ฮอนด้า เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า 100% รุน่ที่สอง Honda e:N2 นำเข้าจากจีน พร้อมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน มอเตอร์โชว์2026 คาดการณ์ขายไม่เกิน 1.4X ล้านบาท เปิดจองสิทธิ์ 5 – 22 มี.ค. 2569
ค่ายฮอนด้า ส่งรถยนต์เอสยูวีไฟฟ้า 100% รุ่นที่สองจากไลน์อัป e:N Series ออกสู่ตลาดประเทศไทย
Honda e:N2 รถเอสยูวีไฟฟ้า 100% ที่ได้รับการพัฒนาบนแพลตฟอร์มขับเคลื่อนล้อหน้า e:N Architecture F เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุก เร้าใจ ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันอย่างลงตัว พร้อม Activate ก้าวใหม่ในชีวิตคุณ (Future Activated)
Honda e:N2 พัฒนาขึ้นเพื่อสะท้อน DNA ความโดดเด่นในแบบฉบับรถยนต์ไฟฟ้าของฮอนด้า ตั้งแต่ ดีไซน์ภายนอก ทรงสปอร์ตเอสยูวีท้ายลาดแบบ Fastback ผสานความสง่างามของรถซีดานเข้ากับตัวถังรถ SUV อย่างลงตัวสะท้อนถึงความเรียบง่าย มีมิติในทุกมุมมอง ด้วยเส้นสายเฉียบคมที่สอดรับกับแนวคิดการออกแบบ ‘Knives Out’
กระจังหน้าดีไซน์ Grille-less ในแบบฉบับรถยนต์ไฟฟ้า โดดเด่นด้วย สัญลักษณ์ H-Mark พร้อมไฟเรืองแสง ฮอนด้า เลือกจัดวางตำแหน่ง ช่องชาร์จแบตเตอรี่ถูกจัดวางไว้ด้านข้าง
มือจับประตูด้านนอกแบบซ่อน กระจกด้านหลังแบบ Privacy และกระจกที่นั่งด้านหน้าและด้านหลังแบบกันเสีย
ภายในห้องโดยสาร เน้นความโปร่งโล่ง เรียบง่ายและทันสมัย เน้นความสะดวกสบายและผ่อนคลายในทุกที่นั่งฮอนด้าใช้วัสดุคุณภาพสูง
สีภายในห้องโดยสารสีทูโทน (เทา/ดำ) ตกแต่งด้วยแถบสีส้มให้ความรู้สึกเร้าใจ เปี่ยมด้วยพลัง และสะท้อนคาแรกเตอร์ของรถยนต์ไฟฟ้าไว้อย่างชัดเจน
- เบาะนั่งด้านคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมระบบบันทึกตำแหน่งเบาะนั่งของผู้ขับขี่ (Driver Memory Seat)เลื่อนอัตโนมัติเวลาขึ้น – ลงรถ (Easy Entry / Exit)
- เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง
- แผ่นกรองอากาศกรองฝุ่น PM2.5 พร้อมระบบแสดงระดับฝุ่น PM 2.5
- ระบบฟอกอากาศในห้องโดยสาร Plasmacluster
- กระจกไฟฟ้าปรับขึ้น-ลงอัตโนมัติคู่หน้าและคู่หลัง
- หลังคาซันรูฟพร้อมม่านบังแดด

- ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Dual Zone ปรับอุณหภูมิแยกอิสระซ้าย/ขวา
- ระบบสตาร์ทรถยนต์พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท (Remote Climate Pre-Conditioning)
- ระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะ (Honda Smart Key System)
- ระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพง BOSE 12 ตำแหน่ง เติมเต็มทุกการเดินทางด้วยสุนทรียะแห่งดนตรี
- ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 12.8 นิ้วแบบ Advanced Touch รองรับ Apple CarPlay และ Android AutoTM แบบไร้สาย
- อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger) ใช้งานง่ายเพียงวาง พร้อมถาดจัดเก็บแบบ Hidden Tray เพิ่มความเป็นระเบียบภายในห้องโดยสาร

