ายปี ดึง 2 สตาร์ตอัพระดับท็อป ‘หมอคิด-กรวัฒน์’ จุดพลุ THAILAND 2027
พืชสวนโลกอุดรฯ วันแรกคนเกือบ 9 พัน “สุริยะ” คาด 4 เดือนเงินสะพัด 2 หมื่นล้าน
Economic พืชสวนโลกอุดรฯ วันแรกคนเกือบ 9 พัน “สุริยะ” คาด 4 เดือนเงินสะพัด 2 หมื่นล้าน
ต่างชาติซื้อ 2 วันติดยังเอาไม่อยู่! หุ้นไทยเฉียดหลุด 1,500 จุด DELTA-PTTEP ฉุดตลาด
Finance ต่างชาติซื้อ 2 วันติดยังเอาไม่อยู่! หุ้นไทยเฉียดหลุด 1,500 จุด DELTA-PTTEP ฉุดตลาด
เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ เกี่ยวอะไรกับประเทศไทย ?
News เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ เกี่ยวอะไรกับประเทศไทย ?
ดูทั้งหมด

แก้เกมท่องเที่ยวเชียงใหม่ ‘มรดกโลก’ จุดเปลี่ยนเศรษฐกิจล้านนา

15 ก.พ. 2569 | 17:44น.
Lanna

การที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบเสนอ “เชียงใหม่ นครหลวงล้านนา” ขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกประเภทภูมิทัศน์วัฒนธรรม ไม่ได้เป็นเพียงหมุดหมายด้านการอนุรักษ์ หากแต่กำลังเปิดหน้าต่างบานใหม่ กลายเป็นจุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวเชียงใหม่ในระยะยาว

ท่ามกลางความคาดหวังต่อการยกระดับเมืองสู่เวทีโลก ทว่า “มรดกโลก” ไม่ใช่เพียงเรื่องของชื่อเสียง แต่คือโจทย์ใหญ่ของการ “พลิกโมเดลการพัฒนาเมือง” ให้สมดุลระหว่างการเติบโตกับการรักษารากเหง้า

ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา เศรษฐกิจท่องเที่ยวเชียงใหม่ขับเคลื่อนด้วย “ปริมาณ” เป็นหลัก นักท่องเที่ยวจำนวนมาก รายได้กระจุกตัว พื้นที่เมืองเก่าแบกรับต้นทุนทั้งด้านผังเมือง สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิต ขณะที่ชุมชนดั้งเดิมกลับได้รับส่วนแบ่งทางเศรษฐกิจอย่างจำกัด การได้ชื่อเป็นมรดกโลกจึงไม่ควรถูกมองเป็นเพียงเครื่องมือดึงคนเพิ่ม แต่ต้องเป็นโอกาสเปลี่ยนโครงสร้างรายได้ และทิศทางการพัฒนาเมืองทั้งระบบ

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียง “เชียงใหม่จะได้มรดกโลกหรือไม่” หากแต่คือเมืองแห่งนี้พร้อมจะเปลี่ยนจากการท่องเที่ยวเชิงปริมาณ สู่เศรษฐกิจวัฒนธรรมคุณภาพ ที่เคารพรากเหง้า ปกป้องชุมชน และเติบโตอย่างยั่งยืนจริงหรือไม่

ความร่วมมือคือหัวใจ

นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ข้อกังวลสำคัญในขณะนี้คือ เรื่องสิ่งปลูกสร้างและหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ที่คณะกรรมการระดับโลกจะเข้ามาตรวจประเมินราวกลางปี 2569 ว่าเชียงใหม่ได้ดำเนินการไปถึงระดับใดแล้ว ซึ่งการดำเนินการบางอย่างต้องใช้งบประมาณเป็นจำนวนมากพอสมควร แต่ล่าสุดได้ประสานงานกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องแล้ว คาดว่าไม่น่าจะมีปัญหา

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญกว่ากระบวนการทางเทคนิคคือ ความร่วมมือร่วมใจของคนเชียงใหม่ทุกภาคส่วน ที่ต้องร่วมกันผลักดัน และร่วมกันเป็นเจ้าของเมือง เพื่อทำให้เมืองมีความสมบูรณ์ ก่อนที่คณะกรรมการมรดกโลกจะให้ความเห็นชอบอีกครั้งหนึ่ง

ในมุมของการพัฒนาเมือง ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่มองว่า การสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตของเมืองกับการอนุรักษ์เป็นเรื่องจำเป็น โดยในแต่ละพื้นที่มีเทศบัญญัติและกฎหมายควบคุมอาคารเป็นกลไกกำกับอยู่แล้ว ถ้ามองในระยะ 5-10 ปีข้างหน้า ความเป็นเมืองมรดกโลกของเชียงใหม่จะช่วยยกระดับเศรษฐกิจเมืองเชียงใหม่อย่างแน่นอน จะเป็นหมุดหมายของนักท่องเที่ยวหลากหลายกลุ่ม โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง และจะสร้างระบบเศรษฐกิจการท่องเที่ยวให้มีมูลค่าสูงขึ้นในอนาคต

ล้านนา

“มรดกโลก” ตรารับรองคุณค่า

นางละเอียด บุ้งศรีทอง ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมรติล้านนา ริเวอร์ไซด์ สปา รีสอร์ท เชียงใหม่ กล่าวว่า “เชียงใหม่ นครหลวงล้านนา เมืองมรดกโลก” เป็นจุดขายที่ชัดเจนในตัวเอง ทำให้มองเห็นความเป็นเนื้อเมือง “มรดกโลก” จะช่วยเสริมภาพลักษณ์เมืองให้โดดเด่นมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในมุมเศรษฐกิจการท่องเที่ยวที่จะช่วยยกระดับเมืองและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ

ในมุมเศรษฐกิจ การขึ้นทะเบียนมรดกโลกเปรียบเสมือนการสร้างตรารับรองคุณค่า (Value Certification) ให้กับเมือง โดยเชียงใหม่จะถูกจัดวางใหม่ในแผนที่การท่องเที่ยวโลก จากเมืองท่องเที่ยวทั่วไป สู่เมืองวัฒนธรรมที่มีเรื่องเล่า ประวัติศาสตร์ และภูมิทัศน์เฉพาะตัว ผลที่คาดหวังคือ การดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพ ใช้จ่ายสูง พำนักนาน และสนใจการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สุขภาพ และการเรียนรู้ ซึ่งสามารถต่อยอดสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ งานหัตถศิลป์ อาหารพื้นถิ่น และบริการมูลค่าสูงของท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม แบรนด์ที่แข็งแรงย่อมมาพร้อมความคาดหวังสูง และต้นทุนการดูแลรักษาที่เพิ่มขึ้นตามมาตรฐานสากล

การท่องเที่ยวเชื่อมชุมชน

นางละเอียดกล่าวต่อว่า ภาคการท่องเที่ยวจำเป็นต้องเร่งปรับตัว เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงที่เพิ่มขึ้น การเล่าเรื่องเมืองต้องลึกขึ้น เชื่อมโยงโบราณสถานทั้ง 7 แห่ง และประตูเมือง-แจ่งกำแพงเมือง ให้เห็นความเป็นเนื้อเมือง วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของเชียงใหม่อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น

การผลักดันเชียงใหม่สู่มรดกโลก ไม่ควรหยุดอยู่แค่การดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาเพิ่ม แต่ต้องปรับกลยุทธ์ให้การท่องเที่ยวเชื่อมโยงกับวิถีชุมชนจริง ๆ หัวใจสำคัญคือการปรับกลยุทธ์การท่องเที่ยวสู่วิถีชุมชน ด้วยการเชื่อมโยงสู่ธุรกิจชุมชน ทั้งที่พัก อาหาร งานหัตถกรรม และกิจกรรมท้องถิ่น เพื่อให้การอนุรักษ์วัฒนธรรมเดินไปพร้อมกับการสร้างรายได้และความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจของคนในพื้นที่ เพื่อให้ชุมชนเป็นเจ้าของการท่องเที่ยว และให้รายได้หมุนเวียนอยู่ในพื้นที่ ไม่กระจุกตัวเฉพาะผู้ประกอบการรายใหญ่

