“ยกระดับคุณภาพชีวิต – เพิ่มประสิทธิภาพดูแลอาคาร – เพิ่มมูลค่าทรัพย์สิน” ชนะเงินเฟ้อ ท้าชนทุกวิกฤต
ในภาวะเศรษฐกิจและธุรกิจผันผวน จากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ ที่ยากคาดเดา ทำให้การบริหารจัดการ “อสังหาริมทรัพย์” ซึ่งเป็นสินทรัพย์หลักมูลค่าสูง เป็นสิ่งที่ผู้คนให้ความสำคัญ บนเป้าหมายของการสร้างคุณค่าในการรักษาและเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินในระยะยาวให้ชนะเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้น การจะทำเช่นนั้นได้ปัจจัยสำคัญยังอยู่ที่การสร้างคุณค่าในการยกระดับคุณภาพชีวิตการอยู่อาศัย ภายใต้สิ่งแวดล้อมที่ดี สอดรับกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป และคุณค่าของการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารและดูแลอาคาร ให้ได้รับความสะดวกและปลอดภัย ไปพร้อมกัน
ภายใต้บริบทดังกล่าว ส่งผลให้ “ธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร” ซึ่งเข้าไปส่งมอบคุณค่าเหล่านั้น ยังคงเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพการเติบโตในทุกวิกฤต โดยปัจจุบันมีผู้เล่นรายสำคัญ คือ บริษัท แอล พี พี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ จำกัด (LPP) ผู้นำในธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ อยู่ในธุรกิจนี้มานานกว่า 34 ปี ดูแลมากกว่า 300 โครงการ ครอบคลุม 641 อาคาร บนพื้นที่กว่า 13 ล้านตร.ม. ทั้งอาคารชุด อาคารสำนักงาน และอาคารพาณิชย์ สะท้อนการเติบโตจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าตัวในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (ปี2564-2568) โดยในปี 2568 บริษัทมีรายได้ 1,832 ล้านบาท และยังตั้งเป้ารายได้ในปี 2569 ไว้ที่ 2,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 20% เมื่อเทียบกับปี 2568 เป็นผลจากการปรับโมเดลธุรกิจครั้งสำคัญ
** LPP เปิดตัว “UP” 9 บริการอสังหาฯครบวงจร เชื่อมระบบนิเวศอยู่อาศัย “ไร้รอยต่อ”
กับการเปิดตัว “UP” (อัพ) Master Service Brand ประกอบด้วย 9 บริการหลัก เชื่อมโยงเป็นระบบนิเวศการการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ไร้รอยต่อ ตอบโจทย์ Journey การอยู่อาศัยในทุกมิติ ตั้งแต่การบริหารจัดการชุมชน การบริหารจัดการอาคาร งานวิศวกรรมอาคาร ไปจนถึงการบริหารทรัพย์สิน และบริการที่ช่วยเพิ่มมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ในระยะยาว สู่การเป็น Integrated Property Services Ecosystem ประกอบด้วยบริการดังนี้
1.LIVE UP: บริหารจัดการนิติบุคคลอาคารที่พักอาศัย ทั้งคอนโดมิเนียม อาคารชุด หมู่บ้านจัดสรร ด้วยระบบงานที่ชัดเจน เพื่อความมั่นคงในการดำเนินงาน ความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัย และคุณภาพชีวิตที่ดีของทุกคนในอาคาร
2.WORK UP: บริหารจัดการอาคารสำนักงานและอาคารเชิงพาณิชย์ ดูแลทุกระบบของอาคารให้พร้อมใช้งาน ลดการหยุดชะงักของธุรกิจ สร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่มีประสิทธิภาพ
3.BOOK UP: บริหารงานขายและให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ ดูแลครอบคลุมทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล ให้คำปรึกษาด้านการขาย วางกลยุทธ์ เชื่อมโยงศักยภาพทรัพย์สินกับโอกาสทางการตลาด ครบจบทุกขั้นตอน
4.PLAN UP: ที่ปรึกษาและพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ (Development) บริหารโครงการ (Project Management) ควบคุมงานก่อสร้าง (Construction Management) เพิ่มมูลค่าทรัพย์สินในระยะยาว
5.BUILD UP: บริการรับเหมาก่อสร้าง ตกแต่ง ติดตั้งงานระบบประกอบอาคาร ควบคุมคุณภาพจนถึงการส่งมอบโครงการตามกำหนด
