เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เซอร์ไพรส์วงการเพลง THE TOYS แต่งงานกับแฟนสาว
Biz Movement เซอร์ไพรส์วงการเพลง THE TOYS แต่งงานกับแฟนสาว
พระราชินี ทรงเปิดเรือนจำแห่งที่ 29 โครงการกำลังใจในพระดำริ
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี ทรงเปิดเรือนจำแห่งที่ 29 โครงการกำลังใจในพระดำริ
‘สายการบิน’ เดือดโค้งท้าย อัดเพิ่มความถี่ไฟลต์บินชิงไฮซีซั่น
Business ‘สายการบิน’ เดือดโค้งท้าย อัดเพิ่มความถี่ไฟลต์บินชิงไฮซีซั่น
ทุบสถิติใหม่ มหกรรมหนังสือฯ ยอดขายนิวไฮทะลุ 500 ล้านบาท
Biz Movement ทุบสถิติใหม่ มหกรรมหนังสือฯ ยอดขายนิวไฮทะลุ 500 ล้านบาท
มูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์ เตรียมจัดโบว์ลิ่งการกุศล ส่งต่อมื้ออาหารให้เด็ก
Biz Movement มูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์ เตรียมจัดโบว์ลิ่งการกุศล ส่งต่อมื้ออาหารให้เด็ก
พลิกโฉม All for Education ‘โลกเปลี่ยน การศึกษาต้องเปลี่ยน’
Biz Movement พลิกโฉม All for Education ‘โลกเปลี่ยน การศึกษาต้องเปลี่ยน’
ทิศทางเงินบริจาค Next Step ศุภนิมิตฯงานเพื่อเด็กในสังคมเปราะบาง
SD ทิศทางเงินบริจาค Next Step ศุภนิมิตฯงานเพื่อเด็กในสังคมเปราะบาง
Makro ขยายลูกค้า HORECA ลุ้นปี’69 ยอดขายออนไลน์ทะลุแสนล้าน
Business Makro ขยายลูกค้า HORECA ลุ้นปี’69 ยอดขายออนไลน์ทะลุแสนล้าน
SOAR โอเชี่ยนคลับ หนุนท่องเที่ยวไทยสู่คุณภาพ
Business SOAR โอเชี่ยนคลับ หนุนท่องเที่ยวไทยสู่คุณภาพ
ตรวจหวยวันนี้ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 1 พ.ย. 2569
News ตรวจหวยวันนี้ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 1 พ.ย. 2569
ดูทั้งหมด

ความ “เหลื่อมล้ำ” ทางการศึกษา

27 ก.ค. 2561 | 20:07น.

คอลัมน์ ชั้น 5 ประชาชาติ

โดย สาโรจน์ มณีรัตน์

 

ไม่กี่วันผ่านมามีโอกาสแทรกตัวเข้าไปนั่งฟังการบรรยายเรื่อง “โอกาสทางการศึกษาในประเทศไทย” ซึ่งมี “อานันท์ ปันยารชุน” อดีตนายกรัฐมนตรีเป็นองค์ปาฐก ภายในงานฉลองครบรอบ 4 ปีของ นิตยสารอีลิท พลัส

ซึ่งเนื้อหาที่ “อานันท์” บรรยายมีหลายเรื่องที่น่าสนใจมาก

โดยเฉพาะเรื่อง “ความเหลื่อมล้ำ” ทางการศึกษา

“อานันท์” บอกว่า รัฐธรรมนูญปี พ.ศ. 2560 เรียกร้องให้มีการจัดตั้งกองทุนเพื่อแก้ไขปัญหาความไม่เสมอภาคในด้านการศึกษา และเพื่อสนับสนุนการศึกษาของเด็กยากจน ผมยินดีที่ได้ทราบว่าพระราชบัญญัติกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษามีผลบังคับใช้ในเดือนพฤษภาคมของปีนี้

“นอกจากนั้นการวิจัยของยูนิเซฟเกี่ยวกับงบประมาณของโรงเรียนในประเทศไทยยังแสดงให้เห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องมีความเสมอภาคในการจัดสรรทรัพยากรมากขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเหลื่อมล้ำที่มีสาเหตุมาจากความยากจน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญอันดับหนึ่งที่ทำให้เด็กในประเทศไทยไม่ได้เข้าโรงเรียน”

“ที่สำคัญ ผลการวิจัยยังเสนอให้มีการลงทุนเพิ่มขึ้นในครอบครัวที่ยากจนและโรงเรียนที่มีเด็กยากจนเข้าเรียนจำนวนมาก เพื่อให้เกิดความเสมอภาคระหว่างโรงเรียนที่มีผลการเรียนของนักเรียนดี กับโรงเรียนที่มีผลการเรียนของนักเรียนยังไม่ดี”