ดังนั้น การออกแบบนโยบายจึงต้องทำให้ชุมชนมีบทบาทเป็นเจ้าของเรื่องเล่า เพื่อให้วัฒนธรรมไม่ถูกใช้จนหมดคุณค่า แต่กลับสร้างรายได้หมุนเวียนและความภาคภูมิใจในท้องถิ่น

นางละเอียดกล่าวด้วยว่า ตลาดท่องเที่ยวของเชียงใหม่ในอนาคตจะไม่เหมือนเดิม จุดขายจะมีเรื่องเล่าเพิ่มขึ้น จึงจำเป็นต้องทำกลยุทธ์เชิงลึกในแต่ละกลุ่มตลาด และทำงานร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เพื่อโฟกัสตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะการใช้การรับรองจาก UNESCO เป็นการเพิ่มพลังให้กับจุดขายของเชียงใหม่

โคมยี่เป็ง

วัฒนธรรม-ท่องเที่ยว-อาหาร

ดร.กอบกิจ อิสรชีววัฒน์ ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่กล่าวว่า “เชียงใหม่ นครหลวงล้านนา” สู่เมืองมรดกโลก ถือเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจใน 3 มิติหลัก

มิติแรกคือ เรื่องของวัฒนธรรมและจารีตประเพณีที่โดดเด่น ซึ่งสามารถนำมาสร้างเป็นเรื่องเล่า เพื่อสืบสานและรักษาอัตลักษณ์ของประเทศและของเชียงใหม่ สร้างความภูมิใจ และทำให้เมืองที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจาก UNESCO มีความโดดเด่นมากยิ่งขึ้น

มิติที่สองคือ การท่องเที่ยวปัจจุบัน พฤติกรรมนักท่องเที่ยวมีไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย บางกลุ่มสนใจศึกษาวัฒนธรรมท้องถิ่นและวิถีชีวิตของเมืองนั้น ๆ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ที่อาจไม่เคยรู้จักประเทศไทยมาก่อน เกิดความสนใจว่าเหตุใดเชียงใหม่จึงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ดังนั้น การสร้าง Story เพื่อเชิญชวนนักท่องเที่ยวจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

ข้าวซอย

มิติที่สามคือ การเชื่อมโยง Gastronomy หรือศาสตร์แห่งอาหารการกิน เชียงใหม่เป็นเมืองแห่งอาหารที่มีวัตถุดิบท้องถิ่นหลากหลาย สามารถเชื่อมโยงตั้งแต่การเลือก การเตรียม การปรุง การเสิร์ฟ ไปจนถึงการกิน เข้ากับวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ เพราะอาหารสะท้อนถึงวิถีชีวิตของพื้นที่อย่างชัดเจน

ดร.กอบกิจระบุว่า การท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomic Tourism) ไม่ว่าจะเป็นการชิมอาหารท้องถิ่น การเรียนทำอาหาร หรือการเยี่ยมชมแหล่งผลิต จะช่วยสะท้อนตัวตนของเชียงใหม่ในความเป็นเมืองมรดกโลกได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น และเห็นว่าเชียงใหม่จำเป็นต้องปรับกลยุทธ์การท่องเที่ยวใหม่ ด้วยการผลักดันท่องเที่ยวเชิงชุมชนให้เข้ามาอยู่ในโครงสร้างการท่องเที่ยวมากขึ้น เพื่อกระจายนักท่องเที่ยวออกสู่พื้นที่ชนบท และแก้ปัญหาเศรษฐกิจการท่องเที่ยวที่ยังกระจุกตัว

