เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
ท่องเที่ยวหนุน WTCE 2026 เชื่อมธุรกิจไทย-จีน-นานาชาติ ดันท่องเที่ยว เทคโนโลยี กีฬา บันเทิงสู่โอกาสใหม่
Business ท่องเที่ยวหนุน WTCE 2026 เชื่อมธุรกิจไทย-จีน-นานาชาติ ดันท่องเที่ยว เทคโนโลยี กีฬา บันเทิงสู่โอกาสใหม่
แฟนหนังสือต่อคิวล้นรอพิธาแจกลายเซ็นต์ แนะ 3 ข้อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
Biz Movement แฟนหนังสือต่อคิวล้นรอพิธาแจกลายเซ็นต์ แนะ 3 ข้อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
“CX สู่ AX” BBIK ใช้ AI พลิกเกมแอปการเงิน ย้ำประสบการณ์ลูกค้าต้องเป็นวาระ CEO
Tech “CX สู่ AX” BBIK ใช้ AI พลิกเกมแอปการเงิน ย้ำประสบการณ์ลูกค้าต้องเป็นวาระ CEO
‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
Economic ‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
SD Talk จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
Economic คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
วิรไท-สมเกียรติ แห่ง TDRI กางปัจจัยเสี่ยงประเทศไทย ในโลกที่ไม่แน่นอน
Economic วิรไท-สมเกียรติ แห่ง TDRI กางปัจจัยเสี่ยงประเทศไทย ในโลกที่ไม่แน่นอน
ถอดบทเรียนมหาอุทกภัย ปรับเกณฑ์ยกธงเหลือง-ธงแดง เตือนน้ำท่วมหาดใหญ่ปี 69
เศรษฐกิจภูมิภาค ถอดบทเรียนมหาอุทกภัย ปรับเกณฑ์ยกธงเหลือง-ธงแดง เตือนน้ำท่วมหาดใหญ่ปี 69
มูดี้ส์ไม่หั่นเครดิตฝรั่งเศส โยนโจทย์ปราบเซียนคลัง สภาแขวนชี้ชะตาประเทศ
World มูดี้ส์ไม่หั่นเครดิตฝรั่งเศส โยนโจทย์ปราบเซียนคลัง สภาแขวนชี้ชะตาประเทศ
ดูทั้งหมด

มนุษย์วางแผน แต่พระเจ้าหัวเราะ : ‘เจอโรม พาวเวลล์’ 14 ปี ใน Fed

31 มี.ค. 2569 | 16:52น.

เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2026 เจอโรม พาวเวลล์ (Jerome Powell) ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) รับเชิญไปบรรยาย ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และบรรยายครั้งนี้ ถ่ายทอดสดผ่านสถานีโทรทัศน์ CNBC ถึงจุดยืนระมัดระวังต่อภาวะ Supply Shock เนื่องด้วยราคาน้ำมันที่พุ่งสูงผลจากสงครามตะวันออกกลาง ขณะที่ย้ำว่าเฟดกำลังจับตาตลาด Private Credit และระดับหนี้สาธารณะอย่างใกล้ชิดในฐานะความเสี่ยงเชิงโครงสร้างในระยะยาว

เริ่มต้นพาวเวลล์เล่าถึงช่วงวัยหนุ่มที่มหาวิทยาลัยพรินซ์ตันว่า ในตอนนั้นวิชาเศรษฐศาสตร์จุลภาคและมหภาคไม่ได้ดึงดูดความสนใจของเขาเท่าใดนัก เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเล่นกีตาร์โปร่ง Martin D35 ซึ่งเป็นของขวัญวันเรียนจบ

จนพูดติดตลกว่าวิชาเอกที่แท้จริงของเขาในปีแรกคือ “กีตาร์โปร่ง” อย่างไรก็ตาม แรงบันดาลใจในการรับใช้สาธารณะได้ก่อตัวขึ้นจากการเฝ้ามองบุคคลต้นแบบอย่าง จอร์จ ชูลท์ซ (George Shultz) ผู้ที่สามารถสร้างสมดุลระหว่างการทำงานในภาคเอกชนและการสลับมารับใช้ชาติในตำแหน่งสำคัญ

พาวเวลล์จึงตั้งปณิธานที่จะสร้างชีวิตในวิถี “ลูกผสม” คือการสั่งสมประสบการณ์ในโลกธุรกิจควบคู่ไปกับการอุทิศตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ซึ่งในที่สุดก็ได้รับโอกาสนั้น ทั้งในกระทรวงการคลังและในสภาผู้ว่าการระบบธนาคารกลางสหรัฐฯ

เมื่อบทสนทนาเข้าสู่ประเด็นการบริหารนโยบายการเงินในปัจจุบัน พาวเวลล์แบ่งปันปรัชญา “ความอ่อนน้อมถ่อมตนทางสถาบัน” โดยอธิบายว่า แม้เขาจะเป็นประธานเฟด แต่เขาก็มีเพียงหนึ่งเสียง 1 โหวต เท่ากับกรรมการท่านอื่นในคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC)

พาวเวลล์ไม่ได้มองว่าการที่มีความเห็นต่างหรือการคัดค้าน (Dissent) ภายในคณะกรรมการเป็นอุปสรรคต่อการทำงาน ในทางตรงกันข้าม เขาเชื่อว่าปัญหาที่ยากและซับซ้อนต้องการการวิพากษ์วิจารณ์จากทุกแง่มุม

เขาเปรียบเทียบประสบการณ์สมัยทำงานในไพเวทอิควิตี้ว่า ก่อนจะตัดสินใจลงทุน เขาต้องการได้ยินเหตุผลที่แย่ที่สุดจากคนที่ฉลาดที่สุด เพราะคนเราจะไม่รู้ว่าตนเองเชื่อมั่นในสิ่งใดจริง ๆ จนกว่าจะได้เห็นใครสักคนพยายาม “รื้อ” ความคิดนั้นออกมาเป็นชิ้น ๆ พาวเวลล์ย้ำว่าในภาวะที่เศรษฐกิจมีความตึงเครียดระหว่างความเสี่ยงด้านตลาดแรงงานและความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ การคาดหวังความเป็นเอกฉันท์นั้นแทบจะเป็นเรื่องที่ชี้นำไปในทางที่ผิด เพราะความมั่นใจที่มากเกินไปมักเกิดขึ้นก่อนที่เราจะเข้าใจปัญหาอย่างถ่องแท้

ในประเด็นเรื่องงบดุลของเฟดและการใช้นโยบายการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) พาวเวลล์โต้ข้อวิจารณ์อย่างตรงไปตรงมา เขาอธิบายว่าเมื่ออัตราดอกเบี้ยถูกลดลงจนเหลือศูนย์แล้ว แต่เศรษฐกิจยังต้องการความช่วยเหลือ ธนาคารกลางไม่สามารถนิ่งเฉยได้ การซื้อสินทรัพย์ระยะยาวจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจและรักษาเสถียรภาพทางการเงิน

พาวเวลล์ยอมรับว่าเขาเคยตั้งใจว่าจะไม่ต้องใช้เครื่องมือ QE นี้ในยุคของเขา แต่โลกความเป็นจริงมักไม่เป็นไปตามแผน “มนุษย์วางแผน แต่พระเจ้าหัวเราะ” คือวลีที่ยกมาอธิบายเหตุการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่บังคับให้เฟดต้องอัดฉีดสภาพคล่องอย่างมหาศาล อย่างไรก็ตาม เขาชี้ให้เห็นว่าความกังวลเรื่องผลข้างเคียง เช่น เงินเฟ้อที่คุมไม่ได้หรือความไม่ยั่งยืนของตลาดพันธบัตร ยังไม่ได้ปรากฏให้เห็นเป็นรูปธรรมในระดับที่อันตราย

Fed ยังได้ประกาศความสำเร็จก้าวสำคัญว่า สหรัฐฯ ได้บรรลุภาวะ ‘Soft Landing’ เป็นที่เรียบร้อยแล้วในช่วงปลายปี 2024 แม้ว่านักเศรษฐศาสตร์เกือบ 100% จะเคยทำนายว่าจะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย แต่เศรษฐกิจสหรัฐฯ กลับเติบโตได้ถึง 2.5% ในขณะที่เงินเฟ้อลดลงมาอยู่ในระดับต่ำพร้อมกับการจ้างงานที่เต็มที่ ปัจจุบันเฟดกำลังเผชิญกับปัจจัยเงินเฟ้อที่เล็กลง เช่น ผลกระทบจากภาษีนำเข้า ซึ่งเขามองว่าเป็นเพียงการเพิ่มขึ้นของราคาเพียงครั้งเดียว (One-time price increase) รวมถึงความผันผวนของราคาน้ำมันจากวิกฤตตะวันออกกลาง

ในส่วนของวิกฤตพลังงาน พาวเวลล์ให้บทเรียนเศรษฐศาสตร์แก่นักศึกษาในฮาร์วาดว่า เครื่องมือของเฟดนั้นทำงานผ่าน ‘อุปสงค์’ แต่ราคาน้ำมันคือ ‘Supply Shock’ หรือแรงกระแทกด้านอุปทาน ซึ่งนโยบายการเงินไม่สามารถแก้ไขได้โดยตรงและมักทำงานด้วยความล่าช้า (Long and variable lags) ดังนั้นแนวทางของเฟดคือการ “มองผ่าน” (Look through) แรงกระแทกชั่วคราวเหล่านี้ แต่ต้องเฝ้าระวังไม่ให้มันไปกระทบต่อ “การคาดการณ์เงินเฟ้อ” ของประชาชนในระยะยาว หากประชาชนเริ่มเชื่อว่าเงินเฟ้อจะสูงตลอดไป นั่นคือจุดที่อันตรายที่สุดที่เฟดต้องยับยั้ง

