“รัฐบาลอนุทิน”เดินหน้าคิกออฟเก็บค่าเหยียบแผ่นดิน 300 บาท จ่อนำเข้า ครม.นัดแรกหลังได้ ครม.ใหม่ สรุปเก็บแค่ด่านทางอากาศ ยกเว้นด่านทางบก-ทางน้ำ หวังเป็นกองทุนดูแลอุตสาหกรรมท่องเที่ยว-นักท่องเที่ยวต่างชาติ เผยยังเดินหน้าเจรจา “ดิสนีย์แลนด์” พร้อมดึงเศรษฐี UAE เข้ามาลงทุน ปลุกมู้ดลงทุนในพื้นที่ EEC สู่ EEC City คาดได้ข้อสรุปภายในสิ้นปีนี้ ส่วนแผนการรวมกระทรวงท่องเที่ยวฯกับกระทรวงวัฒนธรรมใช้เวลาประมาณ 6 เดือน
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในรัฐบาลอนุทิน เปิดเผยว่า รัฐบาลมีแผนเดินหน้าจัดเก็บค่าธรรมเนียมการเดินทางเข้ามาในประเทศของนักท่องเที่ยวต่างชาติ (Tourist Tax) หรือ ค่าเหยียบแผ่นดิน จำนวน 300 บาทต่อคน โดยได้บรรจุไว้เป็นหนึ่งในนโยบายที่รัฐบาลใหม่ที่จะแถลงต่อสภาฯ และพร้อมนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดแรกทันที จากนั้นจะเริ่มดำเนินการจัดเก็บต่อไป แต่จะทำการเปลี่ยนชื่อใหม่ ไม่เรียกค่าเหยียบแผ่นดินเหมือนเดิม

เก็บเฉพาะทางอากาศ
โดยแนวทางการจัดเก็บใหม่นี้จะจัดเก็บเฉพาะการเดินทางผ่านช่องทางอากาศ จำนวน 300 บาทต่อคนต่อครั้ง ตามมติคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ (ท.ท.ช.) ส่วนการเดินทางผ่านช่องทางบกและช่องทางน้ำจะยกเว้นการจัดเก็บ จากเดิมที่ระบุว่าต้องชำระค่าธรรมเนียมในอัตราคนละ 150 บาท เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นการเดินทางแบบมาเช้า-กลับเย็น ส่วนนักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านช่องทางอากาศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
สำหรับการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยวภายในประเทศของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินั้น ผ่านการพิจารณาในที่ประชุมครม.เมื่อ 14 กุมภาพันธ์ 2566 โดยจัดตั้งเป็นกองทุนเพื่อการท่องเที่ยว เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายบริหารและพัฒนาการท่องเที่ยว แบ่งเบาภาระงบประมาณของรัฐที่ต้องให้ความช่วยเหลือเยียวยานักท่องเที่ยวกรณีที่ประสบเหตุด้านความปลอดภัย พร้อมทั้งนำเงินส่วนหนึ่งไปทำประกันภัยให้นักท่องเที่ยว
“ประเด็นนี้ถูกพิจารณาอย่างพร้อมแล้วและร่างประกาศคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ เรื่องการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยวภายในประเทศของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติก็ได้ผ่านการตรวจพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว เข้า ครม.อีกรอบก็เดินหน้าได้เลย”