6.FIX UP: ปรับปรุงซ่อมแซมอาคารครบวงจร ครอบคลุมอาคารทรุด-ร้าว กันซึม ทาสี งานระบบสุขาภิบาล ท่อน้ำ เพื่อให้ทรัพย์สินพร้อมใช้งานตลอดเวลา
7.POWER UP: ยกระดับและบริหารระบบอาคารและการจัดการพลังงาน ทั้งระบบไฟฟ้า โซลาร์เซลล์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งาน ลดต้นทุนพลังงาน และสนับสนุนการดำเนินงานอาคารอย่างยั่งยืน
8.SECURE UP: บริหารจัดการระบบความปลอดภัยแบบบูรณาการ ตั้งแต่การรักษาความปลอดภัยบุคคล ดูแลทรัพย์สิน ระบบควบคุมการเข้า-ออกอาคาร พร้อมศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉิน (EOC) เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยและผู้ใช้อาคารรู้สึกปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง
9.CLEAN UP: บริหารจัดการงานความสะอาดแบบครบวงจร โดยทีมผู้เชี่ยวชาญที่เข้าใจความต้องการเฉพาะด้านของแต่ละธุรกิจ ทั้งอาคารสำนักงาน โรงพยาบาล โรงงาน โรงแรม เพื่อความสะอาดถูกสุขลักษณะ เป็นระเบียบ ภายใต้สภาพแวดล้อมที่ดีสำหรับทุกคน
** Smooth Up Your Living ยกระดับคุณภาพอยู่อาศัยราบรื่น มีประสิทธิภาพ
“UP พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด Smooth Up Your Living สะท้อนการยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัย ทำให้การบริหารจัดการอาคารและทรัพย์สินดำเนินไปอย่างราบรื่น และมีประสิทธิภาพ มีความเป็นมืออาชีพ มาตรฐานสากล เกิดการเชื่อมโยงบริการภายใต้มาตรฐานเดียวกัน ไม่เพียงการบริหารจัดการนิติบุคคลเพียงอย่างเดียว แต่มีธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องครบวงจร ที่ลูกค้าสามารถใช้บริการ และเกิดประสบการณ์ที่ดี
นอกจากนี้ ยังทำให้ที่อยู่อาศัยซึ่งเป็นสินทรัพย์สามารถเติบโตไปพร้อมกับคุณค่า “UP” จึงไม่ใช่การให้บริการเฉพาะหน้าอย่างเดียว แต่เป็นการมองระยะยาว ทำให้ที่อยู่อาศัยมีมูลค่ามากขึ้นในอนาคต” สุรวุฒิ สุขเจริญสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอล พี พี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ จำกัด กล่าวถึงที่มาของ Master Service Brand “UP”
เขายังระบุด้วยว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ทยอยเกิดขึ้นเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา แต่สิ่งที่ทำมาตลอดในขณะนั้น ยังไม่ได้ตั้งชื่อ “จนมาถึงวันนี้ เราพร้อมแล้ว”
ทั้งนี้ ภายใต้ “UP” ได้ตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มรายได้จากกลุ่มลูกค้าภายนอก (Non-LPN) ไม่เฉพาะการบริหารจัดการที่อยู่อาศัย ให้กับ บมจ.แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จากสัดส่วน 54% ในปี 2568 เพิ่มขึ้นเป็น 65% ในปี 2569 สะท้อนความเชี่ยวชาญ การสั่งสมประสบการณ์ในการให้บริการลูกค้า ความพร้อมของระบบ และอุปกรณ์ต่างๆ
ขณะเดียวกันยังเชื่อมั่นว่า ในภาวะเศรษฐกิจผันผวน “ตลาดบริการ” ค่อนข้างยืดหยุ่น เพราะไม่ว่าจะอะไรขึ้น ผู้คนยังต้องการรับบริการ และมีความคาดหวังที่จะใช้ชีวิตด้วยความราบรื่นที่สุด
** “ครบวงจร” คำตอบธุรกิจโตแกร่ง ยืดหยุ่น – ทนทานทุกสภาพเศรษฐกิจ
ด้าน อภิชาติ เกษมกุลศิริ กรรมการบริหาร บริษัท แอล พี พี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ จำกัด ระบุว่า ในภาวะเศรษฐกิจผันผวน ธุรกิจที่จะอยู่รอดได้ ต้องเป็นธุรกิจที่มีความยืดหยุ่น (resilience) และทนทานต่อทุกสภาพเศรษฐกิจ โดยมองว่า “ธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์” เป็นหนึ่งในนั้น เนื่องจากที่อยู่อาศัยเป็นปัจจัยสี่ในการดำรงชีวิต ผู้คนจะลดค่าใช้จ่ายอื่นที่ไม่จำเป็นลง แต่สำหรับที่อยู่อาศัยยังจำเป็นต้องปรับปรุงดูแล สะท้อนจากผลการดำเนินการของ LPP ในระยะ 5 ปีที่ผ่านมา ไม่ได้ก่อหนี้เพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม การจะอยู่รอดอย่างแข็งแกร่งได้นั้น ต้องผสานกับโมเดลธุรกิจที่ใช่ กลายเป็นที่มาของ Master Service Brand “UP” ในการรุกสู่ธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจรอย่างเต็มตัว ของ LPP ซึ่งจะเป็นโมเดลต้นแบบในการสร้างความยั่งยืน จากเดิมที่เน้นไปที่การบริหารจัดการนิติบุคคล เป็นหลัก
