ครบรอบ 168 ปี ราชกิจจานุเบกษา สิ่งพิมพ์รัฐบาล ประเภทวารสาร ที่มีอายุยืนยาวที่สุดในประเทศไทย ผ่านมาแล้ว 7 รัชสมัย
เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ วันที่ 15 มีนาคม 2569 เป็นวันครบรอบ 168 ปี ราชกิจจานุเบกษา สิ่งพิมพ์รัฐบาล ประเภทวารสาร ที่มีอายุยืนยาวที่สุดในประเทศไทย
บทความในเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ตอนหนึ่งระบุว่า ประกาศระบุว่า พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งโรงพิมพ์หลวง ขึ้นในพระบรมมหาราชวัง เมื่อพุทธศักราช 2401 เรียกว่า “โรงอักษรพิมพการ” ทำหน้าที่ผลิตข่าวสารของทางราชการเพื่อเผยแพร่ให้ราษฎรได้ทราบทั่วถึงกัน
โดยเริ่มพิมพ์หมายประกาศต่าง ๆ มีลักษณะอย่างหนังสือพิมพ์ข่าว ใช้ชื่อว่า “ราชกิจจานุเบกษา” ซึ่งยังคงมีอยู่สืบมาจนถึงปัจจุบัน โดยหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่รับผิดชอบจัดพิมพ์ราชกิจจานุเบกษา คือ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชปรารภ ซึ่งปรากฏตามประกาศเรื่องออกหนังสือ ราชกิจจานุเบกษา ฉบับแรก (แปลงคำอ่านเป็นภาษาปัจจุบัน) ณ วันจันทร์ เดือนห้า ขึ้นค่ำ 1 ปีมะเมีย ยังเป็นนพศก (พ.ศ. 2401) ดังนี้
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหามกุฎ สุทธิสมมติเทพยพงศ์ วงศาดิศวรกษัตริย์ วรขัตติยราชนิกโรดม จาตุรันตบรมมหาจักรพรรดิ ราชสังกาศ บรมธรรมิกมหาราชาธิราช บรมนาถบพิตร พระจอมเกล้าเจ้า แผ่นดินสยาม ทรงพระราชดำริตริตรองในการจะทำนุบำรุงแผ่นดินให้เรียบร้อย สำเร็จประโยชน์ทั่วถึงแลแน่นอนให้ดีขึ้นไปกว่าแต่ก่อน
จากดินสอดำในกระดาษ เป็นประกาศราชกิจจานุเบกษา
จึงทรงพระราชวิตก ว่าราชการต่าง ๆ ซึ่งสั่งด้วยบัตรหมายแก่กรมวังให้สัสดีแลทะลวงฟันเดินบอกตามหมู่ตามกรมต่าง ๆ นั้นก็ดี การที่บังคับนายอำเภอมีหมายป่าวประกาศแก่ราษฎรในกรุงก็ดี การที่มีท้องตราไปให้เจ้าเมืองปักษ์ใต้ฝ่ายเหนือ มีหมายให้กำนันรั้วแขวงอำเภอประกาศแก่ราษฎรในแขวงนั้น ๆ ก็ดี พระราชบัญญัติใหม่ ๆ ตั้งขึ้นเพื่อจะห้ามการที่มิควร แลบังคับการที่ควรก็ดี การเตือนสติให้ระลึก แลถือพระราชกำหนดกฎหมายเก่าก็ดี ตั้งขึ้นแลเลิกทิ้งอากรภาษีต่าง ๆ แล พิกัดภาษีนั้น ๆ แลลดหย่อนลงหรือเพิ่มขึ้นพิกัดของในภาษีนั้น ๆ ก็ดี การกะเกณฑ์หรือขอแรงแลบอกบุญก็ดี
ว่าโดยสั้น โดยย่อเหตุใด ๆ การใด ๆ ที่ควรข้าราชการทั้งปวง หรือราษฎรทั้งปวงจะพึงทราบทั่วกันนั้นแต่ก่อนเป็น แต่บัตรหมายแลทำคำประกาศ เขียนเส้นดินสอดำ กระดาษส่งกันไปส่งกันมา แลให้ลอกต่อกันไปผิด ๆ ถูก ๆ แลเพราะฉบับหนังสือนั้นน้อย ผู้ที่จะได้อ่าน ก็น้อยไม่รู้ทั่วถึงกันว่า การพระราชประสงค์ และประสงค์ของผู้ใหญ่ในแผ่นดิน จะบังคับมาแลตกลงประการใด ข้าราชการทั้งปวง แลราษฎรทั้งปวงก็ไม่ทราบทั่วกัน ได้ยินแต่ว่ามีหมายว่าเกณฑ์ว่าประกาศว่าบังคับมา
เมื่อการนั้นเกี่ยวข้องกับตัวใครก็เป็นแต่ถามกันต่อไป ผู้ที่อ่านต้นหมายต้นท้องตรานั้นน้อยตัว ถึงจะได้อ่านก็ไม่เข้าใจ เพราะราษฎรเมืองไทยผู้ที่รู้หนังสือนั้นน้อยกว่าที่ไม่รู้ คนไพร่ในประเทศบ้านนอก หนังสือก็อ่านไม่ออก ดวงตราของขุนนางใน ตำแหน่งซึ่งจะบังคับราชการเรื่องอะไร จะเป็นอย่างไรก็ไม่รู้จัก ดูสักแต่ว่าเห็น ดวงตราที่ตีมาด้วยชาด แลเส้นแดง ๆ แล้วก็กลัว ผู้ที่ถือมาว่ากระไรก็เชื่อ
