นักวิทยาศาสตร์เซอร์เบียเปิดตัวโซลูชันอัจฉริยะแก้ปัญหามลพิษในเมืองใหญ่ ด้วยนวัตกรรม “ต้นไม้เหลว”
การปลูกป่าเป็นกลยุทธ์พื้นฐานที่รัฐบาลและองค์กรทั่วโลกใช้เพื่อลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศ แต่เราจะทำอย่างไรในเขตเมืองที่มีประชากรหนาแน่นและแทบไม่มีพื้นที่ว่างแม้แต่จะปลูกพุ่มไม้เล็กๆ ทั้งที่พื้นที่เหล่านี้คือจุดที่มีมลพิษสะสมอยู่มากที่สุด ด้วยเหตุนี้ กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ชาวเซอร์เบียจึงได้คิดค้นทางออกที่ชาญฉลาดในรูปแบบของ “ต้นไม้เหลว” (Liquid Tree)
บริบทความรุนแรงของปัญหามลพิษ
ข้อมูลจากเครื่องมือแลกเปลี่ยนข้อมูลสุขภาพระดับโลก IHME ระบุว่า มลพิษคร่าชีวิตผู้คนทั่วโลกต่อปีมากกว่าโรคเอดส์ วัณโรค และมาลาเรียรวมกันถึง 3 เท่า โดยเฉพาะในกรุงเบลเกรด ประเทศเซอร์เบีย ซึ่งถูกจัดให้เป็นหนึ่งในเมืองที่มลพิษรุนแรงที่สุด เนื่องจากมีโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาดใหญ่สองแห่งที่ติดอันดับโรงไฟฟ้าที่สกปรกที่สุดในยุโรปประจำปี 2019
ในปี 2020 เซอร์เบียรั้งอันดับที่ 28 ของโลกด้านคุณภาพอากาศยอดแย่ โดยมีความเข้มข้นของฝุ่น PM 2.5 สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานขององค์การอนามัยโลก (WHO) ถึง 4.9 เท่า ส่งผลให้ในปี 2019 เซอร์เบียกลายเป็นประเทศที่มีอัตราการเสียชีวิตจากมลพิษสูงที่สุดในยุโรป คือ 175 รายต่อประชากร 100,000 คน ซึ่งประชาชนในพื้นที่ระบุว่าในช่วงฤดูหนาว มลพิษนั้นรุนแรงจนสามารถมองเห็น ได้กลิ่น และสัมผัสรสชาติได้ในอากาศ
ข้อจำกัดพื้นที่คนเมือง
นางฟรานซีน พิกอัพ ตัวแทนโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ในเซอร์เบีย อธิบายว่า เขตตัวเมือง เป็นแหล่งกำเนิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สูงถึง 75% ของการปล่อยก๊าซทั้งหมดทั่วโลก โดยส่วนใหญ่มาจากภาคการจราจรและการใช้พลังงานในอาคาร ขณะที่ประชากรเซอร์เบียกว่า 59% อาศัยอยู่ในเขตเมืองและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ความหนาแน่นนี้ทำให้การสร้างพื้นที่สีเขียวหรือการปลูกต้นไม้เพื่อกรองอากาศตามธรรมชาติทำได้ยาก เนื่องจากขาดแคลนพื้นที่ว่างสำหรับการจัดสวน
LIQUID 3 ต้นไม้เหลว
ดร.อิวาน สปาโซเยวิช ผู้เชี่ยวชาญด้านชีวฟิสิกส์จากสถาบันวิจัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยเบลเกรด ได้พัฒนา LIQUID 3 ซึ่งเป็นเครื่องปฏิกรณ์ชีวภาพเชิงแสง (Photo-bioreactor) สำหรับใช้งานในเมืองเครื่องแรกของประเทศ อุปกรณ์นี้บรรจุน้ำ 600 ลิตร และใช้กลไกของ “สาหร่ายจิ๋ว” (Microalgae) ในการจับกัมมันตภาพรังสีคาร์บอนไดออกไซด์และผลิตออกซิเจนบริสุทธิ์ผ่านกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง
ประสิทธิภาพของไมโครสาหร่ายใน LIQUID 3 หนึ่งเครื่อง สามารถทดแทนต้นไม้ที่มีอายุ 10 ปีได้ถึง 2 ต้น หรือเทียบเท่ากับผืนหญ้าขนาด 200 ตารางเมตร โดยมีข้อดีกว่าต้นไม้ทั่วไปคือมีความสามารถในการจับคาร์บอนได้มากกว่า 10 ถึง 50 เท่า ทีมผู้พัฒนาเน้นย้ำว่าเป้าหมายของนวัตกรรมนี้ไม่ใช่การมาแทนที่ป่าไม้หรือการปลูกต้นไม้ แต่เพื่อเติมเต็มช่องว่างในเมือง ที่ไม่สามารถปลูกต้นไม้ได้ นอกจากนี้ ในสภาวะมลพิษรุนแรงซึ่งต้นไม้ทั่วไปอาจยืนต้นตาย แต่สาหร่ายเหล่านี้สามารถอยู่รอดและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ออกแบบตอบโจทย์วิถีชีวิต
LIQUID 3 ถูกนำไปติดตั้งที่หน้าเทศบาลเมืองสตาริ กราด บนถนนมาเกดอนสกา ซึ่งเป็นย่านธุรกิจที่การจราจรหนาแน่นและมีค่าคาร์บอนสูงที่สุด นายโบยาน โบยิช หัวหน้าแผนกโครงการพัฒนาเมือง ระบุว่า นวัตกรรมนี้เป็นมากกว่าเครื่องกรองอากาศ เพราะถูกออกแบบให้เป็น “เฟอร์นิเจอร์เมือง” มัลติฟังก์ชัน ทำหน้าที่เป็นม้านั่งพักผ่อน มีที่ชาร์จโทรศัพท์มือถือ และมีแผงโซลาร์เซลล์เพื่อส่องสว่างในเวลากลางคืน
ดร.อิวาน อธิบายเพิ่มเติมว่า สาหร่ายที่ใช้ เป็นสาหร่ายน้ำจืดเซลล์เดียวที่หาได้ตามบ่อน้ำในเซอร์เบีย สามารถเติบโตได้ในน้ำประปาทั่วไป และทนทานต่ออุณหภูมิที่ผันผวนได้ดี การบำรุงรักษาง่าย เพียงแค่ถ่ายเอาของเสียหรือมวลชีวภาพ (Biomass) ออกทุกๆ เดือนครึ่ง เศษมวลชีวภาพนี้ยังนำไปใช้เป็นปุ๋ยชั้นดีได้ต่อ โดยโครงการนี้มุ่งหวังจะขยายการใช้ประโยชน์จากไมโครสาหร่ายไปสู่การบำบัดน้ำเสีย การผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ และการกรองไอเสียจากโรงงานในอนาคต
ด้วยการออกแบบที่สร้างสรรค์และใช้งานได้จริง LIQUID 3 จึงได้รับรางวัล 1 ใน 11 นวัตกรรมอัจฉริยะเพื่อสภาพภูมิอากาศจากโครงการ Climate Smart Urban Development ได้รับการสนับสนุนโดย UNDP และกระทรวงคุ้มครองสิ่งแวดล้อม นวัตกรรมนี้แสดงให้เห็นว่าการมีส่วนร่วมของทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ และประชาสังคม ในการคิดค้นโซลูชันอัจฉริยะ คือกุญแจสำคัญในการบรรเทาปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในเมืองให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน