เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ซีอีโอ ‘ฟินโนมีนา’ ตะลึง ! ตื่นเช้าเจอ ‘หุ้นเทคฯ-ทองคำ’ กอดคอร่วงแรง-ตลาดเปราะบางหนัก

11 มิ.ย. 2569 | 09:26น.
หุ้น ทองคำ

หุ้น ทองคำ

“ชยนนท์” ซีอีโอ “ฟินโนมีนา” เผยตื่นมาเจอตลาดหุ้นสหรัฐร่วงยกแผง จนอยากนอนต่อ ชี้ “หุ้นเทคฯ-ทองคำ” กอดคอดิ่งแรง ขณะที่ราคาน้ำมันดิบพุ่งหนัก ปมสหรัฐโจมตีอิหร่านระลอก 2 ระบุยังต้องจับตา IPO เขย่าโลก “SpaceX Effect” ดูดสภาพคล่อง แถมตลาดกังวลเงินเฟ้อสหรัฐพุ่ง หลังตัวเลข CPI ออกมาสูง ระบุตลาดช่วงนี้เปราะบางมาก แนะนักลงทุนกระจายความเสี่ยง

นายชยนนท์ รักกาญจนันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน (บลน.) ฟินโนมีนา โพสต์เฟซบุ๊ก “Bank Chayanon” ระบุว่า ตลาดหุ้นสหรัฐปิดตลาด ดัชนี Dow Jones ร่วงแรง 953 จุด หรือลดลง 1.87% ขณะที่ S&P 500 ลดลง 1.62% Nasdaq ลดลง 1.98% โดยเฉพาะหุ้นชิป AI ที่ถูกขายออกอย่างหนักอีกครั้ง

ชยนนท์ รักกาญจนันท์
ชยนนท์ รักกาญจนันท์

“วันนี้ผมตื่นเร็ว เพราะเดี๋ยวต้องรีบไปสนามบิน แต่พอเห็นตลาดหุ้นสหรัฐปิดเท่านั้นละ อยากนอนต่อเลย”

ซึ่งสาเหตุหลักเรื่องแรกคือ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ออกมาพูดบนเวทีและโพสต์ Truth Social ว่า “อิหร่านใช้เวลานานเกินไปในการเจรจา… ตอนนี้พวกเขาจะต้องจ่ายราคา!!!” และย้ำว่า “เราจะโจมตีพวกเขาอย่างหนัก” หลังจากนั้นไม่นาน กองทัพสหรัฐก็เปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเพิ่มเติมเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน

“ผลที่ตามมา คือ ราคาน้ำมัน WTI ดีดขึ้นมาที่ $92 ส่วน Brent ไปอยู่ที่ $94.7 และที่น่าตกใจคือ ราคาทองคำ ก็ร่วงลงแรงเช่นกัน ปิดที่ $4,071 เมื่อคืน หลุดจุดต่ำสุดที่ทำไว้เมื่อวันที่ 3 มีนาคมที่ผ่านมา

แปลว่า ผมผิดนะครับ ฟันธงไปก่อนหน้านี้ว่า จุดนี้ไม่ควรหลุด กลายเป็นว่า เอาไม่อยู่ซะงั้น อาการแต่ละสินทรัพย์ตอนนี้ กำลังบอกว่านักลงทุนกำลังอยู่ในโหมด Risk-Off อย่างชัดเจน-ขายทั้งหุ้น ทองคำ และหันไปถือเงินสดมากขึ้น”

นายชยนนท์ระบุอีกว่า อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่กำลังดูดสภาพคล่องออกจากตลาดหุ้นเทคอย่างหนัก คือ มหกรรม IPO ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์กำลังจะเกิดขึ้นในสัปดาห์นี้ โดยนักวิเคราะห์ใน Wallstreeet ตั้งคำถามว่า “เงินมหาศาลที่จะเอามาซื้อ IPO ระดับนี้ จะมาจากไหน?”

คำตอบคือ… สถาบันการเงินและกองทุนต่าง ๆ จำเป็นต้อง หั่นพอร์ต (Trimming) หุ้นผู้ชนะตัวเดิม ๆ (โดยเฉพาะกลุ่มชิปที่กำไรบานเบอะไปแล้ว) เพื่อแปลงเป็นเงินสดมาระดมทุนซื้อหุ้น SpaceX

การเทขายหุ้นชิปในช่วงนี้ จึงอาจเป็นเรื่องของ การจัดระเบียบพอร์ต มากกว่าปัจจัยพื้นฐานพังทลาย
อีกเรื่องที่น่าสนใจคือ เงินเฟ้อก็กลับมาเป็นตัวปัญหาใหญ่ ข้อมูล CPI เดือนพฤษภาคม ออกมาใกล้เคียงกับที่ตลาดคาด Headline CPI พุ่งขึ้นเหนือ 4% เป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี และ Core CPI อยู่ที่ 2.9% (เท่าที่ตลาดคาด แต่สูงกว่าที่ธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟดต้องการ) นักเศรษฐศาสตร์หลายคนเริ่มพูดตรง ๆ ว่า “เงินเฟ้อสูงและอาจอยู่ยาว” และเฟดภายใต้ Kevin Warsh อาจต้องขึ้นดอกเบี้ยแทนที่จะลด

“มุมมองผม Mr.Messenger ตอนนี้ตลาดเปราะบางมากช่วงนี้ สงครามอิหร่าน ราคาน้ำมันพุ่ง เงินเฟ้อสูง เฟดอาจขึ้นดอกเบี้ย Bond Yield พุ่ง หุ้น Growth ถูกกดดัน หุ้นชิปถูกขายออกต่อเนื่อง ความเชื่อมั่นใน AI เริ่มสั่นคลอน ทองคำที่ควรเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย กลับร่วงลงไปด้วย”

นายชยนนท์ ชี้ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นใน Wallstreet ตอนนี้คือเครื่องพิสูจน์ว่า “เมื่อหุ้นกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มผู้นำเพียงกลุ่มเดียว รากฐานของตลาดจะเปราะบางมาก” ทันทีที่กระแสลมเปลี่ยนทิศ (เช่น มี IPO ยักษ์ใหญ่มาดูดเงิน หรือมีข่าวสงคราม) หุ้นที่ราคาตึงตัวจัด ๆ ก็พร้อมจะถูกทุบลงมาได้ทุกเมื่อ

“กลยุทธ์ที่ดีที่สุดในภาวะที่ตลาดกำลังเกิดการโยกเงิน (Sector Rotation) แบบนี้ คือการ กระจายความเสี่ยง (Diversification) การที่เม็ดเงินไหลออกจากหุ้นเทคฯ ไปเข้ากลุ่มอุตสาหกรรมอื่นที่อิงกับวัฏจักรเศรษฐกิจ ถือเป็นเรื่อง “ดีและมีสุขภาพดีต่อตลาดในระยะยาว” เพราะมันทำให้การเติบโตกระจายตัวออกไป ไม่ได้กระจุกอยู่แค่หุ้น AI ไม่กี่ตัว”