Skip to content

รับสร้างบ้านปี’69 ฟื้นไม่แรง เร่งคุยแบรนด์ก่อสร้างตั้งรับต้นทุนพุ่ง

02 มี.ค. 2569 | 16:20น.
รับสร้างบ้านปี’69 ฟื้นไม่แรง เร่งคุยแบรนด์ก่อสร้างตั้งรับต้นทุนพุ่ง

นายกสมาคมรับสร้างบ้าน เผย แนวโน้มตลาดรับสร้างบ้านปี’69 โตเท่าเดิม หากสงครามไม่จบเร็วอาจแย่กว่าปี’68 ลุ้นมาตรการกระตุ้นจากรัฐบาลใหม่ จ่อรับมือราคาวัสดุก่อสร้างเพิ่ม 5-10% เร่งเจรจาบิ๊กแบรนด์วัสดุคงราคาเดิมวัสดุหลัก-สัญญาเก่า หวังยอดจองงาน “สร้างบ้าน FOCUS 2026 : สร้างบ้านสะท้อนตัวคุณ” แตะ 3.5 พันล้าน ดันยอดเดือน มี.ค.

นายอนันต์กร อมรวาที นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (Home Builder Association : HBA) เปิดเผยว่า ปัจจัยทางเศรษฐกิจในประเทศ การเมือง และภาวะเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้มูลค่าตลาดธุรกิจรับสร้างบ้านของบริษัทสมาชิกในปี 2568 จะอยู่ที่ 9,885 ล้านบาท ปรับตัวลดลง 18% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ที่มีมูลค่า 12,000 ล้านบาท และตลาดรับสร้างบ้านทั่วประเทศมูลค่าลดลงเหลือ 190,000 ล้านบาท คิดเป็นลดลง 11% (YOY) และคาดการณ์ว่า ปี 2569 มูลค่าตลาดธุรกิจรับสร้างบ้านจะอยู่ที่ 10,000 ล้านบาท

แต่ในกลุ่มบ้านราคาต่ำกว่า 5 ล้านบาท กลับมีการเติบโตสวนกระแสเพิ่มขึ้น 16% สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบันที่ “คิดนาน ข้อมูลแน่น” และให้ความสำคัญกับคุณภาพงาน รวมถึงประวัติการทำงานที่ตรวจสอบได้จริง โดยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา พฤติกรรมการเข้าถึงข้อมูลของผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น ได้แก่ 1.ผู้บริโภคยุคใหม่มีข้อมูลเชิงลึกในมือ สามารถเปรียบเทียบ สเป็กวัสดุ ตรวจสอบประวัติบริษัท และอ่านรีวิวได้ง่ายขึ้น ความโปร่งใสจึงกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่

และ 2.ผู้บริโภคหันมาใช้บริการบริษัทรับสร้างบ้านที่เป็นสมาชิกสมาคมมากขึ้น เพราะต้องการความมั่นใจว่าจะได้งานคุณภาพ ส่งมอบตรงเวลา งบฯไม่บานปลาย และมีบริการหลังการขายที่ยาวนาน

ทั้งนี้ ไลฟ์สไตล์ได้เข้ามาเป็นปัจจัยกำหนดทิศทางหลักในการเลือกแบบบ้าน เพื่อสะท้อนตัวตน และรสนิยมที่ชัดเจน อีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญ คือ Customization is King โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคระดับ High-end ระดับบ้านราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป จะให้ความสำคัญกับฟังก์ชั่นที่ตอบโจทย์กิจกรรมเฉพาะตัว เช่น พื้นที่สำหรับ Hobby, ห้องสตูดิโอ หรือพื้นที่สีเขียวที่เชื่อมต่อกับตัวบ้าน และแบบบ้านที่บ่งบอกสถานภาพและสไตล์ โดยสไตล์การตกแต่งแบ่งตามระดับราคาบ้าน ดังนี้

