Skip to content

‘คริส เวลส์’ วอลโว่ ไม่หยุดอยู่กับที่

04 มี.ค. 2569 | 10:26น.
‘คริส เวลส์’ วอลโว่ ไม่หยุดอยู่กับที่
คอลัมน์ : สัมภาษณ์

ได้รับความไว้วางใจจากบริษัทแม่ วอลโว่ คาร์ แบรนด์รถยนต์สัญชาติสวีเดน ซึ่งจะมีอายุแตะ 100 ปีแล้ว ส่วนในประเทศไทยเอง วอลโว่ อยู่กับลูกค้าชาวไทยมากว่า 50 ปี

สำหรับผู้บริหารอย่าง “คริส เวลส์” กรรมการผู้จัดการ บริษัท วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย และมาเลเซีย ถือว่าอยู่ดูแลผู้บริโภค ลูกค้าชาวไทย และนั่งคุมบังเหียน วอลโว่ ไทยแลนด์ มาเป็นระยะเวลาเกือบทศวรรษ

ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง และการขับเคลื่อนของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย และอุตสาหกรรมยานยนต์โลกที่วิ่งไปอย่างรวดเร็ว ส่วนทิศทางของวอลโว่ สำหรับประเทศไทยจากนี้จะเป็นอย่างไร ไปติดตามกัน

ความสำเร็จปีที่ผ่านมา

ปีที่ผ่านมาถือเป็นอีกหนึ่งปีแห่งความสำเร็จ แต่ก็ถือว่าเป็นปี “แห่งความยากลำบาก” เช่นเดียวกัน แต่เราสะท้อนตัวเองปรับตัวเข้ากับสถานการณ์เรียนรู้ได้เป็นอย่างดี

เห็นได้จากวอลโว่มีส่วนแบ่งทางการตลาดในกลุ่มรถยนต์พรีเมี่ยมอยู่ที่ 9% และในจำนวนนี้ยังมีส่วนแบ่งในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า พรีเมี่ยมสูงถึง 20% แม้ว่าวอลโว่จะไม่สามารถเปิดเผยในส่วนของจำนวนยอดขายได้ แต่จากส่วนแบ่งทางการตลาดของวอลโว่ที่ทำได้นั้น ถือว่าเป็นผลจากการดำเนินงานที่น่าพอใจอย่างยิ่ง

ส่วนรถยนต์ใช้แล้วหรือรถยนต์มือสอง อย่าง Volvo Selekt certified used cars ที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานของวอลโว่ คาร์ ประเทศไทย นั้นก็มีการเติบโตจาก 9% เพิ่มเป็น 14% จากปีก่อน ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นต่อคุณค่า และคุณภาพระยะยาวของวอลโว่

หวังโตต่อเนื่อง

ปีนี้ วอลโว่เชื่อว่าด้วยแรงส่งจากโมเมนตัมของปีที่ผ่านมา บวกกับการส่งรถยนต์รุ่นใหม่ โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้า 100% ในสไตล์ฟาสต์แบ็กส์ อย่าง Volvo ES90 นั้นจะเป็นปัจจัยแห่งการขับเคลื่อน ให้บริษัทบรรลุเป้าหมายไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะยอดขายรถใหม่เพิ่มขึ้น 4% และยอดขาย Volvo Selekt certified used cars เพิ่มขึ้น 5%

เน้นรถยนต์ที่ผู้บริโภคต้องการ

คริส เวลส์ ยอมรับว่า ก่อนหน้านี้ บริษัทได้ประกาศเป้าหมายที่จะเป็นบริษัทรถยนต์ไฟฟ้า 100% นั้น แต่ปรากฏว่าช่วงที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ความต้องการของผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังคงให้ความสำคัญกับรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน ประเภทปลั๊ก-อิน ไฮบริด (PHEV) อยู่ และมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่รถยนต์พลังงานไฟฟ้า (BEV) เองนั้นก็มีความต้องการเช่นเดียวกัน

ดังนั้น วอลโว่ ประเทศไทย และวอลโว่ คาร์เองด้วย ก็จะยังคงนำเสนอสินค้าเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าทั้งสองกลุ่มอย่างต่อเนื่อง “ตราบใดที่ลูกค้ามีความต้องการ วอลโว่พร้อมสนองตอบ” และแน่นอนว่า ในส่วนของรถยนต์ปลั๊ก-อิน ไฮบริดนั้น จะทำหน้าที่เป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์สำหรับลูกค้าที่กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่การใช้งานรถไฟฟ้าแบบเต็มรูปแบบ

ชูมาตรฐานขับเคลื่อนด้วยบริการ

แน่นอนว่างานบริการหลังการขาย คือ สิ่งที่วอลโว่เน้นย้ำ ให้ความสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา วอลโว่ได้ให้บริการอัพเกรด คอร์คอมพิวเตอร์ สำหรับลูกค้าผู้ใช้รถ Volvo EX90 เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและพลังการประมวลผลของรถ ทั้งในแง่ของการขับขี่และความปลอดภัย รวมถึงทำให้ตัวรถรองรับการอัพเดตซอฟต์แวร์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพได้อย่างต่อเนื่องในอนาคต

และยังเตรียมขยายไลน์อัพ Volvo EX90 เพื่อให้ผู้สนใจเข้าถึงที่ง่ายขึ้น รวมทั้งงานขยายเครือข่ายตัวแทนผู้จัดจำหน่ายรถวอลโว่อย่างเป็นทางการทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ควบคู่กับการขยายศูนย์บริการซ่อมตัวถังและสีมาตรฐานครบวงจร และการทำงานร่วมกับพาร์ตเนอร์เพื่อขยายศูนย์บริการซ่อมตัวถัง และสีรถยนต์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากวอลโว่ คาร์ด้วย และบริการครอบคลุมพื้นที่ในวงกว้างยิ่งขึ้นผ่านโมเดลบริการหลังการขายแบบ Hub and Spoke

เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงบริการ เพื่อให้ลูกค้ายังอุ่นใจได้ว่าทุกบริการจะได้การดูแลด้วยคุณภาพและมาตรฐานเดียวกัน

สุดท้ายเมื่อถามถึงแนวทางในการแข่งขัน วอลโว่ และ “คริส” ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า ปีนี้แม้ว่าการแข่งขันยังคงรุนแรงต่อเนื่อง แต่วอลโว่เองก็พร้อมจะเดินหน้าไปอย่างไม่หยุดยั้งเช่นเดียวกัน