Skip to content

อินโดนีเซีย สั่งปิดบัญชีโซเชียล ห้ามเด็กต่ำกว่า 16 ปีใช้งาน

06 มี.ค. 2569 | 16:49น.
อินโดนีเซีย สั่งปิดบัญชีโซเชียล ห้ามเด็กต่ำกว่า 16 ปีใช้งาน

กระทรวงสื่อสารและดิจิทัลอินโดนีเซีย สั่งจำกัดการใช้โซเชียลมีเดีย เตรียมปิดบัญชีผู้ใช้งานอายุต่ำกว่า 16 ปี

กระทรวงการสื่อสารและดิจิทัลรัฐบาลอินโดนีเซีย ประกาศมาตรการชะลอการเข้าถึงแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีความเสี่ยงสูง สำหรับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปี อย่างเป็นทางการ

นโยบายนี้เป็นไปตามการประกาศใช้กฎระเบียบลูกซึ่งต่อยอดมาจากกฎระเบียบรัฐบาล ฉบับที่ 17/2025 ว่าด้วยการบริหารจัดการผู้ให้บริการระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อคุ้มครองเด็ก หรือที่รู้จักกันในชื่อ PP Tunas

นางมิวเทีย ฮาฟิด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสื่อสารและดิจิทัล ระบุว่ากฎระเบียบนี้จะเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 6 มีนาคม 2026 เป็นต้นไป เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยให้แก่เด็กในโลกไซเบอร์ โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้ :

  • มาตรการควบคุม : รัฐบาลจะทำการระงับหรือชะลอการเข้าถึงบัญชีของเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี บนแพลตฟอร์มที่มีความเสี่ยงสูง รวมถึงโซเชียลมีเดียและเครือข่ายบริการต่าง ๆ

อินโดนีเซียถือเป็นหนึ่งในประเทศกลุ่มนอกตะวันตก (Non-Western) ประเทศแรก ๆ ที่บังคับใช้การจำกัดการเข้าถึงโลกดิจิทัลโดยเกณฑ์อายุอย่างจริงจัง

  • ภัยคุกคามหลากรูปแบบ รัฐมนตรีเน้นย้ำว่าเด็ก ๆ เผชิญภัยคุกคามที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่สื่อลามก การกลั่นแกล้งบนโลกไซเบอร์ การฉ้อโกงออนไลน์ และที่สำคัญที่สุดคือ อาการเสพติดดิจิทัล

“เราต้องการให้เทคโนโลยีช่วยพัฒนาความเป็นมนุษย์ ไม่ใช่เอาช่วงเวลาในวัยเด็กของลูกหลานเราไปเป็นเครื่องสังเวย” นางมิวเทียกล่าว

การบังคับใช้จะเริ่มดำเนินการในวันที่ 28 มีนาคม 2026 โดยในช่วงแรกบัญชีที่ระบุว่าเป็นของเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีจะถูกทยอยปิดการใช้งาน รายชื่อแพลตฟอร์มที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มความเสี่ยงสูงในขณะนี้ ได้แก่ :

  • YouTube
  • TikTok
  • Facebook
  • Instagram
  • Threads
  • X (Twitter)
  • Bigo Live
  • Roblox

ทางกระทรวงยืนยันว่ากระบวนการปิดบัญชีจะทำแบบค่อยเป็นค่อยไป จนกว่าทุกแพลตฟอร์มจะปฏิบัติตามข้อบังคับของรัฐอย่างครบถ้วน

รัฐมนตรีมิวเทียยอมรับว่า ในช่วงแรกของการบังคับใช้อาจเกิดความไม่สะดวกสบาย ทั้งต่อตัวเด็ก และตัวผู้ปกครองที่อาจจะสับสนกับปฏิกิริยาของลูก

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยืนยันว่านี่คือทางออกที่จำเป็นในสภาวะที่เรียกว่า วิกฤตการณ์ดิจิทัล เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของผู้ปกครองในการเฝ้าระวังลูกหลาน ไม่ให้การดูแลความปลอดภัยบนโลกออนไลน์ตกเป็นภาระของครอบครัวเพียงฝ่ายเดียวอีกต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อินโดนีเซีย โซเชียล