- ช่องเชื่อมต่อ USB Type-C 4 ตำแหน่ง (ด้านหน้า 2 ตำแหน่งและด้านหลัง 2 ตำแหน่ง)
- ระบบเชื่อมต่อ Honda CONNECT
- ระบบแสดงข้อมูลบนกระจกหน้า (Head Up Display: HUD) ขนาด 11.5 นิ้ว
- น้ำหอมอโรมา (Aroma Diffuser) แคปซูลยกระดับบรรยากาศภายในห้องโดยสารช่วยสร้างความผ่อนคลายและความสมดุลของอารมณ์ รองรับการติดตั้งได้สูงสุดถึง 3 แคปซูลเลือกและปรับระดับความแรงของกลิ่นได้ถึง 3 ระดับ ผ่านหน้าจอสัมผัสขนาด 12.8 นิ้ว
- กระจกมองหลังแบบกล้องพร้อมปรับลดแสงอัตโนมัติ
- ถุงลมกลางด้านหน้า
- เบาะนั่งคู่หน้าแบบระบายอากาศ
- ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารแบบปรับเฉดสีได้
- ฝากระโปรงท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้าแบบแฮนด์ฟรี พร้อมระบบปิดอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ
- สปอยเลอร์หลัง
- ล้ออัลลอย ขนาด 18 นิ้ว
นอกจากนี้ ฮอนด้า ยังออกแบบพื้นที่ภายในห้องโดยสาร ระหว่างเบาะนั่งผู้ขับขี่และเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าให้สามารถเดินผ่านถึงกันได้ (Front Seat Walkthrough) ช่วยให้การเคลื่อนไหวภายในห้องโดยสาร และการจัดการพื้นที่เป็นไปอย่างคล่องตัวและยืดหยุ่นในทุกการเดินทาง
เบาะผู้โดยสารด้านหลังสามารถแยกพับแบบ 60:40 มอบพื้นที่ห้องสัมภาระท้ายขนาดใหญ่ ความจุสูงสุดถึง 513 ลิตรโดยสามารถปรับได้ 2 ระดับ คือ
- ปรับพับแบบพื้นห้องสัมภาระท้ายเเบนราบ: มอบพื้นที่เรียบ โล่ง ใช้งานง่าย ช่วยให้การหยิบจับและเคลื่อนย้ายสัมภาระเป็นไปอย่างสะดวก รองรับการจัดเก็บถุงกอล์ฟได้สูงสุด 2 ใบ หรือกระเป๋าเดินทางขนาด 29 นิ้ว ได้สูงสุด 2 ใบ
- ปรับพับแบบดันแผ่นรองพื้นสัมภาระลงไป: มอบพื้นที่ความจุขนาดใหญ่ กว้างขวาง รองรับการจัดเก็บถุงกอล์ฟได้สูงสุดถึง 3 ใบ หรือกระเป๋าเดินทางขนาด 29 นิ้ว ได้สูงสุดถึง 3 ใบ
ส่วนขุมพลังในการขับเคลื่อนของรถ Honda e:N2 คันนี้ ขับเคลื่อด้วยระบบไฟฟ้า 100% ที่พัฒนาบนแพลตฟอร์มขับเคลื่อนด้วยล้อหน้า e:N Architecture F ประสิทธิภาพสูง มาพร้อมการปรับจูนการตอบสนองของอัตราเร่งอย่างเหมาะสมมั่นใจ นุ่มนวล และสนุกในทุกจังหวะการขับขี่ ควบคุมง่ายและไม่ก่อให้เกิดอาการเวียนหัวหรือเมารถให้พลัง สูงสุด 150 กิโลวัตต์หรือ 204 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 310 นิวตัน-เมตร
Honda e:N2 มอบระยะทางในการขับเคลื่อนต่อการชาร์จไฟฟ้าเต็ม 1 ครั้ง ได้ระยะทางวิ่งสูงสุด 530 กิโลเมตร* (ตามมาตรฐาน NEDC) ทำงานร่วมกับระบบเกียร์ไฟฟ้าแบบสวิตช์พร้อมไฟตกแต่ง

มีสวิตช์ฟังก์ชัน Drive Mode ให้เลือกโหมดการขับขี่ได้ถึง 4 โหมด ได้แก่
- โหมดการขับขี่แบบสปอร์ต (Sport Mode) ที่ช่วยปรับการทำงานของมอเตอร์ให้ตอบสนองการเร่งได้ดียิ่งขึ้น
- โหมดการขับขี่แบบปกติ (Normal Mode) โดยระบบจะขับเคลื่อนโดยมอบอัตราเร่งที่นุ่มนวลและทรงพลัง
- โหมดการขับขี่แบบประหยัด (ECON Mode) พร้อมปรับการทำงานของมอเตอร์ให้สัมพันธ์กับการขับขี่เพื่ออัตราการประหยัดพลังงานมากขึ้น
- โหมดการขับขี่ Snow (Snow Mode) ที่ช่วยปรับการตอบสนองของมอเตอร์ให้เป็นไปอย่างนุ่มนวล ช่วยให้ขับขี่ได้ง่ายขึ้นและเพิ่มความมั่นใจในการควบคุมรถ โดยเฉพาะเมื่อต้องขับขี่บนสภาพถนนลื่น
ขณะที่เทคโนโลยีความปลอดภัย อัจฉริยะ Honda SENSING ที่ทำงานผ่านกล้องมุมกว้างด้านหน้าในการตรวจจับรถยนต์ รถจักรยานยนต์ จักรยาน และคนเดินถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เสริมด้วยระบบความปลอดภัยรอบคัน ตั้งแต่
- ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง(Blind Spot Information: BSI)
- ระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอย (Cross Traffic Monitor: CTM)
- ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง (Multi-view Camera System: MVCS) เซนเซอร์กะระยะหน้า 4 จุด และหลัง 4 จุด
- ถุงลมกลางด้านหน้า ยกระดับความปลอดภัยอีกขั้นในทุกเส้นทาง
Honda e:N2 มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีเทาเออร์เบิน (มุก) สีดำคริสตัล (มุก) และ สีขาวไดมอนด์ดัสต์ (มุก)
ฮอนด้า เปิดจองสิทธิ์ 5–22 มีนาคม2569 โดยได้ประกาศราคาประมาณการของ Honda e:N2 อยู่ที่ 1,4XX,XXX บาท
และจะเปิดตัวพร้อมประกาศราคาอย่างเป็นทางการในวันที่ 23 มีนาคม 2569 ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม 2569 – 5 เมษายน 2569