อีกหนึ่งประเด็นที่พาวเวลล์ให้ความสำคัญอย่างยิ่งคือ “ความเป็นอิสระของเฟด” เขาแยกแยะระหว่างนโยบายการเงินที่ต้องปราศจากการเมืองอย่างสิ้นเชิง กับนโยบายการกำกับดูแลสถาบันการเงินที่เฟดต้องทำงานร่วมกับรัฐบาล พาวเวลล์เน้นย้ำว่าเขาในฐานะประธานต้องไม่เอาความเห็นส่วนตัวไปยัดเยียดในเรื่องกฎระเบียบ แต่ต้องปล่อยให้ “รองประธานฝ่ายกำกับดูแล” ทำหน้าที่ตามที่กฎหมายมอบหมาย ความเป็นกลางนี้เองที่ทำให้เขาสามารถได้รับการแต่งตั้งใหม่จากทั้งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีโจ ไบเดน ซึ่งถือเป็นบทพิสูจน์ถึงความน่าเชื่อถือของสถาบัน

เมื่อพูดถึงความเสี่ยงในระบบการเงิน พาวเวลล์ยอมรับว่าแม้ระบบธนาคารจะแข็งแกร่งขึ้นมากหลังวิกฤตปี 2008 แต่โลกการเงินนั้นเปลี่ยนแปลงเร็วเสมอ เขาเปรียบงานของเฟดว่าเหมือนกับการสร้าง “คันกั้นน้ำ” ไม่ใช่การป้องกันไม่ให้พายุเกิด พายุเฮอริเคนทางเศรษฐกิจจะเกิดขึ้นแน่นอน แต่ระบบต้องมีความยืดหยุ่น (Resilience) พอที่จะฟื้นตัวได้ ความกังวลที่ใหญ่ที่สุดของเขาในยุคนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องสินเชื่อภาคเอกชน (Private Credit) แต่คือ “การโจมตีทางไซเบอร์” ที่อาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อสถาบันการเงินขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นสิ่งที่เฟดต้องเฝ้าระวังด้วยความระแวดระวังสูงสุดตลอดเวลา

ในช่วงท้าย พาวเวลล์ได้มอบคำแนะนำที่ล้ำค่าให้แก่นักศึกษาที่กำลังจะก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงานในยุคที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและเทคโนโลยี AI เขาเข้าใจดีว่านี่เป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากจากการจ้างงานที่ชะลอตัวและนโยบายคนเข้าเมืองที่เปลี่ยนไป แต่เขาขอให้ทุกคนมองโลกในแง่ดี โดยชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีผลิตภาพ (Productivity) สูงกว่ายุโรปถึงสองเท่าและมีความสามารถในการปรับตัวอย่างน่าเหลือเชื่อ สำหรับเรื่อง AI พาวเวลล์ไม่ได้มองว่าเป็นเพียงภัยคุกคาม แต่เป็นเครื่องมือเพิ่มศักยภาพ เขาแชร์ว่าตนเองก็ใช้โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ ได้รวดเร็วขึ้น แม้ AI จะเข้ามาแทนที่งานบางประเภท แต่ประวัติศาสตร์ร้อยปีพิสูจน์แล้วว่าเทคโนโลยีมักจะยกระดับมาตรฐานความเป็นอยู่และสร้างโอกาสใหม่เสมอ ตราบใดที่มนุษย์ยังพัฒนาทักษะเพื่อใช้ประโยชน์จากมัน

เจอโรม พาวเวลล์ ปิดท้ายด้วยการเตือนสติว่า การสร้างสถาบันประชาธิปไตยที่ยิ่งใหญ่นั้นยากลำบากและใช้เวลายาวนาน แต่การทำลายทิ้งนั้นทำได้ง่ายกว่ามาก ความภูมิใจสูงสุดในชีวิตการทำงาน 14 ปีที่เฟดของเขาไม่ใช่ตัวเลขทางเศรษฐกิจที่สวยงาม แต่คือการได้รักษาเกียรติของสถาบันและการได้เป็นข้ารับใช้สาธารณะเพื่อช่วยเหลือประชาชนอเมริกันทุกคนอย่างแท้จริง บทสนทนา ณ ฮาร์วาร์ดครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของอัตราดอกเบี้ย แต่เป็นบทเรียนเรื่องการใช้ชีวิต การฟัง และการยืนหยัดในหลักการท่ามกลางมรสุมที่ไม่มีวันจบสิ้นของโลกการเงิน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เจอโรม พาวเวลล์