เป็นกองทุนดูแลอุตฯท่องเที่ยว
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับรายได้จากการจัดเก็บค่าเหยียบแผ่นดินนั้นเดิมกำหนดว่าจะต้องนำมาดูแลแหล่งท่องเที่ยว สิ่งแวดล้อม และทรัพยากรธรรมชาติที่เกิดความเสื่อมโทรมจากการท่องเที่ยว พัฒนาระบบสาธารณูปโภคที่จะสนับสนุนการท่องเที่ยว รวมถึงเป็นทุนหมุนเวียนในการพัฒนาการท่องเที่ยว เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและทำการตลาด
โดยนโยบายดังกล่าวเป็นไปตาม พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) นโยบายท่องเที่ยวแห่งชาติ พ.ศ. 2551 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 ซึ่งให้คณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ (ท.ท.ช.) นำเสนอให้มีการจัดเก็บเพื่อนำมาใช้จ่ายในการบริหารและพัฒนาการท่องเที่ยว รวมทั้งจัดให้มีประกันภัยแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติในระหว่างเที่ยวภายในประเทศไทย
พร้อมทั้งจัดตั้ง “กองทุนเพื่อส่งเสริมท่องเที่ยวไทย” เพื่อใช้ในการพัฒนาการท่องเที่ยว การสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยว รวมถึงการพัฒนาทักษะด้านการบริหารจัดการ การตลาด การดูแลทรัพยากรธรรมชาติ ดูแลแหล่งท่องเที่ยว ฯลฯ
ดึงเศรษฐี UAE ลงทุนดิสนีย์แลนด์
นอกจากนี้รัฐบาลยังเดินหน้ายกระดับโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ให้เป็นเมืองใหม่ EEC City โดยทุกโครงการรัฐบาลจะดำเนินการตามสัญญาเดิมทั้งหมด โดยจะเติมสวนสนุก สปอร์ตคอมเพล็กซ์ รวมถึงใครจะสร้างโรงพยาบาล หมู่บ้าน ฯลฯ ในพื้นที่สีเขียว (Green Area) ซึ่งปัจจุบันได้ทำการเวนคืนที่ดินเรียบร้อยแล้ว โดยอาจทำการจัดตั้งบริษัทมา บริหารจัดการในด้านสัญญาทั้งหมด
โดยในส่วนของโครงการลงทุนสวนสนุกดิสนีย์แลนด์และสปอร์ตคอมเพล็กซ์เป็น 2 โครงการขนาดใหญ่ ลงทุนรวมประมาณ 300,000 ล้านบาท จะอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวนี้ด้วย โดยในส่วนของสวนสนุกดิสนีย์แลนด์นั้นคาดว่าจะใช้งบลงทุนประมาณ 200,000 ล้านบาท ใช้พื้นที่ราว 3,000 ไร่ ขนาดใหญ่เท่าเซี่ยงไฮ้ ดิสนีย์แลนด์ (สาธารณรัฐประชาชนจีน) เป็นแห่งที่ 4 ในเอเชีย และเป็นแห่งแรกในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งทางรัฐบาลได้ประสานและยื่นจดหมายแจ้งความประสงค์ไปทางบริษัทแม่ของสวนสนุกดิสนีย์แล้ว
“เราจะเป็นคนคิดโครงการ คนที่ศึกษาและลงทุนอาจไม่ใช่เราก็ได้ เพราะเราคิดว่าทำอย่างไรให้รถไฟฟ้า 3 สนามบินเกิด อู่ตะเภาเกิด ซึ่งที่ผ่านมาก็มีการคุยและประสานกับนักลงทุนในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เพื่อให้เข้ามาลงทุนด้วย” นายพิพัฒน์กล่าวและว่า
ส่วนโครงการลงทุนสนามกีฬาหรือสปอร์ตคอมเพล็กซ์นั้นจะเป็นสนามกีฬาอเนกประสงค์ มูลค่าการลงทุนประมาณ 100,000 ล้านบาท ใช้พื้นที่รวมประมาณ 2,000 ไร่ มีพื้นที่อินดอร์สามารถจุคนได้ 15,000 คน และสามารถเปลี่ยนเป็นห้องประชุมที่จะได้ไม่ต่ำกว่า 5,000 คน และมีกีฬาทางน้ำครบวงจร และเป็นสนามฟุตบอลที่ทันสมัยที่สุดในโลก ซึ่งโครงการเหล่านี้ต้องมาพร้อมกับรถไฟฟ้าเชื่อม 3 สนามบิน เพิ่มคาพาซิตี้สนามบินอู่ตะเภา ฯลฯ ส่วนกาสิโนจะไม่มีแน่นอน ทั้งนี้ คาดว่าน่าจะจบภายใน 4 ปีนี้

ยันไม่เอา Formula-1
สำหรับโครงการสนามแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ Formula-1 (Formula One) นั้นตัดออกไปแล้ว เนื่องจากประเมินแล้วว่าเป็นโครงการที่ลงทุนสูงถึงราว 40,000 ล้านบาท สูงกว่าการแข่งขันโมโตจีพีถึง 10 เท่าตัว ขณะที่มีอีเวนต์เพียงแค่ปีละครั้ง จึงมองว่าไม่คุ้มกับการลงทุน
ทั้งนี้ ประเมินว่าประเทศไทยจำเป็นต้องมีแลนด์มาร์กด้านเอ็นเตอร์เทนเมนต์ระดับโลก โดยประเมินว่า หากดิสนีย์แลนด์เกิดขึ้นจริงจะช่วยเพิ่มนักท่องเที่ยวได้เกือบ 20 ล้านคนต่อปี อย่างไรก็ตาม นอกจากกลุ่มดิสนีย์แลนด์แล้วยังพบว่าหลังจากเปิดแนวคิดจะทำสวนสนุกได้มีผู้ประกอบการสวนสนุกรายอื่น ๆ แจ้งความประสงค์ที่จะเข้ามาลงทุนเช่นกัน
รวม ก.ท่องเที่ยวฯ-วัฒนธรรม
สำหรับแนวทางการควบรวมกระทรวงการท่องเที่ยวฯกับกระทรวงวัฒนธรรม เป็นกระทรวงท่องเที่ยวและวัฒนธรรม (Ministry of Culture and Tourism) และแยกงานด้านกีฬาเป็นกระทรวงกีฬาและเยาวชนนั้น น่าจะใช้เวลาในการดำเนินการประมาณ 6 เดือน หรือภายในสิ้นปีนี้