Skip to content

เชียงใหม่ชู 6 มาตรการตัดวงจรฝุ่น PM 2.5

25 ก.พ. 2569 | 14:05น.
เชียงใหม่ชู 6 มาตรการตัดวงจรฝุ่น PM 2.5

จังหวัดเชียงใหม่งัด 6 มาตรการเข้ม รับมือปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในปี’69 เผย แผนครอบคลุมทั้งการป้องกัน ควบคุม และลดแหล่งกำเนิดฝุ่นอย่างเป็นระบบ

นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ไม่ได้กระทบเฉพาะสุขภาพประชาชน แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของเชียงใหม่ ซึ่งเป็นเครื่องยนต์หลักของจังหวัด เมื่อปลายปีที่ผ่านมาจึงได้ลงนามออกประกาศยกระดับ 6 มาตรการรับมือฝุ่นควันปี 2569 หวังลดความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ ควบคู่การคุ้มครองสุขภาพประชาชนในระยะยาว ดังนี้

1) การห้ามเผาในที่โล่งทุกชนิด เป็นเวลา 5 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-31 พฤษภาคม 2569 ครอบคลุมการเผาขยะ เศษพืช และการเผาในชุมชน ซึ่งถือเป็นแหล่งกำเนิด PM 2.5 สำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อลดจำนวนวันที่คุณภาพอากาศอยู่ในระดับวิกฤต ซึ่งส่งผลต่อการเดินทางและการตัดสินใจของนักท่องเที่ยวโดยตรง

ทั้งนี้ ประกาศดังกล่าวได้เปิดช่องไว้สำหรับการบริหารจัดการเชื้อเพลิงซึ่งระบุว่า หากมีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดในการจะต้องบริหารจัดการเชื้อเพลิง ให้ลงทะเบียนในระบบการจองจัดการเชื้อเพลิงในระบบ Fire-D/Burn Check และต้องได้รับอนุญาตจากศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควันและฝุ่นละอองระดับอำเภอ ขณะที่การเผาบริหารจัดการเชื้อเพลิงต้องจัดทำแนวกันไฟและมีวิธีการควบคุมป้องกันมิให้ไฟลุกลามไปยังพื้นที่อื่น

Chiang Mai dust extraction

2) ประกาศห้ามเผาพื้นที่เกษตรทั่วประเทศ ระหว่าง 1 กุมภาพันธ์-31 มีนาคม 2569 ซึ่งกำหนดบทลงโทษตัดสิทธิช่วยเหลือจากรัฐนาน 2 ปี ถือเป็นการจัดการฝุ่นเชิงโครงสร้าง ลดต้นทุนด้านสุขภาพและงบประมาณรัฐในระยะยาว แม้อาจเพิ่มภาระต้นทุนการจัดการเศษวัสดุในภาคเกษตรระยะสั้นก็ตาม

นอกจากนี้ คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติได้ประกาศให้ 4 จังหวัด คือ เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน และแม่ฮ่องสอน เป็นเขตควบคุมมลพิษ มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2568 เพื่อดำเนินการควบคุม ลดและขจัดปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคม ของทุกปี มีผลให้หน่วยงานรัฐมีอำนาจมากขึ้นในการบังคับใช้กฎหมายและมาตรการจัดการมลพิษอย่างเข้มข้น

3) แผนปฏิบัติการ “เห็นไว-เข้าถึงไว-ดับได้ไว” ที่จังหวัดเชียงใหม่ตั้งเป้าลดจุดความร้อน (Hotspot) ลงอย่างน้อย 25% จากค่าเฉลี่ย 5 ปี การควบคุมไฟป่าอย่างรวดเร็วไม่เพียงลดฝุ่น แต่ยังช่วยลดความเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติและต้นทุนการฟื้นฟู

4) การจัดการเชื้อเพลิงในพื้นที่เสี่ยง ทั้งป่า เกษตร และชุมชน ผ่านแนวกันไฟและการควบคุมการเผาอย่างเป็นระบบ พร้อมส่งเสริมทางเลือกไม่เผาในภาคเกษตร แม้ต้องใช้การลงทุนและเครื่องมือเพิ่มขึ้น แต่ถูกประเมินว่าจะช่วยลดต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพในระยะยาว

5) ยกระดับมาตรการดูแลสุขภาพประชาชนและพื้นที่ปลอดฝุ่น เช่น ห้องปลอดฝุ่นและระบบแจ้งเตือนคุณภาพอากาศ เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อกลุ่มเสี่ยง ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์สุขภาพประเมินว่า หากปล่อยให้ค่าฝุ่นสูงต่อเนื่อง ต้นทุนการรักษาพยาบาลและการสูญเสียผลิตภาพแรงงานอย่างมีนัยสำคัญ

และ 6) การดึงชุมชนและภาคประชาชนมีส่วนร่วม ในการเฝ้าระวังไฟและการเผา ซึ่งช่วยลดภาระภาครัฐและสร้างความตระหนักรู้ในระดับพื้นที่ ถือเป็นการลงทุนทางสังคมที่ช่วยเพิ่มเสถียรภาพเศรษฐกิจท้องถิ่นในระยะยาว

ดัน พ.ร.บ.อากาศสะอาด

ขณะที่นายชัชวาลย์ ทองดีเลิศ ประธานสภาลมหายใจเชียงใหม่ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัญหาฝุ่นควัน-PM 2.5 คือ ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่ต้องบริหารจัดการอย่างจริงจัง เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันด้านการท่องเที่ยว ลดต้นทุนสุขภาพ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและนักท่องเที่ยว มาตรการทั้ง 6 ข้อในปี 2569 จึงกล่าวได้ว่าเป็นความพยายาม “ตัดวงจรต้นทุนฝุ่น” เพื่อพยุงเศรษฐกิจเชียงใหม่ให้เดินหน้าอย่างยั่งยืน

ชัชวาลย์ ทองดีเลิศ
ชัชวาลย์ ทองดีเลิศ

นายชัชวาลย์กล่าวต่อว่า แม้ศาลปกครองบังคับให้ทุก 4 จังหวัดส่งแผนให้รัฐบาล แต่ปัญหาใหญ่ที่สุด คือ ไม่มีงบประมาณในการสนับสนุนแผนดังกล่าว ขณะเดียวกัน พ.ร.บ.อากาศสะอาด ณ ขณะนี้ ผ่านสภาผู้แทนฯเรียบร้อยแล้ว แต่ก็ตกไป ดังนั้น จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลใหม่ หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาภายใน 60 วันหลังจากจัดตั้งรัฐบาลใหม่แล้ว และขอฝากให้ผลักดันเรื่องนี้ให้สำเร็จภายใน 60 วันหลังจากจัดตั้งรัฐบาล เพื่อที่จะสามารถเดินหน้า พ.ร.บ.อากาศสะอาด ต่อไปได้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ฝุ่นเชียงใหม่ เชียงใหม่