ผมฟังแล้วรู้สึกเห็นด้วย

เพราะอย่างที่ทุกคนทราบกัน เรื่องของความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของไทยไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะโรงเรียนในเมืองกับต่างจังหวัดเท่านั้น หากโรงเรียนชายขอบ โรงเรียนตามตะเข็บชายแดนตามภาคต่าง ๆ ของประเทศไทยก็ต่างประสบปัญหานี้เช่นกัน

ไม่นับโรงเรียนของเด็กข้ามชาติที่พ่อแม่เดินทางเข้ามาทำงานในประเทศไทย เนื่องจากพวกเขาไม่สามารถเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาได้ เพราะไม่มีสัญชาติไทย ประเด็นตรงนี้จึงเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและเป็นเรื่องสำคัญที่ภาคการศึกษาของไทย รวมถึงรัฐบาลไทยต้องตระหนักอย่างมาก

ซึ่งเป็นเรื่องดี เพราะหลังจากฟัง “อานันท์” บรรยายเกี่ยวกับเรื่องนี้ เขายังเสนอทางออกในมุมมองความคิดของตัวเองว่า ภาครัฐจะต้องเดินหน้าทำในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้อย่างน้อย 3 ประการคือ

หนึ่ง เด็กทุกคนไม่ว่าจะเป็นเพศใด มีสถานภาพทางเศรษฐกิจและสังคมแบบใด หรืออาศัยอยู่ที่ไหน ต่างมีสิทธิที่จะได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ ซึ่งจะให้ความรู้และทักษะเพื่อให้พวกเขาได้พัฒนาอย่างเต็มตามศักยภาพ และเป็นประโยชน์ต่อสังคม

สอง การศึกษาเป็นปัจจัยหลักที่จะเปลี่ยนแปลงในแง่ของการให้ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคมต่อบุคคลและสังคม

สาม ประเทศไทยกำลังกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุอย่างรวดเร็ว และมีประชากรที่เป็นเยาวชนลดลง ดังนั้นการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ เพื่อให้พวกเขาได้ตอบแทนสังคม และสนับสนุนภาระการพึ่งพาที่เพิ่มมากขึ้นจึงเป็นสิ่งจำเป็น

“ดังนั้นสิ่งที่น่ากลัวสำหรับเด็กที่เกิดในวันนี้คือเมื่อพวกเขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ประเทศไทยจะเป็นสังคมผู้สูงอายุที่มีอัตราการพึ่งพิงแรงงาน เพียงแค่แรงงาน 1.7 คน ต่อผู้สูงอายุ 1 คน เทียบกับในปัจจุบันที่แรงงาน 6 คน ต่อผู้สูงอายุ 1 คน”

อันเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วในปัจจุบัน

นอกจากนั้น “อานันท์” ยังพูดถึงการปฏิรูปหลักสูตรของโรงเรียน โดยเขามองว่า ควรมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะให้มากขึ้น ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม รวมถึงต้องให้ความสำคัญแก่วิชาวิทยาศาสตร์, เทคโนโลยี, วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ เพราะวิชาเหล่านี้ต่างเป็นวิชาที่จะนำไปประยุกต์ใช้กับโลกแห่งการทำงานในอนานคตได้

สิ่งสำคัญอีกอย่างคือการผลักดันระบบการศึกษาจะต้องคู่ขนานไปกับการศึกษาธุรกิจ ด้วยการออกแบบดีไซน์หลักสูตรให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการทำงานในชีวิตจริงได้

ยิ่งปัจจุบันโลกธุรกิจเข้ามาขับเคลื่อนโลกการศึกษาอย่างแยกกันไม่ออก ดังนั้นถ้าหากระบบการศึกษาของไทยสามารถออกแบบหลักสูตรเหล่านี้เข้าไปอยู่ในโรงเรียนและมหาวิทยาลัยอย่างจริงจัง การศึกษาของไทยจะผลิบานมากกว่านี้

แม้ปัจจุบันจะมีหลายมหา”ลัยทำแล้วก็ตามแต่ยังไม่เพียงพอ

“อานันท์” บอกว่า ควรจะต้องเพิ่มปริมาณมากกว่านี้ ยิ่งถ้าเป็นไปได้ควรจะสอดแทรกเข้าไปอยู่ในระดับประถม มัธยมด้วยยิ่งดี เพราะโลกทุกวันนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสร้าง “การเรียนรู้” และ “ความเท่าเทียม” ให้เสมอภาคกัน

จะได้ไม่เกิดความเหลื่อมล้ำขึ้นมาอีก

ที่สำคัญ เรื่องของ “ความเหลื่อมล้ำ” ต่างเป็นประเด็นที่ทั่วโลกกำลังจับตามอง เพราะเรื่องนี้เป็น 1 ใน 17 เป้ามองของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals-SDGs)

ผมฟังแล้วเห็นด้วยทุกประการครับ