โคมยี่เป็ง

ชงตั้งศูนย์ข้อมูลกลางมรดกโลก

นางเสาวคนธ์ ศรีบุญเรือง ตัวแทนเครือข่ายชุมชนเมืองรักษ์เชียงใหม่ กล่าวว่า มรดกโลกคือโอกาสของเมือง และมองว่าถ้าไม่มีกฎกติกาบางอย่างมากำกับ เมืองจะพัฒนาไปอย่างไร้ทิศทาง และรากเหง้าทางวัฒนธรรมที่สั่งสมมากว่า 700 ปีจะค่อย ๆ เลือนหายไป หลายวัดในเขตคูเมืองเปลี่ยนแปลงไปจนแทบไม่เห็นภาพเดิม การมีกติกาของมรดกโลกจึงเป็นหนทางสำคัญที่จะช่วยรักษาเมืองไว้ได้ และสิ่งที่อยากให้ภาครัฐเร่งดำเนินการคือ การจัดตั้งศูนย์ข้อมูลมรดกโลก โดยกำหนดสถานที่ที่ชัดเจน เพื่อเป็นศูนย์กลางของการมีส่วนร่วมในระยะเริ่มต้น

ปัจจุบันวิถีชีวิตและวิถีชุมชนในเขตเมืองเก่ากำลังเผชิญแรงเบียดบังจากการพาณิชย์อย่างต่อเนื่อง บ้านเรือนที่เคยอยู่อาศัยกลับถูกเปลี่ยนเป็นผับ เป็นบาร์ ส่งผลให้คนในชุมชนจำนวนหนึ่งไม่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ และจำเป็นต้องย้ายออกไปอยู่นอกพื้นที่ วิถีชีวิตดั้งเดิมจึงค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไป หากขาดมาตรการควบคุมการใช้ที่ดิน อาคารสูง และการคุ้มครองชุมชน

แม้หลายฝ่ายจะพูดถึงการผลักดันสู่การเป็นเมืองมรดกโลก แต่ก็ยังมีความกังวลว่า การเข้ามาทำธุรกิจในเขตเมืองเก่าอาจยิ่งซ้ำเติมผลกระทบต่อผู้อยู่อาศัย โดยต่างฝ่ายต่างมองถึงประโยชน์ที่ตนเองจะได้รับ มากกว่าการคำนึงถึงคุณค่าของมรดกโลกในฐานะเครื่องมือที่จะช่วยคุ้มครองวิถีชีวิต และสร้างประโยชน์ให้กับคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่อย่างแท้จริง

ล้านนา

ภายใต้ภาพฝันของการยกระดับเมืองสู่เวทีโลก คำถามที่ตามมาคือ เชียงใหม่พร้อมจะเปลี่ยนสถานะ “เมืองท่องเที่ยวปลายทาง” ให้เป็น “เมืองมรดกที่สร้างมูลค่าอย่างยั่งยืน” ได้จริงหรือไม่

การผลักดันเชียงใหม่สู่มรดกโลกคือบททดสอบสำคัญ ว่าเมืองสามารถเปลี่ยนโมเดลเศรษฐกิจ จากการเติบโตเชิงปริมาณ สู่การเติบโตเชิงคุณค่าได้หรือไม่

มรดกโลกจึงไม่ใช่ปลายทาง แต่เป็นเครื่องมือ หากเชียงใหม่สามารถใช้โอกาสนี้วางรากฐานการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน คุ้มครองผังเมือง และให้ชุมชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง สถานะ “นครหลวงล้านนา” อาจกลายเป็นต้นแบบเศรษฐกิจวัฒนธรรมของไทยในเวทีโลก

อบจ.เดินหน้าปรับโฉมเมืองเก่า 7 วัด 5 ประตูเมือง

นายบวรเวท รุ่งรุจี ประธานคณะทำงานเร่งรัดการขับเคลื่อนนำเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่เป็นมรดกโลกกล่าวว่า ขณะนี้เอกสารนำเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่เป็นมรดกโลกได้ส่งถึง UNESCO เรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาตามวาระประจำปีของ UNESCO ต่อไป

หลังจากนี้เป็นหน้าที่ของทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน รวมถึงภาคประชาชนที่จะมีส่วนร่วมในการพัฒนา ปรับปรุงพื้นที่ภายในและบริเวณโดยรอบของวัดสำคัญที่ได้ยื่นขอจดทะเบียนเป็นมรดกโลก ครอบคลุมโบราณสถานและแหล่งสำคัญรวม 8 แห่ง ประกอบด้วย 7 วัด และคูเมือง-กำแพงเมืองเก่า ได้แก่ วัดเชียงมั่น วัดพระสิงห์ วัดเจดีย์หลวง วัดพระธาตุดอยสุเทพ วัดสวนดอก วัดเจ็ดยอด และวัดอุโมงค์

