Skip to content

“แคลร์ ณริดา” เยาวชนไทยวัย 17 ปี อนุรักษ์ทะเลไทยสู่เวทีสหประชาชาติ

09 มี.ค. 2569 | 13:41น.
“แคลร์ ณริดา” เยาวชนไทยวัย 17 ปี อนุรักษ์ทะเลไทยสู่เวทีสหประชาชาติ

ชื่อของ “แคลร์ – ณริดา จรณะจิตต์” กลายเป็นที่รู้จักในแวดวงสิ่งแวดล้อมทั้งในประเทศไทยและระดับนานาชาติ ในฐานะเยาวชนนักอนุรักษ์ที่เปลี่ยนความรักต่อธรรมชาติให้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการทำงานด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเลมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 7 ปี

เส้นทางด้านการอนุรักษ์เริ่มต้นตั้งแต่วัยเด็ก จากประสบการณ์การเข้าค่ายสิ่งแวดล้อมครั้งแรกเมื่ออายุเพียง 6 ขวบ การได้สัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิดทำให้เกิดความสนใจและความผูกพันกับสิ่งแวดล้อมรอบตัว ก่อนจะค่อย ๆ พัฒนาเป็นความตั้งใจจริงในการเรียนรู้และทำงานด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติ ทั้งผืนป่าและท้องทะเล จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2562 เมื่อได้เข้าร่วมค่ายพะยูนและพบกับ “มาเรียม” พะยูนน้อยกำพร้าที่กลายเป็นสัญลักษณ์การอนุรักษ์ระดับโลก ภาพของพะยูนน้อยที่ว่ายเข้าหาเรือเพราะเข้าใจว่าเป็นแม่ ได้จุดประกายความสนใจต่อการศึกษาสัตว์ทะเลหายากและปัญหาสิ่งแวดล้อมทางทะเลอย่างจริงจัง

จากแรงบันดาลใจดังกล่าว นำไปสู่การสร้างสรรค์หนังสือ “Mariam The Lost Dugong” ซึ่งเป็นผลงานที่แคลร์เขียนและวาดภาพประกอบด้วยตนเองทั้งหมด เพื่อนำเสนอเรื่องราวของพะยูนซึ่งเป็นสัตว์เสี่ยงสูญพันธุ์ในประเทศไทย พร้อมนำรายได้จากการจำหน่ายไปสนับสนุนการช่วยเหลือสัตว์ทะเลและการทำงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ภาคใต้ ต่อมามีบทบาทในการร่วมจัดตั้ง “มูลนิธิกระบี่ยั่งยืน” เพื่อช่วยเหลือสัตว์ทะเลใกล้สูญพันธุ์ พร้อมถ่ายทอดความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมให้กับเยาวชนในจังหวัดกระบี่กว่า 2,000 คน ก่อนจะได้รับโอกาสขึ้นเวทีบรรยายในงานด้านสิ่งแวดล้อมระดับนานาชาติ The Ocean Cleanup ณ สถานเอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ประจำประเทศไทย

ความสนใจด้านระบบนิเวศใต้ทะเลยังต่อยอดสู่การจัดทำภาพยนตร์สารคดีเกี่ยวกับฉลามวาฬ ซึ่งเป็นสัตว์ทะเลขนาดใหญ่ที่กำลังเผชิญภาวะใกล้สูญพันธุ์ในประเทศไทย โดยใช้เวลาศึกษาและเก็บข้อมูลภาคสนามกว่า 3 ปี จนเกิดเป็นสารคดีเรื่อง “Giants of the Deep: The Whale Sharks Story” ผลงานดังกล่าวได้รับรางวัลจากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติถึง 7 เวที อาทิ New York International Film Awards, Global Film Festival Awards และ World Whale Film Festival พร้อมทั้งได้รับคัดเลือกให้เป็นสื่อการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมสำหรับเด็กและโรงเรียนในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ

ปัจจุบันภารกิจสำคัญที่กำลังดำเนินการคือโครงการ Seagrass Restoration หรือการฟื้นฟูหญ้าทะเล ซึ่งเริ่มต้นในปี 2567 หลังจากพบว่าการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิน้ำทะเลกำลังส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศอย่างมีนัยสำคัญ เพราะหญ้าทะเลถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบนิเวศทางทะเล เพราะเป็นทั้งแหล่งอาหารและที่อยู่อาศัยของสัตว์ทะเลหลายชนิด อีกทั้งยังทำหน้าที่กักเก็บ “คาร์บอนสีน้ำเงิน” (Blue Carbon) ซึ่งช่วยลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โครงการดังกล่าวดำเนินการผ่านการตั้งแล็บทดลองเพาะหญ้าทะเลในจังหวัดกระบี่ พร้อมทำงานร่วมกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ชุมชนท้องถิ่น และนักเรียนในพื้นที่ รวมถึงได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชนอย่าง Amari Vogue Krabi นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาแนวคิดด้านเทคโนโลยีเพื่อการอนุรักษ์ ผ่านแอปพลิเคชัน “BlueQuest” ซึ่งมีกำหนดเปิดตัวในปี 2569 โดยแพลตฟอร์มดังกล่าวถูกออกแบบเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลจากชุมชน นักท่องเที่ยว และหน่วยงานภาครัฐ เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเล ควบคู่ไปกับการสนับสนุนการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและเศรษฐกิจชุมชน

ความมุ่งมั่นในการทำงานด้านสิ่งแวดล้อมตั้งแต่อายุยังน้อย ทำให้ “แคลร์ ณริดา จรณะจิตต์” ได้รับเลือกเป็นตัวแทนเยาวชนไทยที่อายุน้อยที่สุดในวัย 16 ปี และเป็นเยาวชนไทยเพียงคนเดียวที่เข้าร่วมการประชุม High-Level Political Forum (HLPF) ขององค์การสหประชาชาติ ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ภายใต้หัวข้อ SDG 14: Life Below Water บนเวทีดังกล่าว แคลร์ทำหน้าที่สะท้อนปัญหาการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิน้ำทะเลและผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเลของประเทศไทย พร้อมนำเสนอแนวทางการแก้ไขในระดับนานาชาติแก่ประเทศสมาชิกที่เข้าร่วมการประชุม

ปัจจุบันในวัย 17 ปี “แคลร์ – ณริดา จรณะจิตต์” ไม่ได้เป็นเพียงนักเรียนที่สนใจธรรมชาติ แต่เป็นผู้ลงมือปฏิบัติจริงในภารกิจอนุรักษ์ทะเลไทย ด้วยความเชื่อว่าเสียงเล็ก ๆ ของคนรุ่นใหม่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ได้ และสามารถส่งต่อโลกที่งดงามและสมบูรณ์ให้กับคนรุ่นต่อไปได้ในอนาคต