เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ฮั่วเซ่งเฮง ชี้โลกไม่แน่นอน ดันทองคำเป็น “หลักยึด” ของพอร์ตการลงทุน

16 มี.ค. 2569 | 17:28น.
คุณวราวุธ เบญจาพุทธารักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด

คุณวราวุธ เบญจาพุทธารักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด

ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส ชี้เศรษฐกิจโลกเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ตั้งแต่ตัวเลขเศรษฐกิจ นโยบายการเงิน ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ไปจนถึงความเสี่ยงเชิงระบบที่คาดเดาไม่ได้ ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ ทองคำจึงไม่ได้เป็นเพียงสินทรัพย์ปลอดภัย แต่กำลังกลายเป็นแกนกลางเชิงกลยุทธ์ของพอร์ตการลงทุน ช่วยลดความเสี่ยง

นายวราวุธ เบญจาพุทธารักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด เขียนบทความเรื่อง Strategic Gold Outlook — เมื่อโลกไม่แน่นอน ทองคำจึงกลายเป็นหลักยึดของการลงทุน โดยระบุว่า ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจโลกเต็มไปด้วยความผันผวน เรามักมองหาสัญญาณบางอย่างที่จะช่วยบอกทิศทางข้างหน้า แต่ปีนี้ โลกไม่ได้ส่งสัญญาณที่ชัดเจนให้เราอีกต่อไป ตัวเลขเศรษฐกิจบางชุดดีขึ้น ขณะที่อีกหลายชุดกลับอ่อนแรง ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ปะทุขึ้นเป็นระยะเหมือนคลื่นใต้น้ำ และนโยบายการเงินของประเทศมหาอำนาจก็เดินไปในทิศทางที่ไม่สอดคล้องกัน เหมือนวงดนตรีที่เล่นคนละจังหวะ

ในสภาพเช่นนี้ ทองคำจึงไม่ได้เป็นเพียงสินทรัพย์ปลอดภัย แต่เป็นเหมือน “ภาษากลาง” ของระบบเศรษฐกิจโลก เป็นสินทรัพย์ที่ไม่ขึ้นกับอำนาจของประเทศใดประเทศหนึ่ง และไม่ถูกบิดเบือนด้วยความผันผวนของตลาดการเงินระยะสั้น ทองคำจึงทำหน้าที่คล้ายเสาหลักที่ตั้งมั่นอยู่กลางพายุ ช่วยให้เรามองเห็นทิศทางได้ชัดเจนขึ้น

ตามหลัก Modern Portfolio Theory การมีสินทรัพย์ที่ไม่เคลื่อนไหวตามหุ้นและพันธบัตรจะช่วยลดความเสี่ยงโดยรวมของพอร์ตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทองคำมีค่าสหสัมพันธ์กับสินทรัพย์หลักใกล้ศูนย์ และในช่วงวิกฤตมักเคลื่อนไหวสวนทาง จึงช่วยให้พอร์ตมีความสมดุลมากขึ้น เหมือนการมีสมาชิกในทีมที่นิ่งพอจะประคองคนอื่นในวันที่สถานการณ์ไม่แน่นอน

แต่สิ่งที่ทำให้ทองคำโดดเด่นในปีนี้ ไม่ได้มาจากทฤษฎีการลงทุนเพียงอย่างเดียว หากมองผ่านกรอบของ Game Theory จะเห็นว่าโลกกำลังอยู่ในเกมที่ผู้เล่นรายใหญ่มีแรงจูงใจต่างกัน เฟดต้องควบคุมเงินเฟ้อโดยไม่ทำให้เศรษฐกิจชะลอเกินไป OPEC ต้องการราคาน้ำมันสูงเพื่อรักษารายได้ รัฐบาลหลายประเทศต้องการดอกเบี้ยต่ำเพื่อลดภาระหนี้ และธนาคารกลางในตลาดเกิดใหม่กำลังทยอยลดการพึ่งพาดอลลาร์อย่างเงียบ ๆ เกมนี้ไม่มีผู้เล่นคนใดควบคุมได้ทั้งหมด และเมื่อแรงดึงรั้งสวนทางกันเช่นนี้ ทองคำจึงกลายเป็นสินทรัพย์ที่ได้รับประโยชน์จากความไม่ลงรอยของผู้เล่นรายใหญ่

ในเชิง Risk–Return ทองคำอาจไม่ใช่สินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงที่สุด แต่เป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทน “คุ้มค่าต่อความเสี่ยง” มากที่สุดในช่วงที่โลกไม่นิ่ง งานวิจัยระดับโลกชี้ว่า ในช่วงที่ตลาดเผชิญความไม่แน่นอนสูง ทองคำมักมี Sharpe Ratio สูงขึ้น เพราะราคาของมันตอบสนองต่อความเสี่ยงเชิงระบบได้ดีกว่าสินทรัพย์อื่น เหมือนคนที่ไม่วิ่งเร็วที่สุด แต่เดินได้มั่นคงที่สุดในวันที่พื้นลื่น

และเมื่อมองผ่านแนวคิดของ Knightian Uncertainty ซึ่งอธิบายความเสี่ยงที่ไม่สามารถวัดได้ด้วยตัวเลข เช่น ความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนดุลอำนาจโลก หรือความเสี่ยงด้านการคลังของรัฐบาล เราจะเข้าใจว่าทองคำไม่ใช่เพียงสินทรัพย์ แต่เป็น “หลักประกันต่อความไม่แน่นอน” ที่ไม่มีสินทรัพย์ใดทดแทนได้

ดังนั้น กลยุทธ์การลงทุนที่มีเหตุผลที่สุดในวันนี้ จึงไม่ใช่การคาดเดาว่าราคาทองคำจะขึ้นหรือลงในสัปดาห์หน้า แต่คือการจัดพอร์ตให้รองรับโลกที่คาดเดายากขึ้นเรื่อย ๆ การถือทองคำเป็นแกนกลางของพอร์ตในสัดส่วนที่เหมาะสม การสะสมแบบแบ่งชั้นในช่วงที่ราคาย่อตัว และการใช้ทองคำเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงเชิงระบบ ล้วนเป็นกลยุทธ์ที่ตั้งอยู่บนหลักเศรษฐศาสตร์และงานวิจัยที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก

ทองคำจึงไม่ใช่สินทรัพย์ที่ต้องถือเพราะความกลัว แต่เป็นสินทรัพย์ที่ควรถือเพราะ “เหตุผล”

เหตุผลที่ตั้งอยู่บนความจริงของโลกยุคใหม่ — โลกที่ความไม่แน่นอนคือสิ่งเดียวที่แน่นอนที่สุด

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การลงทุน ทองคำ