สรุป 8 ยุทธศาสตร์ อว. ‘ยศชนัน’ ชู Wellness-AI-เซมิคอนฯ ขับเคลื่อนชาติ
“ยศชนัน” ประกาศ 8 ยุทธศาสตร์แก้ปัญหาชาติด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม เทค เอไอ เซมิคอนดักเตอร์ ชูเวลเนสไทยเบอร์ 1 โลกเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ เปิดพื้นที่ให้นักคิดและนักปฎิบัติมาร่วมกันมานำงานวิจัยสร้างไอเดียธุรกิจ พลิกโฉมมหาวิทยาลัย TCAS เท่าเทียม Upskill Reskill เรียนได้งบจบได้งาน
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวแถลงนโยบายการบริหารงานกระทรวงว่า ขณะนี้ได้เตรียมแผนปฏิบัติการเพื่อผลักดันให้กระทรวง อว. เดินไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง และเป็นกระดูกสันหลังอีกชิ้นให้กับประเทศไทยรวมทั้งยกระดับให้ไทยเป็นประเทศที่มีรายได้สูง แผนปฏิบัติการจะมี 8 ยุทธศาสตร์ครอบคลุมทุกมิติการพัฒนา ได้แก่
1.ส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรม (Innovation Ecosystem) ในประเทศไทย เชื่อมโยงมหาวิทยาลัย ภาครัฐ เอกชน แหล่งทุน และผู้ประกอบการ พร้อมผลักดันการใช้ประโยชน์ทรัพย์สินทางปัญญาในเชิงพาณิชย์
2.การพัฒนาประเทศสู่ศูนย์กลางสุขภาพและการแพทย์ (Wellness Thailand) ตั้งแต่สมุนไพร เวชสำอาง อาหารแห่งอนาคต ไปจนถึงเทคโนโลยีการแพทย์ขั้นสูง
3.การวางรากฐานอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor Thailand) รองรับอุตสาหกรรมอนาคต เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า AI และระบบสื่อสารยุคใหม่
4.การขับเคลื่อนประเทศด้วย AI และข้อมูล (AI & Data Driven Nation) ภายใต้แนวคิด “AI for ALL”
5.การลงทุนในเทคโนโลยีขั้นแนวหน้า (Frontier Innovation) อาทิ ควอนตัม อวกาศ และพลังงานสีเขียว
6.ส่งเสริมเทคโนโลยีความมั่นคง (Security Technology) ครอบคลุมความมั่นคงทางไซเบอร์ การป้องกันประเทศ การรับมือภัยพิบัติและเป้าหมาย Net Zero
7.ส่งเสริมเทคโนโลยีเพื่อต่อต้านคอร์รัปชั่น มุ่งสู่รัฐบาลดิจิทัล (Anti-Corruption & Digital Government) ด้วยการเปิดเผยข้อมูลและบริการภาครัฐแบบเบ็ดเสร็จ
8.การพลิกโฉมมหาวิทยาลัยสู่ระดับโลก (World-Class University) เพื่อเป็นแหล่งสร้างองค์ความรู้และพัฒนากำลังคนคุณภาพสูง
ยุทธศาสตร์แรกคือการสร้างกลไกให้เกิดระบบนิเวศในประเทศไทย โดย อว. จะทำ 2 เรื่อง คือ การศึกษาและวิจัยเรื่องเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลกรวมทั้งการพัฒนากำลังคนด้วยการปรับและพัฒนาทักษะใหม่ให้สอดคล้องกับงาน
และการรับถ่ายทอดเทคโนโลยีจากต่างประเทศ ทั้งเรื่องของการลงทุน การถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่คนไทย โดยเลือกเทคโนโลยีที่โดดเด่น ตลอดจนการผลักดันให้เกิด Deep Tech หรือเทคโนโลยีเชิงลึก โดยมีเป้าหมายคือการวางรากฐานไปสู่ประเทศที่มีรายได้สูง
