เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
โตโยต้า วอนรัฐเร่งมาตรการภาษีรถกระบะฟื้นยอด
Automotive โตโยต้า วอนรัฐเร่งมาตรการภาษีรถกระบะฟื้นยอด
กลับมาอีกครั้ง ‘เพลินจิตแฟร์’@โรงเรียนนานาชาติบางกอกพัฒนา
SD กลับมาอีกครั้ง ‘เพลินจิตแฟร์’@โรงเรียนนานาชาติบางกอกพัฒนา
5 แผนพัฒนาเที่ยวไทยปี’70 มุ่งสู่ High-Value Destination
Business 5 แผนพัฒนาเที่ยวไทยปี’70 มุ่งสู่ High-Value Destination
ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
การเคหะฯ ปัดฝุ่นบ้านเอื้ออาทร เชียงใหม่ ไนท์ซาฟารี ผุด “บ้านเคหะเพื่อคนไทย” ป้อนผู้มีรายได้น้อย
Real Estate การเคหะฯ ปัดฝุ่นบ้านเอื้ออาทร เชียงใหม่ ไนท์ซาฟารี ผุด “บ้านเคหะเพื่อคนไทย” ป้อนผู้มีรายได้น้อย
เปิด 4 เทรนด์จ่ายเงินออนไลน์ไทย PromptPay ครอง 44% E-wallet โต 207%
Finance เปิด 4 เทรนด์จ่ายเงินออนไลน์ไทย PromptPay ครอง 44% E-wallet โต 207%
แสนสิริ x SCB แนะ SMEs เร่งขับเคลื่อนยั่งยืนจากเรื่องเล็ก ๆ
SD แสนสิริ x SCB แนะ SMEs เร่งขับเคลื่อนยั่งยืนจากเรื่องเล็ก ๆ
ซีเอ็ดจับมือ 4 ศิลปินไทย เปิดพื้นที่หนังสือ-ศิลปะ ในงานมหกรรมหนังสือฯ ครั้งที่ 31
Biz Movement ซีเอ็ดจับมือ 4 ศิลปินไทย เปิดพื้นที่หนังสือ-ศิลปะ ในงานมหกรรมหนังสือฯ ครั้งที่ 31
‘แสนสิริ’ จุดพลุทำเล ‘หัวหิน’ จากเมืองมาเยือน สู่ ‘บ้านหลังที่สอง’ 
Real Estate ‘แสนสิริ’ จุดพลุทำเล ‘หัวหิน’ จากเมืองมาเยือน สู่ ‘บ้านหลังที่สอง’ 
จัดระเบียบแพลตฟอร์ม เบรกขึ้น GP-ตั้งกติกา ‘ตลาดดิจิทัล’
Economic จัดระเบียบแพลตฟอร์ม เบรกขึ้น GP-ตั้งกติกา ‘ตลาดดิจิทัล’
ดูทั้งหมด

CPF กำไรสุทธิปี’68 แตะ 25,197 ล้าน ใจป้ำแจกเงินปันผลหุ้นละ 1.25 บาท

26 ก.พ. 2569 | 18:01น.
CPF

CPF เผยกำไรสุทธิ ปี 2568 แตะ 25,197 ล้านบาท โต 29 % เป็นผลมาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้น บอร์ดไฟเขียวจ่ายปันผลรวม 1.25 บาทต่อหุ้น สูงสุดเป็นประวัติการณ์

นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) (CPF) เปิดเผยว่า กำไรสุทธิปี 2568 จำนวน 25,197 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29% จากปี 2567 โดยหลักเป็นผลมาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้น โดยในปี 2569 บริษัทให้ความสำคัญต่อเนื่องด้านการขับเคลื่อนการเติบโตด้วยนวัตกรรมความยั่งยืน และเน้นประสิทธิภาพด้านการควบคุมต้นทุน ผ่านโครงการเชิงกลยุทธ์ที่นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้

โดยปี 2568 บริษัทมีรายได้จากการขายจำนวน 571,135 ล้านบาท ลดลง 2% จากงวดเดียวกันของปีก่อน เป็นผลจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นในการแปลงค่าของงบการเงินกิจการต่างประเทศ หากพิจารณาเป็นสกุลเงินท้องถิ่น รายได้จากการขายจะเพิ่มขึ้น 3% จากปีก่อน โดยเป็นการเติบโตจากกิจการต่างประเทศเป็นหลัก