“เรากำลังจะทำให้ LPP แข็งแรงขึ้น Keyword จึงอยู่ที่การสร้าง Integrated Property Services Ecosystem ด้วยบริการอสังหาริมทรัพย์ที่ครบวงจร โดยเฉพาะในธุรกิจบริหารการขายและให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ การให้บริการด้านสาธารณูปโภค และบริการด้านวิศวกรรมปรับปรุงอาคาร ซึ่งปัจจุบันมีอาคารในกรุงเทพฯอีก 10-20 ล้านตร.ม.ที่ต้องการธุรกิจบริการที่เป็น Operation Services และ Value Added Services ซึ่งมองว่ายังเป็นบริการที่มีศักยภาพการเติบโต ช่วยปรับปรุงมูลค่าที่อยู่อาศัยซึ่งเป็นสินทรัพย์ให้ชนะเงินเฟ้อ พร้อมกันนี้ยังจะนำ AI เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการลูกค้า ซึ่งทั้งหมดนี้ประกอบเป็นคำว่า UP” กรรมการบริหาร บริษัท แอล พี พี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ จำกัด เผย
** “บริการด้วยใจ” เบื้องหลัง 34 ปีความสำเร็จ LPP
สมศรี เตชะไกรศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล พี พี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ จำกัด กล่าวถึงเบื้องหลังความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจของ LPP ตลอด 34 ปีที่ผ่านมาว่า สิ่งสำคัญอยู่ที่ทีมงานที่ให้บริการด้วยใจ ซึ่งเป็นวัฒนธรรมสำคัญขององค์กร จนสามารถสร้างประสบการณ์ที่ดี สร้างความพึ่งพอใจให้กับลูกค้า
“บริษัทเชื่อว่าการบริหารชุมชนและอสังหาริมทรัพย์ที่ดีไม่ได้เกิดจากระบบหรือเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเกิดจากความใส่ใจของบุคลากรที่ดูแลผู้อยู่อาศัยในทุกวัน หัวใจของธุรกิจบริการคือความใส่ใจ เราต้องการให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกสบายใจและมั่นใจว่าทุกองค์ประกอบของการอยู่อาศัยได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด”
ขณะที่ในปี 2569 LPP มีเป้าหมายการเพิ่มรายได้เป็น 2,200 ล้านบาทนั้น จำเป็นจะต้องเสริมศักยภาพทีมงานที่ปัจจุบันมีอยู่ 2,300 คนให้มีความเชี่ยวชาญในทุกมิติ เพื่อเดินสู่ธุรกิจในอนาคตด้วยมาตรฐานสากล
“พนักงานต้องเพิ่มทีมผู้เชี่ยวชาญในทุกระบบการบริหารจัดการ เพื่อพัฒนาต่อยอดโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่บริหาร เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของทีมงานระบบหลังบ้านทุกส่วน เพื่อทำให้บริการหน้างานราบรื่น นำเรื่องวิศวกรรมบริการ และ AI มายกระดับการบริการ ไปพร้อมกับการเชื่อมโยงพันธมิตร เพื่อยกระดับมาตรฐานการบริการให้เกิดประโยชน์กับลูกค้าสูงสุด” กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล พี พี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ จำกัด กล่าว
และทั้งหมดนี้ คือ โมเดลการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน ของบริษัท แอล พี พี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ จำกัด ในธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร สู่การเป็น Integrated Property Services Ecosystem ภายใต้ Master Service Brand “UP” กับ 9 บริการ ที่ตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าอย่างราบรื่นไร้รอยต่อ (Smooth Up Your Living) เชื่อมโยงบริการภายใต้มาตรฐานเดียวกัน ภายใต้ 3 การส่งมอบคุณค่า ได้แก่ การยกระดับคุณภาพชีวิตการอยู่อาศัย การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารและดูแลอาคาร และการรักษาและเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินในระยะยาว ชนะเงินเฟ้อ ยืดหยุ่น ท้าชนทุกวิกฤต