FETTA 7 สมาคมท่องเที่ยวยื่นหนังสือ 7 ข้อเสนอรักษาเสถียรภาพอุตฯ ท่องเที่ยวและบริการไทยปี’69 จากภาวะวิฤตน้ำมัน ระบุอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายอย่างหนัก ทั้งด้านพลังงาน ต้นทุนการเดินทางที่สูงขึ้น กระทบต่อตัดสินใจต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยวในประเทศ-ต่างประเทศ ชงของบกว่า 1 หมื่นล้าน ทั้งหนุนชาร์เตอร์ไฟล์ต ส่งเสริมเที่ยวข้ามจังหวัด เที่ยวแบบหมู่คณะ “บัสล้านคันเที่ยวทั่วไทย”
ดร.อดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) เปิดเผยว่า บ่ายวันนี้ (20 มีนาคม 2569) สมาพันธ์สมาคมท่องเที่ยวไทย (FETTA) ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของ 7 สมาคมท่องเที่ยว ได้แก่สมาคมไทยธุรกิจท่องเที่ยว (ATTA) สมาคมโรงแรมไทย (THA) สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) สมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (TTAA) สมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย (สปข.) สมาคมมัคคุเทศก์อาชีพแห่งประเทศไทย (PGAT) และสมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.) ได้ยื่นหนังสือเรื่องข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อรักษาเสถียรภาพจากภาวะวิฤตน้ำมันของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการไทยปี 2569 ถึงนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อนำเรียนรัฐบาลต่อไป
โดยระบุว่าตามที่สมาคมในภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการได้หารือร่วมกับภาคเอกชนผู้ประกอบ การในอุตสาหกรรรวมถึงนักวิชาการด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ เพื่อประเมินสถานการณ์และผล กระทบที่เกิดขึ้น พบว่าปัจจุบันอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายสำคัญจากข้อจำกัดด้านพลังงาน ต้นทุนการเดินทางที่เพิ่มสูงขึ้น และความเปราะบางของความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว
และมีแนวโน้มส่งผลต่อการตัดสินใจเดินทางของนักท่องเที่ยวในประเทศและต่างประเทศที่เริ่มมีการประกาศเตือนนักท่องเที่ยวให้เลื่อนการเดินทาง เช่นตลาดมาเลเซีย ดังข่าวที่ประจักษ์โดยทั่วไป และอาจเกิดขึ้นต่อเนื่องในตลาดอื่น ๆ หากไม่มีมาตรการออกมาแก้ไขอย่างเร่งด่วน ซึ่งส่งผลกระทบทั้งต่อการดำเนินงานของผู้ประกอบการและภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศที่มีอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวรวม 2.7 ล้านล้านบาท เป็นสัดส่วนราว 13% ของจีดีพีของประเทศ และอัตราการจ้างงานราว 4 ล้านคน ซึ่งเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจหลักของประเทศ
การขาดแคลนน้ำมันไม่ใช่แค่เรื่องพลังงาน แต่คือ “วิกฤตความเชื่อมั่น” โดยเฉพาะช่วงสงกรานต์ที่คนไทยเดินทางด้วยรถยนต์เป็นหลัก หากไม่มั่นใจว่าจะมีน้ำมันเพียงพอ คนจะตัดสินใจไม่เดินทางทันที กระทบท่องเที่ยวทั้งระบบ ยิ่งหากข่าวนี้แพร่ไปต่างประเทศ จะยิ่งทำให้นักท่องเที่ยวไม่กล้าเดินทางมาไทย ในภาวะนี้ “ไม่มีน้ำมันให้เติม” สำคัญกว่า“การคุมราคา” เพราะไม่มีอะไรแย่ไปกว่าสถานการณ์ที่รถโดยสารเต็มคัน แต่ไม่สามารถเติมน้ำมันกลางทางและไปต่อไม่ได้
