เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ศุภาลัย ลุยคอนโดพร้อมอยู่ “ปาร์ค เอกมัย-พัฒนาการ”โกยยอดขายแล้ว 2.7 พันล้าน
Real Estate ศุภาลัย ลุยคอนโดพร้อมอยู่ “ปาร์ค เอกมัย-พัฒนาการ”โกยยอดขายแล้ว 2.7 พันล้าน
กางตัวเลข “กัญชา 2 หมื่นล้าน” รอยรั่วภาษีใต้ดิน ซ้ำตลาดล้น 40 เท่า ธุรกิจปรับแผนหนีซบส่งออก
Economic กางตัวเลข “กัญชา 2 หมื่นล้าน” รอยรั่วภาษีใต้ดิน ซ้ำตลาดล้น 40 เท่า ธุรกิจปรับแผนหนีซบส่งออก
เอาใจช่วย อุตฯยานยนต์ไทย
Automotive เอาใจช่วย อุตฯยานยนต์ไทย
ราคาทองวันนี้ (10 ก.ค. 69) คงที่ รูปพรรณขายออก 65,800 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (10 ก.ค. 69) คงที่ รูปพรรณขายออก 65,800 บาท
กางไทม์ไลน์ “มอเตอร์เวย์ใหม่” เร่ง “รังสิต-บางปะอิน” ตอกเข็มปี’70
Real Estate กางไทม์ไลน์ “มอเตอร์เวย์ใหม่” เร่ง “รังสิต-บางปะอิน” ตอกเข็มปี’70
ทองคำยืนเหนือ 4,100 เหรียญ ยุติสงครามยังหาทางออกไม่ได้ ลุ้นเงินเฟ้อสหรัฐสัปดาห์หน้า
Finance ทองคำยืนเหนือ 4,100 เหรียญ ยุติสงครามยังหาทางออกไม่ได้ ลุ้นเงินเฟ้อสหรัฐสัปดาห์หน้า
SET วันนี้ (10 ก.ค.) คาดไม่หลุดกรอบ 1,600-1,625 จุด “DELTA-HANA” ไปต่อ
Finance SET วันนี้ (10 ก.ค.) คาดไม่หลุดกรอบ 1,600-1,625 จุด “DELTA-HANA” ไปต่อ
ค่าเงินบาทวันนี้ (10 ก.ค. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.38 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (10 ก.ค. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.38 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
ธุรกิจไทย…ใต้เงาแพลตฟอร์มข้ามชาติ
Columns ธุรกิจไทย…ใต้เงาแพลตฟอร์มข้ามชาติ
ค้าปลีกจีน บูมสินค้าโอนแบรนด์ รับมือออนไลน์ส่งด่วน-กำลังซื้อซบ
Business ค้าปลีกจีน บูมสินค้าโอนแบรนด์ รับมือออนไลน์ส่งด่วน-กำลังซื้อซบ
ดูทั้งหมด

แบงก์ชี้โค้งสุดท้ายรีไฟแนนซ์บ้าน สงครามอิหร่านไม่จบดันดอกเบี้ยขยับขึ้น

26 มี.ค. 2569 | 15:07น.
ณัฐพล ลือพร้อมชัย

แบงก์เตือนโค้งสุดท้าย “รีไฟแนนซ์” หนี้บ้าน ชี้สงครามตะวันออกกลาง ส่อดันดอกเบี้ยปรับขึ้น “กสิกรไทย” มองดอกเบี้ยนโยบาย 1% อาจเป็นจุดต่ำสุดแล้ว ขณะที่ “CIMB” ชี้อสังหาฯยังไม่ฟื้น-แบงก์ต้องปรับกลยุทธ์รับมือ เลี่ยงหาลูกค้าใหม่แข่งดึงลูกค้าเดิม หันเจาะลูกค้าบ้านมือสอง-บ้านแลกเงิน ลดดอกเบี้ยกู้ทุกประเภท 0.10% หวังจูงใจ ฟาก “สมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย” เชื่อตลาดสินเชื่อบ้านยังโตได้

นายณัฐพล ลือพร้อมชัย รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในปี 2569 มองว่าเป็นช่วงโค้งสุดท้ายของการรีไฟแนนซ์ (Refinance) สินเชื่อบ้านที่จะได้ดอกเบี้ยต่ำ เพราะจากสถานการณ์สงครามตะวันออกกลาง ส่งผลทำให้อัตราเงินเฟ้อปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจจะส่งให้คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย จากปัจจุบันลงมาที่ 1.00% ต่อปี เพื่อควบคุมเงินเฟ้อ