เพราะฉะนั้นจึงมีคนโกง ๆ คด ๆ แต่งหนังสือเป็นดังท้องตราบัตรหมายอ้างสั่ง วังหลวงแลวังหน้า แลเจ้านาย แลเสนาบดีที่เป็นที่ราษฎรนับถือยำเกรงแล้ว ก็ว่าการบังคับไปต่าง ๆ ตามใจตัวปรารถนา ด้วยการที่มิได้เป็นธรรม แลทำให้ ราษฎรเดือดร้อน และเสียพระเกียรติของพระเจ้าแผ่นดิน แลพระนามเจ้านาย แลชื่อขุนนางไป
รูปแบบราชกิจจานุเบกษา
เพราะฉะนั้น บัดนี้ ทรงพระราชดำริจะบำบัดโทษต่าง ๆ ดังว่ามาแล้วนี้ทุกประการ จึงโปรดให้ตั้งการตีพิมพ์หนังสืออย่างหนึ่ง มีชื่อโดย ภาษาสันสกฤตว่า หนังสือราชกิจจานุเบกษา แปลว่า หนังสือเป็นที่เพ่งดู ราชกิจ เป็นรูปพระมหามงกุฎ แลฉัตรกระหนาบสองข้างดวงใหญ่ ตีในเส้นดำ กับตัวหนังสือนำหน้าเป็นตัวอักษรตัวใหญ่ว่า ราชกิจจานุเบกษาอยู่เบื้องบนบรรทัดทุกฉบับเป็นสำคัญ แจกมาแก่คนต่าง ๆ ที่ควรจะรู้ทุกเดือนทุกปักษ์ ตั้งแต่เดือนห้า ปีมะเมีย เป็นที่แปด ในรัชกาลอันเป็นปัจจุบันนั้นไป
หนังสือ ราชกิจจานุเบกษา คือการใด ๆ ซึ่งได้มีท้องบัตร ใบตราแลบัตรหมาย แลประกาศด้วย หนังสือเขียน เส้นดินสอดำประทับตราตาม ตำแหน่งตาม ธรรมเนียมเท่านั้น ซึ่งได้มีแล้วในปักษ์นั้น หรือปักษ์ที่ล่วงแล้วในเดือนนั้น หรือเดือนที่ล่วงแล้ว ก็จะเก็บเอาความมาว่าแต่ย่อ ๆ ในสิ่งซึ่งเป็นสำคัญ เพื่อจะให้เป็นพยานแก่ท้องบัตรใบตราแลบัตรหมายคำประกาศ ซึ่งมีไปแล้ว ก่อนนั้นเพื่อจะให้คนที่ได้อ่านหนังสือก่อนเชื่อแท้แน่ใจ ไม่สงสัย ที่ไม่เข้าใจ ความจะได้เข้าใจ ผู้ใดไม่รู้ความในหนังสือท้องบัตรใบตราบัตรหมายก่อน จะได้รู้ถนัด
อนึ่ง ถ้าเหตุแลการในราชการแผ่นดินประการใด ๆ เกิดขึ้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าแผ่นดิน แลเสนาบดีพร้อมกันบังคับไปอย่างไร บางทีก็จะเล่าความนั้นใส่มาในราชกิจจานุเบกษานี้บ้าง เพื่อจะได้รู้ทั่วกัน มิให้เล่าลือผิด ๆ ไปต่าง ๆ ขาด ๆ เกิน ๆ เป็นเหตุให้เสียราชการและเสียพระเกียรติยศแผ่นดินได้
หนังสือราชกิจจานุเบกษา นี้ เมื่อตกไปอยู่กับผู้ใด ขอให้เก็บไว้อย่า ฉีกทำลายล้างเสีย เมื่อได้ฉบับอื่นต่อไปก็ให้เย็บต่อ ๆ เข้าเป็นสมุดเหมือน สมุดจีน สมุดฝรั่ง ตามลำดับตัวเลขที่หมาย หนึ่ง สอง สาม สี่ ต่อ ๆ ไป ซึ่งมีอยู่ทุกหน้ากระดาษนั้นเถิด ขอให้มีหนังสือราชกิจจานุเบกษานี้เก็บไว้ สำหรับจะได้ค้นดูข้อราชการต่าง ๆ ทุกหมู่ทุกกรมข้าราชการ แลทุกหัวเมือง โดยประกาศนี้ เทอญ
ประกาศมา ณ วันจันทร์ เดือนห้า ขึ้นค่ำหนึ่ง ปีมะเมีย ยังเป็นนพศก เป็นวันที่ 2496 ในรัชกาลปัจจุบันนี้
ขุนปฏิภาณพิจิตร ขุนมหาสิทธิโวหาร กรมพระอาลักษณ์เป็นผู้รับรับสั่ง
อนึ่ง พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงครองสิริราชสมบัติเป็นเวลา 17 ปี 6 เดือน เสด็จสวรรคต เมื่อวันพฤหัสบดี เดือน 11 ขึ้น 15 ค่ำ ปีมะโรง ตรงกับวันที่ 1 ตุลาคม 2411 พระชนมพรรษา 65 พรรษา มีพระราชโอรส 39 พระองค์ และพระราชธิดา 43 พระองค์
หนังสือราชกิจจานุเบกษา ปัจจุบันเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา หากนับตั้งแต่รัชกาลที่ 4 จนถึงรัชกาลปัจจุบัน นับว่าเป็นวารสารที่อยู่ยาวนานถึง 7 แผ่นดิน