โดยย้ำว่า ที่สำคัญ อว.จะทำให้เกิดระบบนิเวศที่ทำให้นักคิดและนักปฏิบัติมาเจอกัน เพื่อสร้างไอเดียใหม่ให้เกิดการวิจัยและพัฒนา ตนเชื่อว่างานวิจัยดี ๆ ที่รู้ว่าทำไปเพื่ออะไรจะขอทุนวิจัยได้ง่าย และยังมีความคิดที่จะเรื่องของการจัดตั้งสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาส่วนหน้าขึ้นที่กระทรวง อว.โดยจะนัดหารือกับนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ในเรื่องดังกล่าว
นอกจากนี้ กระทรวง อว.จะทำให้เกิดระบบนิเวศในจังหวัดต่าง ๆ เพื่อดึงคนเก่งจากทั่วประเทศมาทำงานร่วมกัน

ศ.ดร.ยศชนัน อธิบายต่อไปอีกว่า ยุทธศาสตร์ที่ 2-5 จะเป็นเรื่องของเศรษฐกิจ โดยยุทธศาสตร์ที่ 2 จะเป็นการพัฒนาประเทศสู่ศูนย์กลางสุขภาพและการแพทย์ เพราะประเทศไทยเป็นเบอร์ 1 ของโลก โดยจะเอาเรื่องของเวลเนสเป็นตัวนำ ถือเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่และเชื่อมไปถึงเรื่อง AI และเซมิคอนดักเตอร์
กระทรวง อว.จะเข้าไปช่วยเพิ่ม Productivity หรือผลิตภาพด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนัวตกรรมในภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรม ภาคการผลิตและภาคบริการ
ยุทธศาสตร์ที่ 6 การส่งเสริมเทคโนโลยีความมั่นคง ถ้าทำให้เศรษฐกิจดี แต่ประเทศไม่มีอธิปไตยก็ไม่มีความหมาย เพราะฉะนั้น ต้องส่งเสริมเทคโนโลยีด้านความมั่นคงเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น
ขณะเดียวกัน ยุทธศาสตร์ที่ 7 ส่งเสริมเทคโนโลยีเพื่อต่อต้านคอร์รัปชั่น มุ่งสู่รัฐบาลดิจิทัล โดย อว.มุ่งจะทำใน 2 โครงการ ได้แก่ Open Thailand หรือ Open Data และ Zero Corruption MHESI ACT/No COI ด้วยการเปิดเผยข้อมูลและบริการภาครัฐแบบเบ็ดเสร็จเพื่อให้เกิดความโปร่งใสในการบริหารงาน ไม่ให้เกิดการคอร์รัปชั่น เพื่อทำให้เห็นว่าประเทศไทยไร้คอร์รัปชั่นและกระทรวง อว.จะต้องเป็นตัวอย่างให้กระทรวงอื่น ๆ ด้วย
และยุทธศาสตร์ที่ 8 การพลิกโฉมมหาวิทยาลัยสู่ระดับโลก โดยจะทำทั้งเรื่อง TCAS เท่าเทียม, Upskill Reskill เรียนได้งบจบได้งาน, การสร้างระบบนิเวศเพื่อเชื่อมโยงภาควิชาการ (นักคิด) เข้ากับภาคเอกชน (นักปฏิบัติ,) สนับสนุนการดึงดูด Global Talent ระดับโลก, AI for All และการสนับสนุนอาจารย์-นักวิจัย ออกไปพัฒนาชาติทุกด้าน
“ผมมองว่าเราต้องชนะ Tech War โดยที่เราไม่ต้องลุยเองคนเดียวและเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสม อว.ต้องเข้าไปช่วยทุกภาคส่วน ทั้งเศรษฐกิจ ความมั่นคง สังคม และภัยพิบัติ งานนวัตกรรมมันต้องแทรกซึมไปได้ทุกที่”