โค้งสุดท้ายรีไฟแนนซ์บ้าน

“การปรับลดดอกเบี้ยลงมาที่ 1.00% อาจจะเป็นครั้งสุดท้าย หากสถานการณ์ตะวันออกกลางยืดเยื้อ และอาจจะเป็นโค้งสุดท้ายของลูกค้าสินเชื่อบ้านในการรีไฟแนนซ์เพื่อรับดอกเบี้ยต่ำ แต่การรีไฟแนนซ์ก็อาจจะทำไม่ได้ทุกคน โดยจากตัวเลขการปล่อยสินเชื่อใหม่เฉลี่ย 6 แสนล้านบาทต่อปี จะมีรีไฟแนนซ์เพียง 1 แสนล้านบาท หรือลูกค้า 6 คน จะสามารถรีไฟแนนซ์ได้ 1 คนเท่านั้น เพราะในช่วงเศรษฐกิจไม่ดี รายได้ไม่เพิ่ม รายจ่ายเพิ่มขึ้น ทำให้การรีไฟแนนซ์ค่อนข้างลำบาก ซึ่งการรีไฟแนนซ์เหมาะกับคนที่มีความพร้อม”

ทั้งนี้ ลูกค้าสินเชื่อบ้านจะแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.ลูกค้าที่ผ่อนแบบขั้นบันได 2.ผ่อนเท่ากันทุกเดือน เป็นกลุ่มที่ธนาคารต้องการ เพราะมีวินัยการผ่อนชำระ และ 3.กลุ่มที่ผ่อนมากกว่ายอดชำระ หรือมีเงินโปะ เพราะผ่อนไปแล้ว 3 ปี ยอดเงินต้นอาจจะเหลือ 80% ของยอดคงค้าง โดยเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพ ซึ่งธนาคารอยากให้รีไฟแนนซ์ และให้วงเงินเพิ่มเติม (Top Up)

“สินเชื่อบ้าน 2 เดือนแรกปีนี้ หากดูในระบบพบว่าเติบโตได้ดีราว 4-5% จากที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า ปีนี้สินเชื่อบ้านจะหดตัว -0.5 ถึง 1-2% เราก็ยังโตดีกว่าตลาดเล็กน้อย อย่างไรก็ดี ต้องรอดูสถานการณ์และโมเมนตัมเดือนถัดไปด้วย โดยหากสงครามยืดเยื้อ ดอกเบี้ยจะเป็นขาขึ้นได้”

ลูกค้าเดิมมีอำนาจต่อรองสูง

นางสาวธนวรรณ เจียระนันท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารผลิตภัณฑ์ธุรกิจรายย่อย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า ธนาคารเห็นปริมาณความต้องการรีไฟแนนซ์สินเชื่อบ้านเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงดอกเบี้ยอยู่ในทิศทางขาลง โดยการแข่งขันด้านดอกเบี้ยระหว่างธนาคารยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ เช่นเดียวกับการ Retention (การขอลดดอกเบี้ยบ้าน) ลูกค้าเดิมยิ่งมีอำนาจต่อรองสูงขึ้น เพราะมีโอกาสย้ายไปใช้บริการธนาคารอื่น จึงจำเป็นต้องนำเสนอดอกเบี้ยพิเศษหรือเงื่อนไขที่จูงใจมากขึ้น เพื่อรักษาลูกค้าให้อยู่กับธนาคารต่อไป

“ภายใต้ภาวะหนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูง ทำให้ธนาคารมีแรงจูงใจ เพื่อคงลูกค้าที่มีประวัติการชำระดีให้อยู่ในพอร์ต แทนการเสี่ยงรับลูกค้าใหม่ที่อาจมีความเสี่ยงด้านเครดิตสูงกว่า ทำให้ดอกเบี้ยขาลงการรักษาลูกค้ามีความท้าทาย เพราะลูกค้าได้รับข้อเสนอจากธนาคารมากขึ้น ทั้งด้านดอกเบี้ยและสิทธิประโยชน์ ซึ่งซีไอเอ็มบี ไทย ยังคงสามารถรักษาลูกค้าได้ถึง 80% สะท้อนความสามารถในการแข่งขันและความเชื่อมั่นที่ลูกค้ายังคงมีต่อธนาคารในภาวะตลาดที่มีแรงดึงดูดจากภายนอกสูง”

อสังหาฯยังไม่ฟื้น-ปรับกลยุทธ์รับมือ

นางสาวธนวรรณกล่าวว่า ธนาคารได้ปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสภาพตลาด โดยปัจจุบันภาคอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัวและยังไม่ส่งสัญญาณฟื้นตัวชัดเจน ทำให้การเร่งเติบโตพอร์ตสินเชื่อบ้านโดยรวมลดลง และให้ความสำคัญกับ “คุณภาพลูกค้า” มากกว่าการมุ่งขยายพอร์ตเชิงปริมาณ ล่าสุดธนาคารปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ทุกประเภทลง 0.10% นอกจากดอกเบี้ยที่ดึงดูดใจ ผู้กู้ยังได้ข้อเสนอพิเศษ ส่งผลให้ช่วงเวลานี้ลูกค้าที่ต้องการรีไฟแนนซ์มีทางเลือกและอำนาจต่อรองมากกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด

นอกจากนี้ ธนาคารให้ความสำคัญกับกลุ่มลูกค้าบ้านมือสองมากขึ้น เพราะเป็นเซ็กเมนต์ที่มีแนวโน้มเติบโตสวนกระแส ธนาคารจึงได้ปรับดอกเบี้ยที่จูงใจเฉลี่ย 3 ปีแรก 3.13% ต่อปี และดอกเบี้ยตลอดอายุสัญญาเริ่มต้น 5.62% ต่อปี เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและตอบโจทย์ดีมานด์ของตลาด

ขณะที่สินเชื่อบ้านแลกเงิน ดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียง 3.99% ต่อปี ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก 4.99% ต่อปี และดอกเบี้ยตลอดอายุสัญญาเริ่ม 6.86% ต่อปี ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการใช้เงินสดเพิ่มขึ้นในสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน

“การวางเป้าหมายการเติบโตอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับระดับความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า เพื่อรักษาคุณภาพพอร์ตควบคู่กับการสร้างรายได้อย่างยั่งยืน แม้ผลการดำเนินงานในช่วง 2 เดือนแรกจะชะลอตัวตามสภาพตลาด แต่ธนาคารยังสามารถบริหารผลตอบแทนได้ตามเป้าหมาย”

อลงกต บุญมาสุข
อลงกต บุญมาสุข

ดอกเบี้ยต่ำสินเชื่อบ้านยังโตได้

นายอลงกต บุญมาสุข เลขาธิการและประธานกรรมการบริหารสมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย กล่าวว่า ทิศทางสินเชื่อที่อยู่อาศัยมีการปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น สอดคล้องกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากดอกเบี้ยต่ำ ภาระค่างวดการผ่อนจะปรับลดลงด้วย ลูกค้าจะมีโอกาสกู้ได้มากขึ้น กรณีภาระหนี้ไม่ได้เพิ่มขึ้น ประกอบกับสินเชื่อบ้านยังมีความเสี่ยงน้อยกว่าสินเชื่อประเภทอื่น เพราะเป็นสินเชื่อมีหลักประกัน ส่งผลให้สถาบันการเงินที่ปล่อยกู้ยังคงมีเป้าหมายในการปล่อยสินเชื่อบ้าน แต่ก็จะมีความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น

อย่างไรก็ดี ในสถานการณ์อัตราดอกเบี้ยขาลง ภาพรวมเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับผู้บริโภค ทั้งกลุ่มที่ใช้สินเชื่อในปัจจุบันและกลุ่มที่จะยื่นขอกู้ใหม่ โดยกลุ่มลูกค้าเดิมที่ใช้สินเชื่อค่างวดที่ชำระค่างวดจะตัดชำระเงินต้นมากขึ้น ทำให้ยอดหนี้คงค้างลดลง จะมีโอกาสชำระเงินกู้ได้เร็วขึ้น

และกลุ่มลูกค้าเก่าที่ใช้สินเชื่อบ้านกับธนาคาร หากเป็นกลุ่มที่ผ่อนชำระเกิน 3 ปี ปกติลูกค้ามักจะมองหาดอกเบี้ยต่ำทำรีไฟแนนซ์ เพื่อให้ได้ต้นทุนดอกเบี้ยเงินกู้ที่ต่ำกว่า ขณะที่ธนาคารที่ปล่อยเงินกู้พยายามดึงลูกค้าของตัวเองไว้ด้วยการลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งเสียต้นทุนค่าใช้จ่ายต่ำกว่าการหาลูกค้าใหม่ ส่งผลให้ภาพรวมของตลาดจะเห็นการรีไฟแนนซ์ และการทำ Retention มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น

“ข้อดีของการ Refinance จะดีกว่า Retention เพราะจะมีส่วนต่างดอกเบี้ยระหว่างดอกเบี้ยหลัง 3 ปี ซึ่งสูงกว่าในช่วง 3 ปีแรกเสมอ จึงเป็นเหตุผลให้ลูกค้านิยมการทำรีไฟแนนซ์ ส่วนการทำ Retention จะเป็นการลดอัตราดอกเบี้ยจากอัตราลอยตัวในปัจจุบันที่ได้รับ ซึ่งค่อนข้างสูง ธนาคารอาจจะลดดอกเบี้ยได้ไม่มากเท่ากับอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

รีไฟแนนซ์