ทั้งนี้ ยอดขายแบ่งสัดส่วนจากกิจการต่างประเทศ 62% การส่งออกไปประเทศต่างๆ ประมาณ 50 ประเทศ 5% และกิจการที่ขายในประเทศไทย 33% โดยกิจการต่างประเทศผลิตและจำหน่ายสินค้าในประเทศนั้นเป็นหลัก ประกอบด้วย 13 ประเทศ ได้แก่ เวียดนาม จีน (รวมไต้หวัน) รัสเซีย ฟิลิปปินส์ กัมพูชา สหรัฐอเมริกา มาเลเซีย อังกฤษ อินเดีย ตุรกี ลาว เบลเยียม และ ศรีลังกา

จากการบริหารด้านประสิทธิภาพการดำเนินการตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพิ่มประสิทธิภาพด้านการควบคุมต้นทุนการผลิต ต้นทุนวัตถุดิบลดลงโดยเฉพาะราคากากถั่วเหลือง การรักษามาตรฐานความสะอาดปลอดภัยในการผลิตและมาตรการป้องกันโรคระบาดที่รัดกุม รวมถึงระดับราคาเนื้อสุกรในภูมิภาคเฉลี่ยอยู่ในระดับสูงกว่าปีก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 ทำให้กำไรขั้นต้นของบริษัทเพิ่มขึ้น 14% จากปี 2567 โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ 16.9% เพิ่มขึ้นจากระดับของปี 2567 ที่ 14.6%

“จากการที่บริษัทให้ความสำคัญด้านการเสริมความแข็งแกร่งให้กับพื้นฐานของธุรกิจเพื่อปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ยกระดับการบริหารจัดการสินทรัพย์ โดยมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและลงทุน ทำให้บริษัทสามารถมีกำไรปี 2568 จำนวน 25,197 ล้านบาท แม้จะพบกับความท้าทายหลายด้าน ทั้งภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ค่อยสดใส ความกดดันจากอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินบาทไทยที่แข็งค่าขึ้น และการมีคู่แข่งขันเพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรม” นายประสิทธิ์กล่าว

สำหรับปี 2569 มองว่า จากความมุ่งมั่นสร้างความมั่นคงทางอาหารทั้งในภาวะปกติและยามวิกฤต รวมทั้งเพื่อให้เท่าทันต่อความเปลี่ยนแปลงและความท้าทายต่างๆ บริษัทจึงคงให้ความสำคัญในการวางรากฐานการเติบโตผ่านการสร้างวัฒนธรรมนวัตกรรมความยั่งยืน การบริษัทจัดการทรัพย์สินในการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลทั่วทั้งองค์กร และออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์พฤติกรรมของลูกค้าและผู้บริโภคยุคใหม่ ซึ่งเชื่อมั่นว่าการดำเนินการเหล่านี้จะสามารถสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงให้กับบริษัท โดยคาดว่าผลการดำเนินงานในปี 2569 จะยังคงดีต่อเนื่องจากปี 2568

ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทมีมติให้จ่ายเงินปันผลครั้งที่สองจากผลการดำเนินงานปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.25 บาท ซึ่งเมื่อรวมกับการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลครั้งแรกในอัตราหุ้นละ 1.00 บาท เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2568 รวมเป็นการจ่ายเงินปันผลประจำปี 2568 ทั้งสิ้นในอัตราหุ้นละ 1.25 บาท โดยจะเสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2569 เพื่อพิจารณาอนุมัติในวันที่ 23 เมษายน 2569 นี้

นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทมีมติให้เสนอผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติการเพิ่มวงเงินการออกและเสนอขายหุ้นกู้จำนวน 50,000 ล้านบาท เพื่อเป็นการเพิ่มทางเลือกในการทดแทนเงินกู้จากแหล่งเงินทุนอื่น เพราะมีต้นทุนทางการเงินที่ดีกว่า (Refinancing)