รวมถึงประตูเมือง 5 แห่ง และแจ่งกำแพงเมือง 4 แห่ง ให้คงไว้ซึ่งสถาปัตยกรรมโบราณดั้งเดิม และสอดคล้องกับเรื่องราวทางประวัติศาสตร์มากที่สุด โดยคาดว่าในช่วงประมาณเดือนมิถุนายน 2569 ICOMOS จะเดินทางมาตรวจพื้นที่ดังกล่าว เพื่อรวบรวมข้อมูลเข้าสู่วาระพิจารณาในเดือนพฤศจิกายน 2569 ต่อไป

ทั้งนี้ ถือเป็นความท้าทายของคณะทำงานอย่างยิ่ง เนื่องจากเมืองเชียงใหม่เป็นพื้นที่แรกของประเทศไทยที่ยื่นขอจดทะเบียนเป็นมรดกโลกที่มีประชาชนอาศัยอยู่ แตกต่างจากแหล่งมรดกโลกของไทยที่ขึ้นทะเบียนไปก่อนหน้า ซึ่งเป็นลักษณะพื้นที่ปิดและไม่มีประชาชนอยู่อาศัย

นายบวรเวทกล่าวต่อว่า จากการลงพื้นที่สำรวจวัดทั้ง 7 แห่ง รวมถึงพื้นที่เขตเมืองเก่า เขตคูเมือง พบว่ามีหลายจุดที่ต้องเร่งดำเนินการจัดระเบียบ เช่น บริเวณคูเมือง ตลาดประตูเชียงใหม่ ขอความร่วมมือทางเทศบาลให้ช่วยรื้อเล้าห่านที่นำมาเลี้ยงในคูเมือง และชิงช้าบริเวณกำแพงเมืองเก่าก็ควรเอาออก เพื่อความเป็นระเบียบสวยงาม ส่วนวัด 7 แห่งก็ต้องเร่งจัดระเบียบภายในวัดให้เรียบร้อย

โดยเฉพาะร้านค้าภายในวัด เช่น วัดพระธาตุดอยสุเทพ เป็นต้น

ทางด้าน นายสมชาติ วัฒนากล้า รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่าสภาเมืองเชียงใหม่ซึ่งร่วมขับเคลื่อนเรื่องมรดกโลก เตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบโบราณสถานและแหล่งสำคัญรวม 8 แห่ง เพื่อดูว่ามีจุดใด
ต้องปรับปรุง

โดยเฉพาะสิ่งที่อาจเป็นปัญหาต่อการพิจารณา ทั้งความไม่เป็นระเบียบของพื้นที่คูเมือง ร้านค้าในวัดและโดยรอบ รวมถึงโบราณสถานที่มีสายไฟระเกะระกะ ซึ่งจะต้องเข้าไปตรวจสอบทั้งหมด โดยกำหนดกรอบไทม์ไลน์ให้แล้วเสร็จก่อนเดือนมิถุนายน 2569 ก่อนที่ ICOMOS จะเข้ามาตรวจเมืองราวเดือนมิถุนายน 2569

ในส่วนของท้องถิ่น ได้เตรียมมาตรการจัดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เพื่อให้สมกับการเป็นเมืองมรดกโลก รวมถึงการเตรียมจัดตั้งศูนย์ข้อมูลมรดกโลก ซึ่งจะเป็นศูนย์กลางที่เชื่อมโยงจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และภาคประชาชน

ขณะเดียวกัน อบจ.เชียงใหม่ได้วางโครงสร้างพื้นฐานเมือง โดยเฉพาะระบบขนส่งสาธารณะ EV Bus ซึ่งเป็นโครงการสำคัญ เพื่อรองรับการขยายตัวของเมืองและสถานะเมืองมรดกโลกในอนาคตอีกด้วย