Skip to content

CRC สปีดธุรกิจเวียดนาม ปูพรม 30 สาขาบิ๊กไซส์ภายในปี 2572

08 มี.ค. 2569 | 09:30น.
CRC สปีดธุรกิจเวียดนาม ปูพรม 30 สาขาบิ๊กไซส์ภายในปี 2572

เซ็นทรัล รีเทล สปีดสาขาเวียดนามรับมือคู่แข่งทั้ง AEON, Lotte และ Winmart ที่ต่างเข้ามาปักธงชิงสร้างฐานลูกค้า

สำนักข่าว นิคเคอิ เอเชีย รายงานว่า เซ็นทรัล รีเทล หรือ CRC ประกาศแผนขยายสาขาไฮเปอร์มาร์เก็ตเพิ่มอีกอย่างน้อย 12 สาขาในเวียดนาม พร้อมเพิ่มจำนวนสาขาในทำเลสำคัญอีกเท่าตัวภายใน 3 ปี

ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นในขณะที่ เซ็นทรัลรีเทลพยายามขยายธุรกิจในเวียดนาม ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดจากคู่แข่งทั้งแบรนด์ท้องถิ่น และยักษ์ค้าปลีกข้ามชาติ เช่น AEON, Lotte และ Winmart

ฟาม ถิ ทุย ลินห์ หัวหน้าฝ่ายขยายธุรกิจและกิจการองค์กรของเซ็นทรัล รีเทล เวียดนาม อธิบายว่า ปัจจุบันอัตราการเข้าถึงธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่หรือโมเดิลเทรนด์ของผู้บริโภคชาวเวียดนามอยู่ที่เพียงประมาณ 13% เท่านั้น ขณะที่ในประเทศเพื่อนบ้านอย่าง ไทย ผู้บริโภคเข้าถึงได้มากถึงประมาณ 55% สะท้อนถึงศักยภาพและช่องว่างในเวียดนามที่ธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่จะเติบโตได้อีกมาก

“เรามองเห็นศักยภาพไม่เฉพาะแค่ในเมืองศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ เช่น ฮานอยและโฮจิมินห์ซิตี้ แต่ยังรวมถึงเมืองรองและจังหวัดต่าง ๆ ที่เขตเมืองกำลังมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว”

ดังนั้นในช่วงเวลา 3 ปี ตั้งแต่ปี 2569 ถึง 2671 เซ็นทรัล รีเทลฯ วางแผนเปิดห้างสรรพสินค้าและไฮเปอร์มาร์เก็ต GO! ประมาณ 10 ถึง 12 แห่ง พร้อมด้วยร้าน mini go! อีก 23 ถึง 25 แห่ง

หลังปัจจุบันเซ็นทรัล รีเทล มีธุรกิจในเวียดนามประกอบด้วย ไฮเปอร์มาร์เก็ต GO! จำนวน 43 แห่ง โดยแต่ละแห่งมีพื้นที่ตั้งแต่ 10,000 – 35,000 ตารางเมตร และห้างสรรพสินค้าขนาดเล็ก mini go! อีก 16 แห่ง มีพื้นที่ตั้งแต่ 2,000 – 5,000 ตารางเมตร นอกจากนี้ยังมีซูเปอร์มาร์เก็ต TOPS Market อีก 9 แห่ง และร้านค้า LanChi Mart อีก 23 แห่ง

เมื่อปี 2568 นายสุทธิสาร จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น ประกาศว่า มีแผนจะลงทุน 45,000 – 47,000 ล้านบาท ในไทยและเวียดนามระหว่างปี 2568-2570 เพื่อกระตุ้นการเติบโต โดยการนำเสนอรูปแบบร้านค้าที่ปรับให้เหมาะสมกับความต้องการเฉพาะของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในแต่ละพื้นที่

ขณะเดียวกันเมื่อวันจันทร์ที่ 2 มีนาคม 2569 เซ็นทรัล รีเทลเปิดเผยว่า จำนวนสมาชิกในเวียดนามเพิ่มขึ้นเป็น 4.3 ล้านคนภายในเวลาไม่ถึง 2 เดือน ตั้งแต่เปิดตัวในเดือนพฤศจิกายนปี2568 ส่วนในไทยมีสมาชิกทั้งหมด 23 ล้านคน

สำหรับรายได้จากเวียดนามนั้น เมื่อช่วงเดือนมกราคม-กันยายน ปี 2568 ที่ผ่านมา รายได้จากเวียดนามคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 20% ของรายได้รวมของเซ็นทรัล รีเทล

แม้ส่วนผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศต่อหัวหรือ GDP ของเวียดนามอยู่ที่ประมาณ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 ส่วนของไทยอยู่ที่เกือบ 8,000 ดอลลาร์สหรัฐ แต่เวียดนามตั้งเป้าเพิ่ม GDP เป็น 8,500 ดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2573 และจะผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างน้อย 10% ต่อปีในช่วง 5 ปีข้างหน้า

อย่างไรก็ตาม แผนสปีดธุรกิจในเวียดนามของเซ็นทรัลรีเทลยังมีความท้าทายจากความล่าช้าของระบบราชการและปัญหาการส่งมอบที่ดินในเวียดนามภาย

ฟาม ถิ ทุย ลินห์ อธิบายว่า ขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับที่ดินและการขอใบอนุญาตสำหรับโครงการห้างสรรพสินค้าที่ลงทุนโดยต่างชาติยังคงค่อนข้างซับซ้อนและใช้เวลานาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการวางแผนค้าปลีกสมัยใหม่, ค่าธรรมเนียมการใช้ที่ดิน และความแตกต่างในการบังคับใช้นโยบายในแต่ละพื้นที่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อระยะเวลาของโครงการ

ขณะเดียวกันกฎหมายสำหรับอีคอมเมิร์ซและการค้าปลีกออนไลน์ของเวียดนามยังคงอยู่ระหว่างการปรับปรุง

“ธุรกิจต่าง ๆ ต้องการสภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบที่ชัดเจน สอดคล้อง และเท่าเทียมกันระหว่างช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อให้มั่นใจถึงการแข่งขันที่เป็นธรรมและส่งเสริมการปฏิบัติตามกฎหมาย”

ฟาม ถิ ทุย ลินห์ กล่าวว่า ในปี 2568 ยอดขายแบบ Omni-channel ของเซ็นทรัล รีเทล คิดเป็น 13% ของยอดขายรวมในเวียดนาม

ส่วนเป้าหมายในช่วง 3 ปีข้างหน้าคือการรักษาระดับการเติบโตของรายได้ พร้อมเพิ่มสัดส่วนของช่องทางออนไลน์ ด้วยบริการจัดส่งทันที และการตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล เช่น การแนะนำผลิตภัณฑ์แบบส่วนบุคคล