ดังนั้น รัฐบาลควรเร่งแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำมันในปั๊มอย่างเร่งด่วนที่สุด เพื่อฟื้นความมั่นใจของประชาชนและนักท่องเที่ยว ก่อนที่ผลกระทบจะลุกลามเป็นวงกว้าง จากการหารือดังกล่าว ได้มีข้อเสนอแนวทางการแก้ไขเชิงนโยบายแบบบูรณาการโดยมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาเชิงระบบ ทั้งด้าน Supply, Cost และ Demand ควบคู่กับการสร้างความเชื่อมั่นในระยะสั้นและการเสริมความยั่งยืนในระยะยาว โดยมีมาตรการสำคัญดังนี้
1.การบริหารจัดการพลังงาน จัดสรรโควต้าน้ำมันสำหรับภาคการท่องเที่ยว จัดตั้งช่องทางเติมน้ำมันเฉพาะ และควบคุมต้นทุนการกลั่นในช่วงวิกฤต 2. การลดต้นทุนการเดินทางทางอากาศ โดยสนับสนุนเที่ยวบินเช่าเหมาลำ และลดค่าธรรมเนียมสนามบิน งบประมาณ 1,000 ล้านบาท เป็นเวลา 3 ไตรมาสๆ ละ 1,000 เที่ยวบิน เที่ยวบินละ 350,000 บาท
2.การกระตุ้นตลาดในประเทศ โดยออกมาตรการร่วมจ่าย และแรงจูงใจด้านการเดินทาง โดย 3.1ส่งเสริมเที่ยวข้ามจังหวัด 1 ล้านสิทธิ์ งบประมาณ 3,000 ล้านบาท โดยมีเงื่อนไขให้เกิดการกระจายของของนักท่องเที่ยวคือ 2 วัน 1 คืน 1 จังหวัด จำนวน 1,000 บาท 3 วัน 2 คืน 2 จังหวัด จำนวน 2,000 บาท และ 4วัน 3 คืน 3 จังหวัด จำนวน 3,000 บาท
3. ส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบหมู่คณะทั้งตลาดในประเทศและอินบาวด์เพื่อการประหยัดพลังงานและกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศ รวมถึงกิจการขนส่งสาธารณะ “บัสล้านคันเที่ยวทั่วไทย” โดยออกแบบเส้นทางเส้นทางเที่ยวข้ามภาค ลงพื้นที่ชุมชน เป็นหมู่คณะ 20 คน ขึ้นไป 3 วัน 2 คืน สนับสนุนคันละ 10,000 บาท สิทธิ์ 1,000,000 คน งบประมาณ 1 หมื่นล้านบาท และ 3.3 ตามมติ ครม. 10 มีนาคม 2569 ที่รัฐบาลให้หน่วยงานของรัฐและรัฐวิสาหกิจ จัดประชุม สัมมนา ดูงานในประเทศ ขอให้ใช้บริการบริษัททัวร์ และใช้รถบัสผ่านสมาคมต่างๆ
4.จัดตั้งระบบติดตาม เฝ้าระวัง และจัดทำการส่งเสริมตลาดต่างประเทศ โดยใช้กลยุทธ์ Two-way Marketing และ Roadshow ในตลาดหลัก 5. การสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย ด้วยการบริหารจัดการ Overstay และระบบคัดกรองนักท่องเที่ยวนักท่องเที่ยวที่เข้มข้นเพื่อเฝ้าระวังบุคคลไม่พึงประสงค์ 6. การพัฒนาบุคลากรภาคการท่องเที่ยว ยกระดับทักษะภาษาและดิจิทัล
และ 7.ออกมาตรการควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีผลต่อการดำรงชีพขั้นพื้นฐานเพราะมีผลกระทบต่อต้นทุนต่อการดำเนินธุรกิจภาคการท่องเที่ยวโดยตรง ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินมาตรการมีประสิทธิภาพ เสนอให้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการร่วมภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการ เพื่อบูรณาการข้อมูลและติดตามสถานการณ์แบบเรียลไทม์