1.กลุ่มบ้านต่ำกว่า 2.5 ล้านบาท ได้แก่ บ้าน Contemporary และ Minimal ซึ่งเป็นแบบบ้านที่เน้นราคาประหยัด และความคุ้มค่า 2.กลุ่มบ้านราคาเข้าถึงง่าย (น้อยกว่า 2.51-5 ล้านบาท) สไตล์ยอดนิยมคือ Contemporary และ Modern ที่ผู้บริโภค ตัดสินใจจากความคุ้มค่าของพื้นที่ใช้สอยเป็นหลัก และตอบโจทย์การเริ่มต้นครอบครัว 3.กลุ่มระดับกลาง (5.01-10 ล้านบาท) เน้นเอกลักษณ์เฉพาะตัวสไตล์ Modern Luxury และ Tuscany 4.กลุ่มระดับบน (10.01-20 ล้านบาทขึ้นไป) บ้านสไตล์ Modern Classic และ Modern Luxury และ 5.กลุ่มบ้าน 20 ล้านบาทขึ้นไป ได้แก่ แบบบ้าน Classic และ Neo Classic

คาดปี’69 ตลาดสร้างบ้านโตเท่าเดิม

นายอนันต์กรระบุว่า ด้วยสภาวะเศรษฐกิจซบเซา ราคาบ้านในตอนนี้จะเป็นการสร้างบ้านในราคาเดิม ก่อนราคาก่อสร้างจะเพิ่มขึ้นในไตรมาส 3/2569 เป็นต้นไป ตั้งแต่วัสดุก่อสร้าง ค่าพลังงานในการขนส่งและการผลิต และค่าขนส่ง เพิ่มขึ้นในสัดส่วน 5-10% ขึ้นอยู่กับความผันผวนของราคาทองคำโลก จากสัดส่วนวัสดุก่อสร้างหลักอย่างเหล็กและปูน 30% ของต้นทุนการก่อสร้างทั้งหมด ทำให้ภาพรวมต้นทุนจะเพิ่มขึ้น 10-15% ซึ่งคิดเป็นราคาขายบ้านที่อาจเพิ่มขึ้น 3-5% ซึ่งเป็นส่วนต่างต้นทุนที่ผู้ประกอบการต้องแบกรับไปอีก 8-12 เดือนข้างหน้า

แนวโน้มการเติบโตในปีนี้ คาดว่าจะเติบโตเทียบเท่าเดิมที่มูลค่าตลาดรับสร้างบ้าน 190,000 ล้านบาท ด้วยเหตุผลว่า สถานการณ์ตลาดรับสร้างบ้านในปีที่ผ่านมา น่าจะเป็นจุดที่ต่ำที่สุดแล้ว อย่างไรก็ตาม หากเกิดการยืดเยื้อของสงครามอาจส่งผลกระทบให้ตลาดรับสร้างบ้านแย่ลงกว่าปี 2568

โดยใน 2 เดือนที่ผ่านมา พบว่าเดือนมกราคม 2569 ตลาดรับสร้างบ้านเติบโตกว่าเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า (MOM) คิดเป็นสัดส่วน 10% ส่วนมูลค่าตลาดรวมจะต้องรอข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ในเดือนมีนาคมนี้ ขณะเดียวกันในเดือนมีนาคมคาดการณ์ว่า งาน “รับสร้างบ้าน FOCUS 2026 : สร้างบ้านสะท้อนตัวคุณ” จะช่วยเพิ่มยอดขาย และการทำสัญญาสร้างบ้านให้เพิ่มขึ้น โดยตั้งเป้าไว้ที่ 3,500 ล้านบาท

ส่วนสถานการณ์รับสร้างบ้านในต่างจังหวัดและกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ปีที่ผ่านมามีสัดส่วนอยู่ที่ 75% : 25% ซึ่งในปีที่ผ่านมาสัดส่วนตลาดต่างจังหวัดเพิ่มขึ้นเป็น 77% และตลาดกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ลดลงเหลือ 23% สะท้อนว่า การสร้างบ้านในเมืองมีสัดส่วนที่ลดลงจากความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ ขณะที่เศรษฐกิจต่างจังหวัดขยายตัวดีกว่าอย่างชัดเจน ซึ่งภาพรวมในปีนี้ตลาดรับสร้างบ้านน่าจะทั้งเหนื่อยและตื่นเต้นจากปัจจัยภายนอกที่ถาโถม และปัจจัยความเชื่อมั่นในรัฐบาลใหม่ที่มีแนวโน้มกระฉับกระเฉง และน่าจะมีการออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจให้เห็นภาพชัดขึ้น

