เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

เอเซีย พลัส ชี้น้ำมันจ่อทะลุ 150 เหรียญ-‘ทรัมป์’ ยืดเส้นตาย ชูหุ้นหลบภัย

27 มี.ค. 2569 | 09:34น.
สงครามตะวันออกกลาง

บล.เอเซีย พลัส ชี้สงครามสหรัฐ-อิหร่านส่อลากยาว “ทรัมป์” ยืดเส้นตายถล่ม ดันน้ำมันจ่อทะลุ 150 เหรียญ จับตารัฐงัด 7 มาตรการอุ้มพลังงาน ชูหุ้นหลบภัย TFG-PTTEP-CPF

รายงานจากบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด เปิดเผยว่า ฝ่ายวิจัยประเมินทิศทางตลาดการลงทุนว่า สถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่านมีแนวโน้มยืดเยื้อมากกว่า 1 เดือน หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เลื่อนเส้นตายในการสั่งโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านออกไปอีก 10 วัน (เป็นวันที่ 6 เมษายน 2026) ซึ่งถือเป็นการขยายเวลาครั้งที่ 2 พร้อมระบุว่าปฏิบัติการทางทหารอาจต้องใช้เวลาราว 4-6 สัปดาห์

ความไม่แน่นอนดังกล่าวกดดันให้ตลาดหุ้นโลกยังคงผันผวนหนัก ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ BRENT ยังคงยืนเหนือระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล สำนักข่าว Bloomberg ประเมินว่าหากสงครามยืดเยื้อยาวนาน อาจผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบ BRENT ทะลุ 150 ดอลลาร์สหรัฐ ภายในเดือนมิถุนายน 2026 ซึ่งเป็นจุดเดือดของราคาในช่วงไตรมาส 2

ด้านองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) คาดการณ์ผลกระทบกรณีสงครามรุนแรงเต็มแรง (Worst Case) ว่าจะดันให้อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยของกลุ่ม G-20 ในปีนี้พุ่งขึ้นเป็น 4.0% (จากเดิม 2.8%) และเงินเฟ้อสหรัฐพุ่งแตะ 4.2% (จากเดิม 3.0%) ซึ่งจะส่งผลให้ธนาคารกลางทั่วโลกต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น โดยคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (FED) อาจต้องคงอัตราดอกเบี้ยระดับสูงที่ 3.75% ตลอดช่วงปี 2569-2570

จับตา 7 มาตรการรัฐอุ้มพลังงาน เตือนกระทบการคลังระยะยาว

สำหรับผลกระทบในระดับภูมิภาค ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ประเมินว่าวิกฤตที่ลากยาวเกิน 1 ปี อาจฉุดให้ GDP ของเอเชีย-แปซิฟิกลดลงถึง 1.3% และเงินเฟ้อพุ่งขึ้น 3.2% ตามราคาน้ำมันในอาเซียนที่ทะยานขึ้นแล้วกว่า 30% เพื่อรับมือกับวิกฤตของแพง รัฐบาลไทยได้เตรียม 7 มาตรการเร่งด่วน เพื่อช่วยเหลือประชาชน ได้แก่

ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน เพื่อกดราคาหน้าปั๊ม

เติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ช่วยค่าก๊าซหุงต้มและค่าเดินทาง

  1. ชดเชยค่า K ช่วยเหลือผู้รับเหมาก่อสร้างของรัฐไม่ให้ทิ้งงาน
  2. ปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) เสริมสภาพคล่องธุรกิจ
  3. โอนเงินช่วยค่าเดินทางผ่านพร้อมเพย์ให้กลุ่มเป้าหมาย (เช่น แท็กซี่, วินมอเตอร์ไซค์)
  4. จัดหาปุ๋ยราคาถูกเพื่อช่วยเกษตรกร
  5. ผลักดันให้รถบรรทุกใช้น้ำมันดีเซล B20 ในราคาถูกพิเศษ

อย่างไรก็ตาม บล.เอเซีย พลัส ชี้ให้เห็นว่าการเลือกใช้มาตรการ “ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน” จะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อรายได้ของรัฐบาล เนื่องจากรายได้จากกรมสรรพสามิตถือเป็นแหล่งรายได้หลักอันดับ 2 ของประเทศ (สัดส่วน 18.42%) ซึ่งจะทำให้รัฐบาลมีเม็ดเงินในการนำไปพัฒนาประเทศหรือจัดทำสวัสดิการด้านอื่น ๆ ลดน้อยลงในอนาคต ปัจจุบันกระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการให้ กกต. และกฤษฎีกาพิจารณาข้อกฎหมายก่อนเสนอ ครม. อนุมัติ

กลยุทธ์การลงทุน : กำเงินสด 30-50% ดักเก็บหุ้นแข็งแกร่งสู้สงครามลากยาว

บล.เอเซีย พลัส ประเมินภาพตลาดปัจจุบันว่ามีความคล้ายคลึงกับช่วงไตรมาส 2 ปี 2022 (วิกฤตสงครามรัสเซีย-ยูเครน) ซึ่งในเวลานั้นตลาดหุ้นโลกปรับลงลึกถึง -16% ขณะที่หุ้นไทยปรับลง -7.5% โดยกลุ่มที่สามารถแข็งแกร่งกว่าตลาด (Outperform) ได้คือ กลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) และพลังงาน
ขณะที่กลุ่มการบริโภค (Consumption) มักจะย่อตัวแรง

ฝ่ายวิจัยจึงแนะนำให้นักลงทุน ถือเงินสดบางส่วน 30-50% เพื่อลดความผันผวนของพอร์ต และแนะนำเก็งกำไรในหุ้นที่มีโอกาสแข็งแกร่งกว่าตลาดในช่วงสงครามยืดเยื้อ ได้แก่ TFG, GFPT, SPRC, BANPU, PTTEP, BCP, CPF, OR และ IVL โดยมี Prime Picks ประจำวันคือ TRUE, CPN และ CPF