สำหรับการรับมือ นายอนันต์กรระบุว่า ทางสมาคมได้มีการหารือร่วมกับแบรนด์วัสดุก่อสร้างเพื่อข้อเสนอราคาพิเศษสำหรับผู้ประกอบการที่เป็นสมาชิก ตั้งแต่แบรนด์หลังคา วัสดุผนัง โมเดิร์นเทรน สุขภัณฑ์ กระเบื้อง ซึ่งไม่อาจควบคุมได้ทุกประเภทสินค้า โดยมีรายใหญ่ที่หารือ คือ เอสซีจี ที่มีการขึ้นราคาสินค้าบางส่วนจากราคาเดิมที่ไม่สามารถไปต่อได้ นอกจากนี้ สมาคมยังเสนอคงราคาไว้สำหรับโครงการบ้านที่มีการเซ็นสัญญาก่อนหน้านี้

นอกจากนี้ นายอนันต์กรกล่าวว่า สำหรับสมาชิกสมาคมที่เพิ่มเข้ามาล่าสุด คือ บมจ.แสนสิริ ที่มาพร้อมกับข้อดีคือเป็นแบรนด์ดัง และพีอาร์มีความสามารถ น่าจะทำให้สมาคมเป็นที่รู้จักมากขึ้น ผู้บริโภคมีทางเลือกเยอะขึ้น และผู้ประกอบการจะต้องโชว์จุดแข็งของตัวเองออกมาให้ได้

“งานรับสร้างบ้าน FOCUS 2026 : สร้างบ้านสะท้อนตัวคุณ มีแสนสิริที่เอาต้นแบบมาออกบูทด้วย พีอาร์เขาเก่ง แบรนด์ดัง เราน่าจะเป็นที่รู้จักมากขึ้น ผู้บริโภคมีตัวเลือกเยอะ ผู้ประกอบการก็ต้องโชว์จุดแข็งของตัวเอง แสนสิริเขามีเงินทุน มีมาร์เก็ตติ้ง ราคาที่เอามาขายก็ไม่ได้แพงจนจับต้องไม่ได้ สมเหตุสมผล ข้อเสีย คือ แบบบ้านพรีแคสต์ต่อเติมไม่ได้ แต่ข้อดีคือ สร้างเสร็จไว และตอบสนองผู้บริโภคที่แบ่งตามเซ็กเมนต์ แต่ไม่ได้กินมาร์เก็ตแชร์เยอะขนาดนั้น”

ตั้งเป้ายอดจอง 3.5 พันล้าน ดันตลาด มี.ค.โต

ทั้งนี้ สมาคมย้ำว่า “สร้างบ้านตอนนี้…คุ้มที่สุด” ก่อนที่ปัจจัยด้านต้นทุนและราคาวัสดุจะปรับตัวเพิ่มขึ้นตามทิศทางเศรษฐกิจในอนาคต โดยตั้งเป้ายอดจองงาน “รับสร้างบ้าน FOCUS 2026 : สร้างบ้านสะท้อนตัวตน” ไว้ที่ 3,500 ล้านบาท แบ่งเป็น เป้ายอดจองในงาน 2,500 ล้านบาท และหลังงาน 1,000 ล้านบาท และคาดว่าจะมีผู้สนใจเข้าชมงานกว่า 10,000 คน ตลอด 5 วันของการจัดงาน ระหว่างวันที่ 18-22 มีนาคม 2569 ณ อิมแพ็ค ฮอลล์ 6 เมืองทองธานี

โดยภายในงาน “รับสร้างบ้าน FOCUS 2026 : สร้างบ้านสะท้อนตัวคุณ” มีบริษัทรับสร้างบ้านร่วมออกบูท 27 บริษัท และสถาบันการเงินชั้นนำ ที่มาพร้อมข้อเสนอพิเศษ นอกจากนี้ภายในงานยังมีโปรโมชั่นส่วนลดจองปลูกสร้าง 10,000 บาท และทองคำแท่ง มูลค่ารวมกว่า 350,000 บาท

ไฮไลต์สำคัญที่ได้รับการตอบรับจากผู้เข้าชมงานในทุกปี คือโปรโมชั่นลุ้นรับทองคำมูลค่ารวมเกือบ 4 แสนบาท และการรวบรวมแบบบ้านไว้มากที่สุดกว่า 1,000 แบบ และมีข้อเสนออัตราดอกเบี้ยสำหรับสินเชื่อพิเศษจาก 3 สถาบันการเงิน ได้แก่ ธนาคาร UOB, กรุงศรีอยุธยา และกรุงไทย